วันนี้ 21 ต.ค. 2565 ตำรวจสภ.ปากเกร็ด คุมตัว ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ตำรวจที่ขโมยปืนหลวง 159 กระบอก เพื่อนำตัวไปฝากขัง ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จังหวัดสระบุรี เจ้าตัวไม่พูดอะไรเลย เดินก้มหน้าหลบผู้สื่อข่าว จนกระทั้งขึ้นรถและถูกพาตัวออกไป
ตามรายงานระบุว่า ด.ต.เชาวลิต รับสารภาพว่าขโมยปืนทั้งหมด 159 กระบอกไปจริง โดยทำไปเพราะ ติดหนี้พนัน จึงทยอยขโมยปืนไปขาย ซึ่งเขาก่อเหตุแบบนี้มานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยที่ไม่มีใครรู้ เพราะ เป็นคนถือกุญแจเบิกจ่ายปืนของสภ.ปากเกร็ดเพียงคนเดียว
ซึ่งปืน 159 กระบอก แบ่งเป็น ปืนสั้น 134 กระบอก และ ปืนยาวเอ็ม 16 และ ปืนเอ็ม 4 จำนวน 25 กระบอก
ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี บอกว่า ตอนนี้ได้ปืนคืนมาแล้ว ประมาณ 60 กระบอก ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการติดตามหา ซึ่งมีการกระจายกำลังไปตรวจสอบ 9 จุด ส่วนใหญ่เป็นบ้านคน เนื่องจาก ด.ต.เชาวลิตให้ปากคำว่า เอาปืนไปขายและเอาไปจำนำ ทั้งนี้ว่าต้องตามหาปืนทุกกระบอกกลับคืนมาก แต่ก็ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพบการขายต่อเป็นทอดๆไปแล้ว
พล.ต.ต.ไพศาล ยืนยันว่ามีคนติดต่อเข้ามาขอคืนปืนด้วย อย่าง เมื่อคืน มีคนนำเอากระเป๋าเดินทางปริศนาบรรจุปืนรวม 27 กระบอก มาทิ้งไว้ที่บริเวณสโมสรตำรวจ จากนั้นมีการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาหยิบไปเป็นหลักฐานในคดี เชื่อว่าคนเอามาทิ้งไว้กลัวความผิด
ส่วนเมื่อเช้ามีอีก 9 กระบอก ถูกนำไปทิ้งอยู่ในพื้นที่ปากเกร็ด หลังจากนี้จะต้องตรวจพิสูจน์หาตัวผู้ครอบครองปืนต่อไป
พล.ต.ต.ไพศาล ย้ำว่า การตรวจหาปืนทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ ปืนหลวงทุกกระบอกจะมี ตราโล่สัญลักษณ์ของตำรวจอยู่ หากใครครอบครองหรือนำไปก็จะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย
เมื่อถามว่า ทำไมปืนของตำรวจสภ.ปากเกร็ดมีปืนมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากถูกตั้งคำถามว่า มีปืนจำนวนมาก พล.ต.ต.ไพศาล บอกว่า เรื่องนี้เปิดเผยไม่ได้ เพราะเป็นความลับ แต่ยืนยันว่า ในคลังยังมีปืนอีกจำนวนมากที่ยังคงอยู่ในคลังอาวุธ
ขณะที่ พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่า ปืนส่วนใหญ่ถูกกระจายไปอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ในภาคกลาง แต่ก็มีบางกระบอกไปอยู่ถึง จ.อุบลราชธานี นครสวรรค์ และจันทบุรี โดยผู้ที่ได้ไปมือแรกจะเป็นกลุ่มผู้ลักลอบเปิดบ่อนการพนันและรับจำนำปืนไว้ ก่อนมีการขายส่งต่อไปให้ผู้อื่น ซึ่งส่วนใหญ่ตอนนี้พบว่าปืนจะอยู่กับผู้ครอบครองช่วงที่ 3 แล้ว
ส่วน กรณีกระแสวิจารณ์จำนวนปืน เช่นกัน โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีเยอะตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต แต่มีตามจำนวนตำรวจที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ ยกเว้น ปืนลูกโม่ รุ่นเก่า ที่ไม่ได้ใช้แล้ว อาจจะมีอยู่เยอะเหมือนกัน
นอกจากนี้ยังเปิดเผยถึง ระเบียบการเบิกใช้ ปืนหลวง โดยบอกว่า ตามปกติเมื่อเลิกใช้หรือเลิกปฏิบัติหน้าที่ต้องนำกลับมาตรวจ ซึ่งปกติจะมีการตรวจทุก 5 วัน
ล่าสุดมีคำสั่งเด้ง 3 นายตำรวจ คือ พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผู้กำกับการสภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.สุเนตร์ สีชำนาญ รอง ผู้กำกับปรามปราบ สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.ท.พรรษา จิวรรักษ์ สารวัตร อำนวยการ สภ.ปากเกร็ด ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรภาค 1 (ศปก.ภ.1) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
และมีคำสั่งแต่งตั้ง พ.ต.อ.อภิศักดิ์ โชติกเสถียร ผู้กำกับ สภ.ช้างใหญ่ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้ามาทำหน้าที่รักษาการแทนผู้กำกับสภ.ปากเกร็ด