จากกรณีที่มีการระดมกำลังค้นขยายผลคดี นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ “กำนันนก” คือ บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด ที่มีชื่อกำนันนกเป็นกรรมการบริษัท ส่งผลให้ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงาน เดินทางเข้ามาตรวจสอบข้อพิรุธเรื่องการประมูลราคาโครงการภาครัฐจำนวนมาก
แต่ปรากฎว่าระหว่างการตรวจค้น กลับพบรถที่พาผู้ต้องหาหลบหนีหลังยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. หรือ สารวัตรแบงค์ ด้านในบริษัทด้วย
ย้อนคลิปวันเกิด "กำนันนก" ผู้การฯนครปฐม แจงไปร่วมงานแต่ไม่รู้จัก!
ถือเป็นหลักฐานใหม่ชิ้นสำคัญในการดำเนินคดีครั้งนี้ด้วย วันนี้ ทีมข่าวนิวพีพีทีวี จะมาอัปเดตเหตุการณ์ล่าสุดกัน!
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่ได้เดินมาถึงที่นี่ มีความวุ่นวายเกิดขึ้นเล็กน้อย เพราะช่วงแรกพนักงานบริษัทไม่ยอมเปิดประตูให้เข้าไปตรวจค้น ทำให้มีการเจรจากันครู่หนึ่ง
โดยพนักงานสอบสวน ได้อ่านหมายค้นจากศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ต่อหน้าพนักงานของบริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด เพื่อขอเข้าไปตรวจค้นด้านใน หลังระดมกำลังหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจสืบสวนภาค 7, ตำรวจสอบสวนกลาง, ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทรี 7, เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเจ้าหน้าที่สรรพากร เข้ามาตรวจค้นที่นี่
แต่ช่วงแรกพนักงานบริษัทและ รปภ. ไม่ยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไป จนหัวหน้าชุดต้องบอกให้ชุดปฏิบัติการพิเศษอินทรี 7 ปีนข้ามประตูรั้วบริษัทเข้าไปภายใน พร้อมเตือนว่าจะค้นตัว รปภ.ทุกคน หากยังไม่ยอมเปิดประตู จนสุดท้าย รปภ. ยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไปด้านใน
เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในบริษัท มีลักษณะเป็นแพลนท์ปูน มีรถบรรทุกและรถแบ็คโฮจำนวนมาก มีพนักงานบริษัทเข้ามาทำงานตามปกติ และระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นก็มีรถบรรทุกหลายคันทยอยออกไปด้านนอก โดยบางคันบรรทุกวัสดุก่อสร้าง ขณะที่บางคันมีผ้าใบคลุม ทำให้ไม่เห็นว่าภายในบรรทุกอะไร
ขณะที่ช่วงหนึ่ง ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็น น้องชายของกำนันนก ค่อย ๆ เดินออกมาจากโรงงาน แล้วมีรถตู้ออกมารอรับ โดยเจ้าตัวสวมหน้ากากอนามัย มีสีหน้าเรียบเฉย และยังคงปิดปากเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น ก่อนขึ้นรถตู้ออกจากพื้นที่ไป
ภายหลังการตรวจค้นราว 1 ชั่วโมง นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. จะออกมาให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถถามถามกรณีเครือญาติของกำนันนกซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัท เดินออกมาขึ้นรถตู้ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้น จะถือว่าไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่ นายภูมิวิศาล บอกว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่หากพบว่ากระทำผิด ก็ไม่สามารถหนีไปไหนรอด
โดยการลงพื้นที่ในวันนี้ นายภูมิวิศาล บอกว่า เป็นการระดมกำลังของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงาน ซึ่งเบื้องต้นพบพิรุธ บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด มีพิรุธส่อเข้าข่ายสมคบกันในการประมูลราคา ซึ่งเชื่อว่าผู้กระทำผิดไม่ได้มีแค่คนเดียว การตรวจค้นวันนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อหาจุดเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดคนอื่น ๆ ถ้าถึงใครก็เตรียมรับผิดได้ ซึ่งวันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ทั้งจากกรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร รวมถึง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องภาษีและกรณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
ซึ่งจากการตรวจค้นในขณะนี้ มีประโยชน์ต่อรูปคดีมาก และเห็นเค้าลางบางสิ่งที่สำคัญและเชื่อมโยงคนที่อยู่ในกระบวนการทั้งหมดได้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการฮั้วประมูล หรือมีใครเกี่ยวข้องบ้าง ต้องนำหลักฐานเอกสารไปวิเคราะห์ ถึงจะสามารถลงรายละเอียดได้ ซึ่งการที่ลงพื้นที่ตรวจค้นทั้ง 4 จุดวันนี้ ยืนยันว่า ทุกจุดมีความเชื่อมโยงกันมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
โดยนอกจากการตรวจค้นดูพิรุธเอกสารต่างๆ ที่จุดนี้ ยังมีรายว่าจะมีการตรวจสอบบริษัทคู่เทียบในการยื่นประมูลทั้งหมดด้วย นอกจากนี้การลงพื้นที่ยังพบรถยนต์ที่ผู้ต้องหาใช้หลบหนีหลังก่อเหตุยิงสารวัตรแบงค์ คือ รถฟอร์ดสีเทา และฟอจูนเนอร์สีขาว อีกด้วย ทำให้ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ เดินทางเข้ามาสมทบเก็บหลักฐานภายในรถไปตรวจสอบ