"บิ๊กโจ๊ก"เปิดภาพยัน “กำนันนก” สั่งยิง! มี ตร. แค่ 5 คนช่วยคนเจ็บ!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“บิ๊กโจ๊ก” ยันหลักฐานมัด “กำนันนก” สั่งยิง ซัด ตร.ยศใหญ่หนีเอาตัวรอด มีแค่ 5 คนช่วยคนเจ็บ ชี้ทุกคนในงานรู้สัญญาณก่อนเกิดการยิง

วันที่ 14 กันยายน เวลา 22.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวหลังดูภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านกำนันนก อีก 2 กล้องที่เหลือ ว่า สิ่งที่สังคมสงสัยว่าตำรวจคนไหนให้การเท็จบ้าง โดยตำรวจที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ(พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว) มีอยู่ 5 คน คือ ด.ต.สราวุธ , ด.ต.ชนาณัฐ, พ.ต.ต.ณรงค์, จ.ส.ต.ทศพล และจ.ส.ต.เมหิศร ส่วนนอกจากนั้นที่บอกว่าให้การช่วยเหลือก็ไม่ได้ดำเนินการตามที่ให้การไว้ คำให้การก็จะขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ซึ่งในส่วนนี้การดำเนินคดีพนักงานสอบสวนจะร่วมกันพิจารณาเรื่องการให้การเท็จกับใครบ้าง

"กำนันสู้ผมไม่ได้” ฟางเส้นสุดท้าย "กำนันนก" เสียหน้า ก่อนยิง “สารวัตรศิว”

ทั้งนี้ที่สังคมกำลังคาใจก็จะเห็นชัดเจนแล้วว่าใครช่วยและไม่ช่วยบ้าง ทั้งนี้ตำรวจมีอาวุธปืนเกือบทั้งหมดแต่ไม่มีใครจับกุมความผิดซึ่งหน้าในขณะเกิดเหตุ ซึ่งจะต้องพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 นอกจากนั้นยังพบว่าหลังเกิดเหตุมีตำรวจหลายคนช่วยผู้กระทำความผิด ทั้งขับรถนำ ขับรถตาม และคุ้มกันกำนันนก แทนที่จะอยู่ข้างตำรวจช่วยตำรวจ แต่กลับไปช่วยผู้กระทำความผิด ส่วนนายตำรวจระดับสูงเผ่นหนีแน่บ คนที่บอกว่าช่วยเขาก็ไม่ได้ช่วยเลยซึ่งเป็นเรื่องที่ย่ำแย่มาก โดยในส่วนนี้ก็จะมีการพิจารณาดำเนินการทางอาญาและวินัยควบคู่กันไป

ส่วนกล้อง 2 กล้อง ที่เราพยายามกู้แต่กู้ไม่ได้ ซึ่งเป็นกล้อง 2 ตัวที่ส่องมาที่โต๊ะจีน โดยเราเพิ่งทราบหลังการถอดบอร์ดออกมาตรวจสอบ พบว่า กล้องตัวแรกไม่ได้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ส่วนกล้องอีกตัวบันทึกภาพถึงเวลา 10.16 น. ของวันเกิดเหตุ ซึ่งการที่กล้องตัวนี้ไม่มีภาพหลังจากเวลานั้น พบว่าไม่ใช่การถอดปลั๊ก หรือตัดสาย แต่สรุปแล้วกล้องตัวนี้กำนันเป็นคนกดสวิตซ์ให้ปิดตอน 10.16 น. ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาจัดสถานที่ กำลังจัดโต๊ะจีน โดยตนสันนิฐานว่าคงมีคนเตือนกำนันนก ว่าการจัดงานเลี้ยงไม่ควรมีการบันทึกภาพให้เห็นว่าใครนั่งอยู่บ้าง กำนันนเลยกดสวิตซ์ปิดกล้อง เลยทำให้ไม่มีภาพหลังจากนั้น

ส่วนเหตุการณ์ในการยิง การเข้ามาในงานก็คงไม่มีใครนึกว่าจะมีเหตุรุนแรงขนาดนี้ แต่พบว่าหลัง “สารวัตรศิว” เข้ามาในงานแล้ว เมื่อมีการโต้เถียงก็เริ่มมีการเคลียร์คนออกไป กำนันนกก็ได้เข้าไปคุยกับนายหน่อง จากนั้นก็นำมาสู่การยิง วันนี้เรามีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนว่ากำนันเป็นผู้สั่งยิง หลังจากเกิดการยิงลูกน้องกำนันก็ยืนควบคุมหมดทุกจุด แต่ตำรวจต่างคนต่างออก ต่างคนต่างละเว้นหน้าที่ เห็นความผิดซึ่งหน้าแต่กลับไม่เข้าจับกุม ส่วนตำรวจที่นำคนเจ็บ(พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว) ไปส่งมีแค่ 5 คน จากที่ก่อนหน้านี้มีตำรวจเป็น 10 คนที่บอกว่าพาคนเจ็บไปส่ง ขณะที่นายตำรวจชั้นผุ้ใหญ่ไม่มีใครช่วยเลย ต่างคนต่างหนีต่างคนต่างเอาตัวรอด ส่วนจะแจ้งข้อหาใครบ้างจะมีการพิจารณาในวันที่ 16 กันยายนนี้

