ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และคณะ สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ ที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิดนั้น
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และคณะ ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้
กางไทม์ไลน์ จัดตั้ง ครม.แพทองธาร ไม่เกินกลางเดือน ก.ย.
ตม.สมุทรปราการ บูรณาการร่วมฯ รวบหนุ่มเมียนมา ฆ่าคู่อริร่วมชาติ รวบตัวทันก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ
ตม.สมุทรปราการ ร่วมกับ ตม.ฉะเชิงเทรา, กก.1 บก.สส.สตม. และ สภ.บางปะกง จับกุม นายอ่อง ลี (นามสมมติ) อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุมคือ ริมถนนสาธารณะ ซอยสุทธิภิรมย์ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
จากกรณีแรงงานสัญชาติเมียนมา ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันที่บริเวณหน้าที่พักคนงานก่อสร้าง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยนายมิน ทู ถูกอาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายอ่อง ลี หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป ตม.ฉะเชิงเทรา จึงได้แจ้งข้อมูลให้กับ ตม. ต่าง ๆ ให้ช่วยสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดี และเฝ้าระวังการหลบหนีออกจากประเทศไทย
ต่อมา จากการสืบสวนของ ตม.สมุทรปราการ ทราบว่า นายอ่อง ลี ได้หลบหนีคดีมาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงได้ร่วมกับ ตม.ฉะเชิงเทรา, กก.1 บก.สส.สตม. และ สภ.บางปะกง ออกสืบสวนหาตัวนายอ่อง ลี จนกระทั้งพบตัวที่ริมถนนสาธารณะ ซอยสุทธิภิรมย์ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงได้จับกุมนำตัวส่ง พงส.สภ.บางปะกง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตม.ชลบุรี จับหนุ่มแดนกิมจิ รองหัวหน้าแก๊งยาเสพติด หลบหนีหมายจับจากเกาหลี มากบดานพัทยา OVER STAY เกือบปี
ตม.ชลบุรี ได้รับการประสานข้อมูลจาก ป.ป.ส. ว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติเกาหลีใต้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จึงได้สืบสวนจนทราบว่าคนต่างด้าวดังกล่าวคือ นายจิน (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว (OVERSTAY)
ต่อมา ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายจินจะเดินทางมายังร้านอาหารเกาหลีในพื้นที่หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงได้สะกดรอยติดตามจนนายจินปรากฎตัว จึงได้แสดงตัวจับกุมในข้อหา OVERSTAY
จากการสอบถามนายจินเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นายจินให้การยอมรับว่า ตนเป็นรองหัวหน้าแก๊งยาเสพติด ทำหน้าที่จัดหายาเสพติดในประเทศไทยเพื่อส่งไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้วิธีการให้ผู้หญิงซุกซ่อนยาเสพติดไว้ตามร่างกาย ซึ่งทำมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง ดังนี้
- ครั้งที่ 1 วันที่ 31 พ.ค. 67 ศุลกากรเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 1 คนพร้อมยาคีตามีน 500 กรัม ผู้ต้องหาให้การว่ารับยาเสพติดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา
- ครั้งที่ 2 วันที่ 10 มิ.ย. 67 ศุลกากรเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 2 คนพร้อมยาคีตามีน 500 กรัม ผู้ต้องหาให้การว่ารับยาเสพติดที่โ่รงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา
- ครั้งที่ 3 วันที่ 17 ก.ค.67 ศุลกากรเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาไอซ์ 1.1 กิโลกรัม ผู้ต้องหาให้การว่ารับยาเสพติดที่โ่รงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา
- ครั้งที่ 4 วันที่ 19 ก.ค. 67 ศุลกากรเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 1 คนพร้อมยาไอซ์ 1.25 กิโลกรัม โดยให้การว่ารับยาเสพติดในพื้นที่พัทยาและสมุทรปราการ
ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ให้การซัดทอดว่า นายจินเป็นผู้บงการในการลักลอบขนยาเสพติด ซึ่ง ตม.ชลบุรี ได้ร่วมกับ ป.ป.ส. ในการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป สำหรับมูลค่าของยาเสพติดหากนำเข้าไปจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้ได้ จะมีมูลค่าสูงขึ้นมาก โดยยาไอซจ์ะมีราคาจาหน่ายกิโลกรัมละประมาณ 13 ล้านบาท ส่วนคีตามีน กิโลกรัมละ 5,200,000 บาท
ตม.ชลบุรี รวบแก๊งรัสเซีย นำเงินยูโรปลอมแลกตามบูธ ความเสียหายกว่าล้านบาท
ตม.ชลบุรี จับกุมนาย A (นามสมมติ) อายุ 29 ปี สัญชาติรัสเซีย พร้อมเงินสกุลยูโรปลอม ฉบับ 500 ยูโร จำนวน 6 ฉบับ ฉบับละ 50 ยูโร จำนวน 80 ฉบับ โดยกล่าวหาว่าเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด และทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตราไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกให้ หรือให้อานาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น
ผู้นั้นกระทำผิดฐานปลอมเงินตรา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 และ มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเงินตราต่างประเทศสกุล (ยูโร) อันตน ได้มาโดยรู้ว่าเป็นเงินตราเป็นของปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 244 ประกอบกับกฎหมายอาญามาตรา 247 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุมโรงแรมในย่านพระตำหนักซอย 6 หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ตม.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากพนักงานตู้รับแลกเงินว่า มีคนนาธนบัตรยูโรปลอมฉบับละ 500 ยูโร จำนวน 1 ฉบับ มาแลกเปลี่ยนที่ร้านรับแลกเงินของตน จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พบว่ามีชายไทยนำเงินสกุลยูโร ฉบับละ 500 ยูโร จำนวน 1 ฉบับ มาทำการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบาท เมื่อพนักงานผู้รับแลกเงินได้ตรวจสอบธนบัตร โดยใช้ ปากกาเคมีสำหรับตรวจสอบธนบัตร พบว่าเป็นธนบัตรสกุลยูโรปลอม
ตม.ชลบุรี จึงสืบสวนติดตามตัวจนพบชายไทย ที่นำธนบัตรยูโรปลอมมาแลก จากการสอบถามได้ให้การว่าเป็นพนักงานต้อนรับโรงแรมแห่งหนึ่ง ได้มีนาย A (นามสมมุติ) สัญชาติรัสเซีย ซึ่งได้เข้าพักที่โรงแรมมาเป็นเวลาประมาณ 3 อาทิตย์ โดยยังไม่ได้ชำระเงินค่าที่พัก ได้นำธนบัตรยูโรฉบับละ 500 ยูโรฉบับดังกล่าว มาจ่ายค่าที่พัก
ตนจึงได้นำไปแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบาทกับทางตู้แลกเงินดังกล่าว โดยไม่ทราบว่าเงินสกุลยูโรดังกล่าวเป็นธนบัตรปลอม พร้อมทั้งยังได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตารวจชุดตรวจสอบไปยังห้องพักที่นาย A พักอาศัยอยู่ที่ชั้นบนของโรงแรม
จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางนาย A ปรากฏว่า การอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY) เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจสอบกระเป๋าสีดำที่อยู่ในห้องพักของนาย A พบว่า มีเงินสกุลยูโรฉบับละ 500 ยูโร 5 ฉบับ และธนบัตรฉบับละ 50 ยูโร จำนวน 80 ฉบับ ซึ่งนาย A ให้การยอมรับว่า เงินสกุลยูโรจำนวนดังกล่าวทั้งหมดเป็นของตน และเป็นธนบัตรยูโรปลอม
โดยตนได้นำติดตัวมาจากเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีเพื่อนที่ตุรกีให้นำติดตัวมาใช้จ่ายที่ประเทศไทย และตนเองได้นำเงินสกุลดังกล่าวมาจ่ายชำระค่าที่พักกับทางโรงแรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวนาย A ดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว
สตม. ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย
หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จฃ.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th