จากกรณีมีการฆ่าหั่นศพชาวเมียนมา ซึ่งมีผู้ต้องสงสัยเป็นชาวอินเดียที่เป็นนายหน้าแรงงานต่างด้าวนั้น ล่าสุดจากการสอบปากคำพยาน เพื่อนชาวเมียนมาเล่าว่า กลุ่มของผู้ตายเดินทางมาถึงชายแดนในวันที่ 11 ม.ค.2567 จากนั้นมีนายหน้าเป็นชาวอินเดียเดินทางเข้าไปรับในวันที่ 12 ม.ค.2567 ก่อนจะพามาพักที่ย่านสีลม
ขณะที่วันที่ 13 ม.ค.2567 ชาวอินเดียไปติดต่อขอเช่าบ้านในซอยสะแกงาม บ้านที่เกิดเหตุ วันที่ 14 ม.ค.2567 นายจ้างชาวอินเดียพาชาวเมียนมาร์ 6 คนเข้าพัก โดยไม่ให้ออกไปไหน เพราะเข้าเมืองผิดกฎหมาย
วงจรปิดมัดแก๊งอินเดีย ซื้อตู้แช่ก่อนลงมือฆ่าหั่นศพ
กระทั่ง วันที่ 19 ม.ค.2567 วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 13.00 น. ชาวอินเดีย2 คนเดินทางมาที่ตึกแถวที่เกิดเหตุ จากนั้นได้เรียกให้ชาวเมียนมา 6 คนลงมาด้านล่าง ขังให้อยู่ในห้องครัว ก่อนเรียกผู้ตายซึ่งอายุมากที่สุดขึ้นไปด้านบน เพื่อพูดคุยบางอย่าง กระทั่งเวลาประมาณ 15.00น. นายจ้างชาวอินเดียได้ให้ชาวเมียนมาอีก5 คนออกจากที่พัก โดยบอกว่าจะพาไปทำงาน และบอกว่าผู้ตายจะตามไปทีหลัง ก่อนพาชาวเมียนมา 5 คนไปปล่อยไว้ที่สีลม จากนั้นเวลา 18.28น. ปรากฎภาพวงจรปิดชาวอินเดีย 2 คนไปซื้อตู้แช่กลับมาที่บ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นกลุ่มชาวเมียนมา 5 คนก็ติดต่อ ผู้ตายไม่ได้อีกเลย
ซึ่งหลังก่อเหตุวันที่ 20 ม.ค.2567 เวลา 20.50น. ชาวอินเดีย2 คนก็หนีออกนอกประเทศ เที่ยวบิน TG337 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เผยความคืยบหน้า คดีฆ่าหั่นศพชายชาวเมียนมาซุกตู้แช่ ขณะนี้ใกล้ได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว ส่วนผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นนายจ้างชาวอินเดีย ซึ่งเดินทางออกนอกประเทศ โดยมีปลายทางคือเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ประสานการผ่านทางเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ให้ช่วยติดตามตัวผู้ต้องหาแล้ว โดยไทยมีความร่วมมืออันดี ผ่านทางสนธิสัญญา ว่าด้วยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศอินเดีย
ส่วนมูลเหตุจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์หรือไม่นั้น ยังต้องขอรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความชัดเจนก่อน โดยไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งการค้ามนุษย์ ชู้สาว หรือทะเลาะวิวาท
นอกจากนั้น ผบ.ตร. ยังระบุอีกว่า หลังรัฐบาลมีนโยบายฟรีวีซ่าให้ นักท่องเที่ยวบางประเทศ พบว่า มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก โดยชาวอินเดีย เดินทางเข้ามามากเป็นอันดับ 1 จึงได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ร่วมกับ FBI เข้มงวดการตรวจสอบกลุ่มชาวต่างชาติในพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่พัทยา เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มชาวต่างชาติ ที่อาจเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรืออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งขณะนี้ประเทศอินเดียก็ประสบปัญหานี้มากเช่นกัน
เปิดเงื่อนไข กาตาร์ พบ จีน ส่งผลต่อทีมไทย ลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมเอเชียน คัพ 2023