จากกรณีชาวบ้านพบศพชายหนุ่มในสภาพถูกทำร้ายด้วยของเหล็กแทงเข้าที่ในหน้าที่บนศีรษะหลายแผล ลอยน้ำอยู่ในสระน้ำหน้าสวนปาล์มของชาวบ้าน ในพื้นที่ ต.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร โดยทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายศุภพงศ์ กงแก้ว ซึ่งภรรยาของผู้เสียชีวิตบอกว่า ปกติสามีไมเคยมีเรื่องทะเบาะแว้งกับใคร จึงเชื่อว่าสามีถูกฆาตกรรมเพราะอาจไปเห็นสิ่งผิดกฏหมาย
จากนั้นชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่หาหลักฐานเป็นกล้วงวงจรปิด พร้อมกับสอบปากคำพระของสำนักสงฆ์ใกล้กับจุดพบศพ
ทั้งนี้จากการสอบปากคำเบื้องต้น พบว่าพระทั้ง 2 รูป เป็นพ่อลูกกัน จะเดินออกบิณฑบาตตั้งแต่ช่วง 5.30 น.–8.30 น. โดยพระหัด ภูษา ซึ่งพ่อเดินหน้า และมีพระสุนย์ทร ภูษา ลูกชายเดินตามหลัง แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุพระหัด เดินนำหน้าจริง โดยมีพระสุนย์ทร เดินตามหลังห่างกันเพียง 4 นาที แต่ขากลับพบว่าพระสุนย์ทร ได้เดินกลับเพียงลำพัง โดยพระหัด ผู้เป็นพ่อเดินตามมาห่างกันนานนับชั่วโมง แต่ทั้งคู่ยังยืนยันว่าเดินห่างกันเล็กน้อย
จากนั้นตำรวจจึงเชิญตัวพระสุนย์ทร มาสอบปากคำอย่างละเอียด สุดท้ายพระสุนย์ธร ก็ยอมเปิดปาก ว่าหลังจากที่กลับจากบิณฑบาตกลับมาที่สำนัก ก็พบว่านายศุภพงศ์ มานั่งรอที่จะเอาอาหารจากตน ทั้งที่ตนเองเพิ่งมาถึงและยังไม่ได้ฉันอาหารเลย จึงเกิดการทะเลาะกัน ถึงขัดลงไม้ลงมือ และตนเองก็ใช้ช้อนสั้น เป็นอาวุธในการแทงนายศุภพงศ์ ซึ่งก่อนหน้านี้พระสุนย์ธร ก็ได้ไปสารภาพกับพระหัดว่าเป็นคนก่อเหตุเอง
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปทำการลาสิกขา และรอการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากพระสุนย์ทร หรือนายสุนทร เริ่มมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด
ด้านพระหัด ภูษา ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า พระลูกชาย สุขภาพไม่ดี เคยผ่าสมองตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยสาเหตุจากอุบัติเหตุ และตนไม่รู้เลยว่าพระลูกจะมาก่อเหตุดังกล่าวได้ หากวันนั้นตนเองกลับมาพร้อมกัน เรื่องก็คงไม่เกิดแน่นอน เพราะพอจะห้ามปราบได้ ซึ่งเชื่อว่าพระลูกคงคุมอารมณ์ไม่ได้ เนื่องจากอาการจะอ่อนไหว โมโหร้าย และบางครั้งก็จะนิ่งเงียบ
พระหัดบอกว่า ก็ปล่อยไปตามกฎหมายไปใครทำอะไรก็ได้เช่นนั้น ส่วนตนนั้น หลังจากนี้ก็จะเดินทางไป จ.อุดรธานี บ้านเกิด เพื่อจะจัดการเรื่องที่ทาง เพื่อเก็บที่ดินส่วนหนึ่งไว้ให้กับนายสุนทร หลังจากที่พ้นคดีไว้ทำกินต่อไป
“สนามแม่เหล็กดวงอาทิตย์สลับขั้ว” กำลังจะเกิด! มันคืออะไรและมีผลอย่างไร?