เมื่อคืนวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราช เข้าตรวจสอบโดยรอยพบรอยกระสุนปืนรอบตัวรถนับ 10 รู ทั้งที่กระจกหน้ารถและกระจกข้างรถ ตรวจสอบโดยรอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่รอบรถจำนวน 10 ปลอกตกอยู่ภายในรถ 3 ปลอกรวม 13 ปลอก
พบร่างผู้เสียชีวิต 2 คน คือ นายนิพนธ์ อายุ 59 ปีมีบาดแผลถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ศีรษะหลายนัด และบริเวณแขนซ้าย 1 นัด และอีกศพคือ นางดาราณี อายุ 29 ปี พบรอยกระสุนที่ศีรษะคอหัวไหล่และแขนหลายนัดเช่นกัน
โดยเหตุสลดดังกล่าว ผู้ก่อเหตุคือ นายโชคชัย อดีตสามีของนางดาราณี ผู้เสียชีวิต ซึ่งหลังก่อเหตุพบว่านายโชคชัยได้นำลูกทั้ง2คนกลับไปหาแม่ที่บ้านพัก ในพื้นที่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นประสานขอมอบตัว พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภ.จว.พระนครศรีอยุธยาติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้จากนั้นควบคุมตัวพร้อมกับแม่มาสอบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามมูลเหตุสาเหตุที่ก่อเหตุยิงภรรยาจนเสียชีวิตนายโชคชัยไม่ตอบส่วนทางด้านแม่ของนายโชคชัย บอกสั้นว่า “ลูกชายถูกกดดันหยามศักดิ์ศรี” จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปเก็บคราบเขม่าดินปืนที่มือตามร่างกายที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากนั้นนำตัวขึ้นรถส่งมาสอบสวนต่อที่ สภ.โรงช้างในท้องที่เกิดเหตุ
ด้านพล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จาการสอบสวนในเบื้องต้นทราบทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันมีลูกด้วยกัน 2 คนหย่าร่างกันและกลับมาคบหากันอีกหลายครั้ง โดยนายโชคชัยเป็นครูเคยถูกจับกุมตัวในคดีที่จะลอบยิงภรรยาแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมได้ก่อนเมื่อปี 2564 ส่วนการก่อเหตุในครั้งนี้จากการสอบถามในเบื้องต้นถึงแม้จะหย่าร้างกันไปแล้วนายโชคชัยยังมีความหึงหวงอดีตภรรยาอยู่ ซึ่งตำรวจจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งนายโชคชัยมีอาการป่วยโรคซึมเศร้าทานยาอยู่หรือไม่
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นการก่อเหตุที่รุนแรงโหดเหี้ยมในเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พรบ.อาวุธปืน และต้องสืบสวนสอบสวนว่าเป็นฆ่าโดยการไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มต่อไป
ขณะที่เพื่อนของผู้เสียชีวิตที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองอยู่ที่ร้านขายของตรงข้ามกับที่เกิดเหตุได้ยิงดังที่แรกคิดว่าเป็นเสียงพลุจึงหันมาดูตามที่มาของเสียงเห็นคนก่อเหตุถืออาวุธปืนอยู่แล้วเดินอ้อมมายิงอีกฝั่งของรถหลายนัดพอยิงเสร็จคนก่อเหตุเดินข้ามถนนมาหาตนเพราะตนเองเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิต ตนจึงถามไปว่า “พี่ทำเพื่อนหนูทำไมทำเพื่ออะไรไม่สงสารลูกเหรอ“ คนก่อเหตุตอบกลับมาว่า “ไม่เข้าใจหรอกพี่เจ็บมานานแล้ว” และบอกให้ตนเองโทรแจ้งตำรวจด้วยให้ตำรวจมาจับเลยพร้อมกับเดินตะโดกนบอกชาวบ้านให้แจ้งตำรวจมาจับเลย จากนั้นชาวบ้านพยายามเข้าไปชวยเหลือแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยคนเจ็บจนเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนก่อเหตุได้พาลูกหลบหนีไป ทั้งนี้ผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิตแยกกันอยู่ได้ระยะหนึ่งแล้วกลับมาอยู่ด้วยกันจากนั้นต่างคนต่างอยู่คนละบ้านกันอยู่กันคนละอำเภอวันเสาร์อาทิตย์คนก่อเหตุถึงจะมาหาลูก โดยคนก่อเหตุเป็นคนขี้หึงส่วนผู้เสียชีวิตเป็นคนร่าเริงคุยสนุกสนาน ส่วนพ่อของผู้เสียชีวิตปกติไม่เคยมาด้วย แต่ระยะหลังมีปัญหากันกับผู้เสียชีวิตจึงมาเป็นเพื่อนและวันนี้เป็นวันที่มาเป็นครั้งแรกมาถูกยิงเสียชีวิต