เวลา 02.35 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.หญิง ภิณฑ์ เมฆไพบูรณ์ สว.สอบสวน สน.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งเหตุยิงกันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 และ 43 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
จากการเข้าตรวจสอบ พบร่างของนายภูริต อายุ 37 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ
ตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยบาดแผลจากการถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดกระหน่ำยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกรวม 4-5 นัด ส่งผลให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายเกียรติศักดิ์ อายุ 46 ปี ซึ่งถูกกระสุนเข้าที่ต้นขา และนายชรินทร์ อายุ 48 ปี ซึ่งถูกยิงที่ต้นขาขวาและมือซ้าย โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
จากการสอบปากคำพยานเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนขาสั้น สะพายกระเป๋าข้างสีดำ ได้ก่อเหตุแล้วหลบหนีไปจากพื้นที่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชาชนในละแวกดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุได้ไม่นาน ส.ต.ต.นำทัพ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และซองกระสุนปืน 1 อัน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ส.ต.ต.นำทัพให้การรับสารภาพว่า มูลเหตุจูงใจที่ก่อเหตุสลดในครั้งนี้ เกิดจากการมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง จนบันดาลโทสะตัดสินใจใช้อาวุธปืนพกประจำกายรัวยิงใส่กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ดังกล่าว ก่อนที่จะอาศัยจังหวะชุลมุนนั่งรถยนต์สาธารณะหลบหนีออกจากพื้นที่และเข้ามอบตัวในเวลาต่อมา
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการละเว้น
ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิร่วมกตัญญูได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายไปส่งยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดตามขั้นตอนนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนจะประสานให้ญาติมาติดต่อขอรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังจากการสอบปากคำ ส.ต.ต.นำทัพ ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวเข้าห้องควบคุมผู้ต้องขัง ภายใน สน. ญาติของ ส.ต.ต.นำทัพได้เดินทางมาเยี่ยม ทั้งคู่ได้พูดคุยกันประมาณ 15 นาที
ส่วนการตรวจสอบภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ต.นำทัพ เดินมาที่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และมีการพูดคุยกันอยู่สักพักก่อนมีปากเสียง และคนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 2 คน รุมทำร้าย ส.ต.ต.นำทัพ
ก่อนที่ ส.ต.ต.นำทัพจะวิ่งออกจากที่เกิดเหตุ ออกไปประมาณ 10 เมตร และชักอาวุธปืนออกมายิง จนเป็นเหตุให้หนึ่งในนั้นเสียชีวิต และกระสุนยังโดนคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ ก่อนวิ่งหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ
ด้านญาติของ ส.ต.ต.นำทัพ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า การทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นหลังจาก ส.ต.ต.นำทัพ เรียกวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ให้ไปส่งที่บ้านพักย่านมักกะสัน แต่ตกลงราคากันไม่ได้เนื่องจากวินมอเตอร์ไซค์เรียกราคาแพงเกินจริง ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกันขึ้นก่อนที่ ส.ต.ต.นำทัพจะถูกคนขับรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างรุมทำร้ายตามภาพวงจรปิด
นอกจากนี้ ญาติของ ส.ต.ต.นำทัพยังกล่าวอีกว่า ส.ต.ต.นำทัพ มีปัญหาสภาพจิตขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษา ต้องกินยาทุกวัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากสภาพจิตแต่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบเพราะถูกรุมทำร้าย
อย่างไรก็ตาม ส.ต.ต.นำทัพ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าก่อเหตุเพราะต้องป้องกันตัวเนื่องจากถูกกลุ่มคนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างรุมทำร้ายก่อน โดยทางพนักงานสอบสวนเตรียมนำตัวส่งขออำนาจศาลฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 15 มิถุนายนนี้