จากกรณีคดีสะเทือนขวัญ ซึ่งนายสมชาย หรือ โบ้ จักรยานยนต์รับจ้าง บุกยิงครอบครัวอดีตภรรยา เสียชีวิต 4 ศพ ก่อนจบชีวิตตัวเองตามนั้น
ล่าสุดนางชมพู่ อดีตภรรยาของ นายสมชาย หรือ โบ้ ที่รอดชีวิตเปิดใจว่า เธอกับ นายโบ้ คบหากันมาประมาณ 6 - 7 ปี โดยฝ่ายชายมีครอบครัวมาก่อนแล้ว ส่วนตัวเธอเองก็มีลูกติด 2 คน คือเด็กอายุ 7 ขวบ และ 9 ขวบ ที่ผ่านมาฝ่ายชายเป็นคนอารมณ์ร้อน เคยทำร้ายร่างกายหลายครั้ง บางครั้งก็ใช้ปืนจ่อข่มขู่ จนสุดท้ายก็ตัดสินใจจดทะเบียนหย่ากัน เมื่อ 2 เดือนก่อน
แต่นายโบ้ก็พยายามตามง้อขอคืนดี ซึ่ง นางชมพู่ ไม่ยอมเพราะรู้สึกว่าไปต่อไปไม่ไหวจริงๆ ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ นางชมพู่ได้เปลี่ยนเบอร์มือถือ และบล็อกการติดต่อทุกอย่าง ทำให้ นายโบ้ติดต่อไม่ได้และอาจจะโกรธ จึงบุกเข้าไปยิงแม่ ป้า และลูกชายของเธอเสียชีวิตทั้ง 4 คน
โดยนายชมพู่ เชื่อว่านายโบ้ ตั้งใจมาก่อเหตุ เพราะเคยขู่ว่าจะเอาไปทั้งหมด จะทำให้เธอเสียใจมากกว่า ที่เขาเสียใจเป็นร้อยเท่า และนายโบ้รู้ว่าทั้ง 4 คนที่เสียชีวิต คือคนที่นางชมพู่รักมากที่สุด
ส่วนศพของแม่ ป้า และลูกทั้ง 2 คน นางชมพู่ ได้เดินทางไปพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความช่วยเหลือดำเนินการเรื่องศพ เพราะไม่สามารถหาเงินมาจัดพิธีศพได้ทัน ขณะที่นางปวีณา หงสกุล บอกว่า มูลนิธิจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายงานศพทั้งหมด โดยจะนำทั้ง 4 ศพตั้งไว้ที่ศาลา 6 วัดเกาะสุวรรณาราม ร่วมถึงช่วยประสานงานกับตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อช่วยเหลือทางคดีเพิ่มเติม
ด้าน พันตำรวจเอกมารุต สุดหนองบัว ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง ให้ข้อมูลว่าเบื้องต้น ตำรวจได้สอบปากคำ “นางชมพู่” แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะอยู่ในสำนวนคดี
ส่วนปมเหตุของเรื่องนี้ พันตำรวจเอกมารุต บอกว่า เป็นเรื่องปัญหาหนี้สิน และความหึงหวง แต่ปัญหาทั้งหมดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว สำหรับปืนที่ใช้ก่อเหตุ ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นปืนของผู้ก่อเหตุ หรือ เป็นของผู้อื่น แต่พฤติการณ์ทั้งหมดเชื่อว่า นายโบ้ ก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่มีคนอื่นร่วมด้วยแน่นอน