ความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพชาวเมียนมาแช่ตู้เย็นในอาคารพาณิชย์ย่านบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เมื่อวานที่ผ่านมานั้น วันนี้ตำรวจยังคงสอบปากคำพยานซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมาร์ 5 คน ที่มาพร้อมกับผู้ตาย เคยพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุกับผู้ตาย
โดยเชิญล่ามชาวเมียนมาร์มาช่วยแปลคำให้การ ซึ่งล่ามชาวเมียนมาเปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากตำรวจเพื่อมาแปลคำให้การจากพยานที่สอบปากคำ โดยเปิดเผยว่า แรงงานกลุ่มนี้มีทั้งชาวอินเดียและชาวเมียนมาร์ ซึ่งเดินทางจากประเทศเมียนมาร์ทั้งหมด 6 คน
สุดโหด! ฆ่าหั่นศพชายเมียนมายัดตู้แช่ ย่านบางขุนเทียน
โดยประสานกับนายหน้าชาวอินเดีย ซึ่งคิดค่านำพาเข้าประเทศไทยหัวละ 7,000 บาท เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยไทม์ไลน์การเดินทางออกจากประเทศเมียนมาร์ตั้งแต่ วันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา มาถึงชายแดนไทย 12 ม.ค. และเข้ามาถึง กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 13 ม.ค. จากนั้นจึงมาพักอาศัยในบ้านหลังเกิดเหตุ ในวันที่ 15 ม.ค. เพื่อรอการจัดส่งไปทำงาน
แต่ในวันที่ 19 ม.ค. วันที่เกิดเหตุ แรงงานชาวเมียนมาให้การว่า ช่วงเช้า นายหน้าชาวอินเดียได้เรียกนายเยาว์ผู้ตาย ขึ้นไปพูดคุยกับนายหน้า บนชั้น 3 ของอาคาร ส่วนคนอื่นๆ ให้รวมตัวอยู่ด้านล่างของอาคาร หลังจากนั้นนายเยาว์ก็ไม่ได้กลับลงมา
แต่มีนายหน้า ชาวอินเดีย คนหนึ่ง ลงมาบอก กับแรงงานทั้ง 5 คนว่า เดี๋ยวจะพาไปส่ง ทำงานที่สีลมก่อน ส่วนนายเยาว์ที่ขึ้นไปด้านบน เดี๋ยวจะพาไปส่งวันหลัง วันนี้หัวหน้าอารมณ์ไม่ดี โดยชาวเมียนมาทั้ง 5 คนสังเกตเห็นว่าใบหน้าชาวอินเดียคนที่ลงมาบอก มีสภาพที่เหงื่อออกชุ่มไปทั้งตัวด้วย
หลังจากนั้นก็พาพวก แรงงานทั้ง 5 คนขึ้นรถ โดยบอกว่าจะพาไปส่งที่สีลมแต่สุดท้ายไปทิ้งไว้กลางทาง ซึ่งทั้ง 5 คนก็ไม่รู้ว่าจุดที่โดนทิ้งเรียกว่าที่ไหน จึงได้จ้างให้แท็กซี่ไปส่งที่สีลม จากนั้นวันที่ 20 ม.ค. ก็พยายามติดต่อนายหน้าชาวอินเดีย ถามหานายเยาว์ ปรากฏว่าในหน้าชาวอินเดียก็บอกว่าเดี๋ยวจะพาไปส่งไม่ต้องห่วง พอวันที่ 21 ม.ค. ก็ติดต่อนายหน้าชาวอินเดียไม่ได้แล้ว สังหรณ์ใจจึงพากันเดินทางมาตามหานายเยาว์ที่อาคาร พอมาถึงก็เห็นว่าอาคารถูกล็อค จึงโทรไปหาเจ้าของอาคารเพื่อขอทุบกุญแจเข้าไป
สุดท้ายเข้าไปแล้วก็เจอศพนายเยาว์ ถูกยัดไว้ ในตู้แช่แข็ง จึงโทรหา ชาวเมียนมา ที่อยู่ในประเทศไทย ที่คอยช่วยเหลือประสานงาน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เชิญชาวบ้าน ใกล้จุดเกิดเหตุ มาให้ข้อมูลด้วย
ทั้งนี้ทีมข่าวได้พูดคุยกับนางสาวบี (นามสมมุติ) เพื่อนบ้าน บอกกับทีมข่าวว่าในวันเกิดเหตุตนต้องนำบิลค่าน้ำไปเสียบไว้ที่หน้าบ้านที่เกิดเหตุเนื่องจากบินค่าน้ำ ชอบมาใส่ไว้ผิดที่ ที่หน้าบ้านของตน พอเดินไปที่หน้าบ้านเพราะสังเกตเห็นว่า มีแม่กุญแจล็อคประตูไว้ ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยเห็นว่าบ้านหลังนี้ใช้แม่กุญแจล็อคมาก่อน จึงคิดว่าชาวอินเดียที่มาเช่าบ้านพักย้ายออกจากบ้านพักไปแล้ว
แต่ก็สงสัยเพราะว่าเขาเพิ่งย้ายมาอยู่เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา พอไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่า รถสีแดงของชาวอินเดีย ขับเข้าๆ ออกๆ อยู่หลายรอบมาก และเห็นว่าตอนช่วงพลบค่ำก็มีรถส่งสินค้า นำตู้แช่เย็นมาส่ง หลังจากนั้นก็เห็นว่า ประตูบ้านหลังนี้ถูกล็อค มาตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. และคนอินเดียก็ไม่ได้เดินทางเข้ามาอีกเลย จนกระทั่งเกิดเหตุพบศพเมื่อวานนี้
เปิดเงื่อนไข กาตาร์ พบ จีน ส่งผลต่อทีมไทย ลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมเอเชียน คัพ 2023