“วันนี้ในเรื่องพยานหลักฐานมัดกำนันต่างๆมันชัดเจนแล้ว มันจบแล้ว แต่เราจะขยายไล่ต่อ คือเรื่องร่ำรวยผิดปกติ เส้นทางการเงินมาจากไหน 2.เรื่องการประกอบธุรกิจ การประมูลงาน 1.5 พันกว่าโครงการ ซึ่งยิ่งกว่าผิดปกติ อภิมหาผิดปกติ ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบ รวมทั้งเรื่องการเลี่ยงภาษีหรือไม่ วันนี้ต้องขุดรากถอนโคลนแบบนี้ แต่หากไม่ผิดไม่เป็นไรเราให้ความเป็นธรรม แต่หากผิดก็ต้องดำเนินคดีฟอกเงินยึดทรัพย์”

ส่วนสาเหตุการปิดกล้องวงจรปิดนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า วันนี้เราสันนิฐานว่าเขาตั้งใจปิด เขาคงไม่ได้คิดว่าจะสังหารในตอนที่ปิดกล้อง แต่น่าจะมีคนมาแนะนำให้ปิด ซึ่งสันนิฐานว่าอาจจะไม่อยากให้ใครเห็นภาพ เพราะเชิญคนหลายคน และเวลากิน กินกันหนัก มีการสั่งถอดเสื้อ สั่งกระโดดน้ำ ซึ่งก็คงไม่อยากเห็นภาพตรงนี้ เพราะการยิงไม่ได้เกิดตอน 10.16 น. ที่มีการปิดกล้อง แต่เขาจะปิดเพราะอะไรต้องสอบสวนต่อ ทั้งกำนันนกและคนจัดโต๊ะจีน ส่วนที่ไม่ได้กดปิดกล้องตัวอื่นสันนิฐานว่าอาจจะมองว่ากล้องตัวอื่นไม่เห็นคนร่วมโต๊ะเหมือนกล้องตัวนี้

“สารวัตรศิวเข้ามาได้แป๊บเดียว ก็เกิดการยิง ก็แสดงว่าต้องมีการถกเถียงพูดคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ซึ่งในงานลูกน้องกำนันมีปืนทั้งหมด ตำรวจก็พกปืน นายหน่องก็พกปืนตลอด วันนี้สรุปได้ว่าเป็นความฮึกเหิม ความคึกคะนอง”

ส่วนจะเป็นการฆ่าโดยตระเตรียมไว้ก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า จากที่มีภาพการส่งปืนกันของลูกน้องกำนันนก ก็คือทุกคนในงานรู้แน่ว่าถ้ามีเรื่องก็ต้องพร้อมใช้อาวุธ ทุกคนในงานก็ต้องรุ้ว่าลูกพี่มีปัญหากับสารวัตรคนนี้ ก็รู้ว่าถ้ามีปัญหาก็ต้องยิงกัน ซึ่งก็เป็นการตระเตรียมไว้ก่อน และก่อนจะมีการยิงกัน ก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งชั่วโมง ทุกคนรู้แล้วว่าจะต้องมีการยิงกัน มีการเคลียร์คนแก่ และผู้ไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน มีการเคลียร์รถเพื่อเปิดทางออก ซึ่งวิธีการแบบนี้ก็คือรู้แล้วว่าจะต้องมีการยิง และกำนันนกก็เป็นคนส่งสัญญาณ ดังนั้นวันนี้เรื่องกำนันนกวันนี้พยานหลักฐานจบสนิทแล้ว ยังไงก็ไม่รอด

นอกจากนั้นมีการดำเนินคดีกับนายเด้ง (ญาติกำนันนก) และนายต๋อง ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยนายต๋องได้นำปืนมาส่งให้นายเด้ง เพื่อให้นายเด้งนำเข้าไปในบ้านกำนันนก เป็นการเตรียมกันไว้

ทั้งนี้จากการสอบสวนพบมูลเหตุสำคัญมี 2 กรณี 1.มีการขอลูกน้อง ให้ย้ายตำแหน่งแล้วไม่ได้รับการสนองตอบ 2. เรื่องการประกอบธุรกิจ ที่มีปัญหาเรื้อรัง เพราะเขามีรถบรรทุกแล้ววิ่งบรรทุกน้ำหนักเกิน เมื่อสารวัตรเข้มงวดก็ต้องมีปัญหา จนเป็นมูลเหตุในการยิง เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดของสารวัตรศิว ส่วนเรื่องการดวนเหล้าก็มีด้วย แต่เป็นเรื่องรอง แต่เรื่องหลักอยู่ที่ 2 ประเด็น

เมื่อถามว่าผู้กำกับเบิ้มได้ขึ้นรถไปให้การช่วยเหลือในการนำส่งโรงพยาบาลหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า เราไมมีภาพ แต่มีประจักษ์พยานที่ยืนยัน และการสอบพยาน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า วันเกิดเหตุเป็นวันแรกที่ “สาวัตรศิว” ไปที่บ้านกำนันนก ส่วนคนที่ชวนไปก็คือผู้กำกับเบิ้ม ซึ่งก็รู้จักกับกำนันนกอยู่แล้ว ก็เรียกไปแนะนำให้รู้จักกัน เพราะ“สาวัตรศิว”เพิ่งมารับตำแหน่ง และก็มีการเรียกไปหลายคน

อายัด 'สลากกินแบ่งรัฐบาล' งวด 16ก.ย. 66 จำนวน 90 เล่ม 9,000 ใบ

ย้อนดู “เงินเดือนข้าราชการ” หลัง ครม.สั่งการแบ่งจ่าย 2 รอบ/เดือน

วันขอเงินพระจันทร์ “อมาวสี” คืออะไร พร้อมแจกฤกษ์มงคลตลอดปี 2566

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