ความคืบหน้า กรณีชายถูกยิงเสียชีวิตบนทางด่วนพิเศษศรีรัช บริเวณหลังด่านเก็บเงินประชาชื่น ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมยื่นขอออกหมายจับผู้ก่อเหตุต่อศาลในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" ล่าสุดพบรถหรูที่ใช้ก่อเหตุ ถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในโรงแรมแห่งหนึ่งพื้นที่จังหวัดนครปฐม ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง แม้แนวโน้มชนวนเหตุจะมาจากความไม่พอใจระหว่างขับรถ และตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุเคยมีหมายจับคดีพยายามฆ่าเมื่อปี 2567 ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
ด้านพลตำรวจตรี เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้าย พร้อมเชิญพยานที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุ ก่อนเกิดเหตุมาให้ปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ความคืบหน้าล่าสุด พบรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุถูกนำไปจอดทิ้งไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ขณะนี้อยู่ระหว่างนำรถเข้ามาที่โรงพัก และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ เก็บวัตถุพยานและหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
พล.ต.ต.เกียรติกุล ระบุว่า ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง แม้จากการลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุและสอบถามพยานเบื้องต้น จะพบว่ามีความไม่พอใจระหว่างขับรถ แต่ประเด็นอื่นยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยไม่พบว่าผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิตมีความสัมพันธ์หรือรู้จักกันมาก่อน
จากการสอบปากคำพยาน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้นัดสังสรรค์กับเพื่อนรวม 4 คน ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จากนั้นได้ขับรถไปส่งเพื่อนจนเสร็จ ก่อนขับรถกลับและมาเจอกับผู้เสียชีวิตบริเวณหน้าด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง โดยรถหรูมีการเปลี่ยนเลนกะทันหันพยายามเบี่ยงขวา ขณะที่รถของผู้เสียชีวิตขับมาตรง ทำให้ต้องหลบออกทางซ้าย ลักษณะคล้ายการปาดหน้ากัน เมื่อทั้งสองคันจอดชำระเงินค่าผ่านทางในช่องใกล้กัน มีการลดกระจกมองหน้ากัน ก่อนจะเกิดเหตุยิงขึ้นจนมีผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด ส่วนการออกหมายจับอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอย่างเด็ดขาด
หลังจาก นายเน เพื่อนของผู้ก่อเหตุขับรถหรู ยิงคู่กรณีเสียชีวิตบนทางด่วน เข้าให้ปากคำกับตำรวจที่ สน.ประชาชื่น โดยเล่าว่า มีบางสื่อนำภาพของตนเองไปนำเสนอว่าอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุด้วย ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมาชี้แจงกับสื่อมวลชนว่าในวันเกิดเหตุนั้น ตนเองไม่ได้อยู่ระหว่างเกิดเหตุ
โดยก่อนเกืดเหตุมือปืนได้มาหารุ่นพี่ของตน โดยตนเองไม่ได้รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว เพราะไม่ได้เจอกันมา 2 ปีแล้ว และไม่รู้ว่าทำอาชีพอะไร จากนั้นรุ่นพี่ของตนเองก็บอกให้พาผู้ก่อนเหตุไปเที่ยวสถานบันเทิงในย่านบางใหญ่ ตนจึงพาไปเที่ยว พอดื่มสุราหมดขวดก็กลับกัน โดยผู้ก่อเหตุไปส่งตนเองที่บ้านในย่านบางบัวทอง จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขับรถกลับคนเดียว จนกระทั่งไปกเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น
เมื่อตนตื่นมาได้เห็นข่าวก็รู้สึกตกใจ เพราะเพิ่งเจอกับผู้ก่อเหตุเมื่อคืนแท้ ๆ ไม่คิดว่าหลังจากแยกย้ายกันจะไปก่อเหตุยิงคนอื่น จึงตัดสินใจมาพบกับตำรวจ สน. ประชาชื่น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์