วันนี้ 16 ก.ย. 2565 ตำรวจคุมตัว ด.ช.ต้าร์ ผู้ก่อเหตุทำปืนลั่นใส่ด.ช.โชคเสียชีวิตคาห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน ไปที่ ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.นนทบุรี เพื่อตรวจสอบการจับกุม ก่อนจะนำส่งสถานพินิจ โดยด.ช.ต้าร์ไม่ได้พูดอะไรเลย มีสีหน้านิ่งเฉย
ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 5 คน ตำรวจยังคงควบคุมตัวสอบปากคำ ซึ่งภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น จะต้องบันทึกจับกุม และส่งตัวเยาวชน 4 คนไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.นนทบุรี ขณะที่ผู้ต้องหาอีกคนที่อายุ 18 ปี จะถูกนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามข้อมูลการแถลงข่าวของตำรวจ ระบุว่า จากการสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ ด.ช.ต้าร์ ให้การว่า ก่อนหน้านี้ เคยพกปืนมาโรงเรียนหลายวันแล้ว เนื่องจากมีข้อขัดแย้งกับเพื่อนในโรงเรียนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับผู้เสียชีวิต จึงพกมาเพื่อป้องกันตัว ลักษณะเป็นปืนไทยประดิษฐ์
วันที่เกิดเหตุ ได้ซุกซ่อนปืนไว้ในเสื้อกันหนาว ขณะกำลังจะใส่เสื้อกันหนาว ปรากฎว่าปืนลั่นเข้าเบ้าตาซ้ายของน้องโชค จนล้มลง ซึ่งหลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้หนี แต่พยายามเข้าไปช่วยเหลือน้องโชคที่ล้มลง ก่อนที่ครูจะบอกให้ทุกคนออกจากห้อง
จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ส่งข้อความหาเพื่อนรุ่นพี่ สารภาพว่าปืนลั่น และเพื่อนรุ่นพี่คนดังกล่าวได้มาเอาปืนจากที่โรงเรียน ไปทิ้งคลองบางไผ่ ร่วมกับกลุ่มเพื่อนรุ่นพี่รวม 5 คน หนึ่งในนั้น มีเจ้าของปืน ซึ่งยังเป็นเยาวชนรวมอยู่ด้วย
ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับ ภาพวงจรปิด ในพื้นที่ใกล้คลองบางไผ่ ที่เห็นว่า เพื่อนผู้ก่อเหตุ 5 คน นำปืนมาโยนทิ้งลงในคลองก่อนที่เมื่อคืนนี้ กู้ภัยจะงมปืนไทยประดิษฐ์ขึ้นมาได้
สำหรับหลักฐานที่เป็นข้อความแชตก็ปรากฎออกมาตามที่ ด.ช.ต้าร์ให้การ ข้อมูลตรงกันพล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี วันนี้แถลงข่าว ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากปืนลั่น ไม่ใช่การจ่อยิง หรือมีปมขัดแย้งกันมาก่อนตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด
ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ ก็ชัดเจแล้วว่า ผู้ก่อเหตุเอามาจากเพื่อนรุ่นพี่ที่มีความรู้ด้านงานช่างและเป็นคนประดิษฐ์ปืนขึ้นมาเอง ไม่ได้เอามาจากพระสงฆ์ ตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด
สำหรับการดำเนินคดี ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับทั้ง 6 คนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ผู้ก่อเหตุ วัย 15 ปี ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง พกพาอาวุธปืนฯ
- เจ้าของปืน ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้น ทำลายหลักฐาน
- คนมารับปืนจากที่โรงเรียนไปทิ้ง อายุ 18 ปี ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะฯ ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้น ทำลายหลักฐาน
- เพื่อนเยาวชนอีก 3 คน ที่ร่วมนำปืนไปทิ้ง โดน 1 ข้อหา คือ ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้น ทำลายหลักฐาน
ซึ่งจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุตอนนี้ พล.ต.ต.ไพศาล บอกว่า เบื้องต้นยังสอดคล้องกับคำให้การ เช่น เสื้อกันหนาวที่พบในที่เกิดเหตุมีรู อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งน่าจะทราบภายใน 2 สัปดาห์