จากกรณีที่ น.ส.อรทัย ที่มีสามีเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ได้ หายตัวไปนานกว่า 2 สัปดาห์ พบเพียงรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ข้างสระน้ำ โดยญาติอ้างว่า น.ส.อรทัยได้มาเข้าฝันเพื่อนบ้าน พร้อมบอกว่าร่างของตนถูกทิ้งไว้ในบ่อน้ำ ทำให้ญาติต้องแจ้งกู้ภัยเข้าช่วยงมหาร่างในบ่อน้ำ แต่กลับไม่พบวี่แวว วันนี้ญาติเตรียมงม หาร่างอีก 1 จุด ในสระน้ำของวัด
ความคืบหน้าเหตุ น.ส.อรทัย โพสีงาม ซึ่งเคยมีสามีเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์แต่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2564
ทำให้น.ส. อรทัยได้รับมรดกกว่า 13 ล้านบาท หลังจากนั้น น.ส. อรทัยได้แต่งงานใหม่กับชายชาวสวิตเซอร์แลนอีกคน แล้วได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมสามีใหม่ แต่กลับมาหายตัวไปเมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา หลังจากมีปัญหาทะเลาะกับสามี โดยพบเพียงจักรยานยนต์ของน.ส.อรทัยจอดทิ้งไว้ข้างสระน้ำ
ต่อมาในช่วงค่ำวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา น.ส.ธิดารัตน์ น้องสาวของน.ส.อรทัย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ลูกสาวของป้าที่เป็นเพื่อนบ้านกันได้ถูกวิญญาณของน.ส.อรทัยเข้าสิง บอกว่า ให้ช่วยงมร่างขึ้นจากสระน้ำโดยบอกย้ำๆว่า “มันเอาพี่ใส่ถุงดำมาทิ้งเอาไว้ ช่วยพี่ด้วย พี่หนาว”
ทำให้ญาติๆ ของ น.ส.อรทัย ฯ ต้องขอให้กู้ภัยช่วยมาดำน้ำค้นหาร่างของ น.ส.อรทัย ในสระน้ำที่ใกล้กับจุดที่พบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ โดยมีการค้นหาร่างของน.ส.อรทัยตลอดทั้งคืนวันที่ 27 มกราคม แต่ก็ยังไม่พบวี่แววต่าอย่างไร แม้จะมีการสูบน้ำออกจนแห้งเกือบหมดบ่อ และยังมีชาวบ้านช่วยกันออกสำรวจพื้นที่โดยรอบสระแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม นางสาวธิดารัตน์ เปิดเผยว่า ทางครอบครัวยังไม่ละความพยายาม ตอนนี้กำลังประสานเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของมูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ว่าจะนำกำลังเข้ามาเริ่มปฏิบัติการค้นหาบริเวณสระน้ำข้างวัดที่อยู่หลังบ้านอีกหนึ่งจุด โดยคาดว่า น่าจะเริ่มดำเนินการได้ในวันนี้
ในส่วนของเงินมรดกที่พี่สาวนำติดตัวกลับมา หลังจากสามีชาวต่างชาติเสียชีวิตเมื่อปี 2564 นั้น ตนเองไม่รู้รายละเอียดเส้นทางการเงินก้อนนี้มากนัก ทราบเพียงว่า พี่สาวนำมาซื้อรถยนต์ ที่นา ส่งเสียลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่อาชีวศึกษาแห่งหนึ่งของจังหวัด และมีการจดบันทึกรายชื่อกับรายการที่มีผู้ยืมเงินไปด้วยจำนวนหนึ่ง
แต่ด้วยความที่พี่สาวเป็นคนชอบเล่นพนัน ก็อาจจะใช้จ่ายในส่วนนี้ไปด้วย อีกทั้งพี่สาวยังไม่ได้ทำงานอะไร ส่วนการเข้าถึงการเบิกจ่ายเงิน ก็มีเพียงพี่สาวและสามีคนปัจจุบันเท่านั้น และหลังจากเกิดเรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายเลขบัญชีของพี่สาวไปติดตามหาหลักฐานตามขั้นตอนแล้ว
ทางด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และตำรวจท้องที่ ก็ได้กระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาข่าว โดยส่วนหนึ่งได้เข้าไปตรวจค้นบ้านพักของ น.ส.อรทัย ผู้สูญหาย แต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ส่วนสามีชาวต่างชาติคนใหม่ของ น.ส.อรทัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ครบุรี ได้เชิญตัวไปเก็บดีเอ็นเอตามวิธีการของเจ้าหน้าที่ เพื่อเอาไว้ประกอบข้อมูล
สำหรับความคืบหน้าทางทีมข่าวจะนำมาเสนอต่อไป