คนงานรับเหมาก่อสร้าง ผู้พบศบคนแรก เล่าถึงเหตุการณ์ หลังจากพบศพผู้เสียชีวิตในแท็งก์น้ำบนดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งย่านรามคำแหง ว่า ตนเองและทีมงานได้เข้ามารีโนเวตอาคารแห่งนี้ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา และในวันนี้(19 ธ.ค.65) ตนเองและทีมงานได้กลิ่นเหม็นเน่าตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน จึงได้เดินหาที่มาของกลิ่นจนพบว่ามีศพอยู่ในแท็งก์น้ำ ซึ่งเปิดฝาทิ้งไว้ ก่อนโทรแจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบ
ด้านพันตำรวจเอก เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุจากคนงานรับเหมาก่อสร้างก็ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุทันที ซึ่งอาคารดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น โดยเจ้าของอาคารได้ซื้ออาคารนี้มาจากเจ้าของเดิมเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และได้ว่าจ้างช่างมารีโนเวตเมื่อช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา แต่คนงานทำงานยังไม่แล้วเสร็จ และมีการทิ้งงานไป ทางผู้รับเหมาจึงส่งทีมช่างชุดใหม่เข้ามาทำงานเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาพบศพในวันนี้
ทั้งนี้ ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ยังให้ข้อมูลเพิ่มว่า อาคารแห่งนี้ทางเจ้าของได้ปิดประตูไว้ แต่ไม่ได้ล็อก จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนลักลอบเข้าไป และประสบเหตุก็เป็นได้ เพราะจากสภาพศพนั้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ซึ่งต้องรอผลจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง พร้อมทั้งเชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาสอบปากคำที่โรงพักต่อไป
ด้านนายธนาสิน บุญกระสินธ์ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า ศพที่พบเป็นผู้หญิง นอนคว่ำหน้าอยู่ก้นแท้งค์ที่มีระดับน้ำเหลืออยู่ประมาณ 15 ซม. สภาพเน่าเปื่อย แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เนื่องจากเนื้อหนังบางส่วนมีลักษณะแห้งติดกับผิวแท้งก์น้ำ ซึ่งการนำศพออกจากแท้งก์น้ำต้องใช้เครื่องมือตัดถ่าง ตัดผ่าแท้งค์น้ำให้เป็นช่อง เพื่อให้สามารถนำศพออกมาได้ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเอกสารประจำตัว
ขณะที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาล 4 ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และไม่พบพยานหลักฐานอื่นใดในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติคนหายในพื้นที่ รวมถึงการแจ้งความคนหายย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งต้องรวมถึงคนวิกลจริต และคนจรจัดในพื้นที่ว่ามีใครหายไปบ้าง ขณะที่หลังจากนี้ต้องประสานไปยังนิติเวชเรื่องการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ว่ามีร่องรอบการถูกทำร้ายหรือไม่