ความคืบหน้าเหตุ นายอัครพณธ์ อส.อ.หาดใหญ่ อายุ 50 ปี ใช้อาวุธปืนยิงในร้านข้าวต้ม ในพื้นที่ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย จากปมเหตุโมโหเด็กเสิร์ฟในร้านนั้น
ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.9 พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ ผบก. ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหาดใหญ่ เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุร้านข้าวต้มที่เกิดเหตุ พร้อมมอบกระเช้าดอกไม้และเงินสดให้กับลูกเจ้าของร้าน
โดยพล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เบื้องต้นขอแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิดประมาณเกือบ 22:00 น ซึ่งผู้ต้องหาเข้ามาในร้าน โดยมาสั่งอาหารโดยถือสุรามาด้วย และมานั่งดื่ม แต่ระหว่างดื่มได้ออกไปทำธุระ เด็กในร้านก็นึกว่ากลับแล้วก็เลยเก็บโต๊ะ และเมื่อผู้ต้องหากลับเข้ามาที่โต๊ะทำให้ไม่พอใจ จึงทำให้มีปากเสียงกัน หลังจากนั้นผู้ต้องหาเช็คบิลออกจากร้านไป
หลังจากนั้นประมาณ 5 นาทีก็กลับมาที่ร้าน แต่ทางร้านปฏิเสธ และมีปาก มีเสียงกัน ส่วนผู้ตายนั้นก็พาครอบครัวมากินข้าวที่ร้าน เห็นอยู่ใกล้ๆก็เลยไปห้ามปราม จนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนอาวุธปืนนั้นเป็นอาวุธปืนของเขาเอง ซึ่งคดีนี้ตนได้กำชับให้รองผู้บังคับการลงมาควบคุม และต้องมห้ความเป็นธรรม เพราะคดีนี้อยากให้สอบสวนให้ละเอียดก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาต่างๆ ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ส่วนท่าทีผู้ต้องหานั้นตนได้รับรายงานว่ารู้สึกสำนึกผิด
ส่วนผู้ต้องหาเล่าว่า เวลาประมาณ 20:00 น เขามานั่งกินข้าว ที่ร้านที่เกิดเหตุ โดยพกเหล้าติดตัวมาด้วยประมาณครึ่งแบน และหลังจากนั้น มีเพื่อนขับรถผ่านมา เขาจึงออกไปทักทาย แต่พอเดินกลับมา พนักงานได้เก็บโต๊ะอาหารไปแล้ว ซึ่งเขาก็ยังไม่ได้สั่งจ่ายเงิน จากนั้นก็ไม่ได้นั่งกินต่อและเช็คบิลกลับบ้านพัก
20 ที่เที่ยวปีใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับ เดินทางง่าย
หลังจากนั้นมีเพื่อนชวนไปข้างนอก และได้ไปนั่งกินข้าวรอที่ร้านเดิม ได้มีเจ้าของร้านเข้ามาถามว่า “ทำไมต้องชักปืนด้วย” ซึ่งตอนแรกผู้ต้องหาบอกว่าไม่ได้ชักปืน และบอกให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้เลย และพอหลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิด แล้วไม่พบว่ามีการชักอาวุธปืนออกมา ผู้ต้องหาอ้างว่ายังได้ยกมือไหว้เพื่อขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด แต่เจ้าของร้านยังมาด่าทอ
ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายนั้น ผู้ต้องหา อ้างว่านั่งอยู่โต๊ะข้างๆ และมีการบอกว่าเห็นผู้ต้องหาชักปืนออกมา และจะเป็นพยานให้ และได้ด่าทออีก และมีคนพยายามมาควบคุมตัวผู้ต้องหา และโทรหาตำรวจ ซึ่งผู้ต้องหามองว่าตัวเองไม่ผิดอะไร ทำไมต้องถูกด่า จึงโมโหและใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาไล่ยิง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
ส่วนอาการผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายนางสาวภาวนาเจ้าของร้านถูกยิงเข้าที่เบ้าตาอาการสาหัสต้องรอผ่าตัด ส่วนอีกคนได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา ตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว
อย่างไรก็ตามล่าสุดมีคำสั่งกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสงขลา ให้นายอัครพณธ์ ออกจากสมาชิกรักษาดินแดนแล้ว ลงวันที่ 23 ธ.ค.2567