จากกรณีเหตุยิงภายในงาน ชิม ช้อป ใช้ จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย เมื่อช่วงดึกวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ชื่อ นายณัฐกิจ อายุ 32 ปี ชาว อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนสั้นแบบไทยประดิษฐ์ ไปที่ สภ.ด่านขุนทด
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา ผู้บาดเจ็บ และพยานในพื้นที่ พร้อมตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางหลบหนี
เพื่อติดตามผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี รวมทั้งเร่งตรวจสอบชนวนเหตุและลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียด
จากการสอบสวน นายณัฐกิจ ให้การรับสารภาพเบื้องต้นว่า ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงจริง สาเหตุเพราะมีเรื่องทะเลาะกลุ่มผู้จัดงานชิม ช้อป ใช้ หลังจากถูกกล่าวหาว่าขโมยรถจักรยานยนต์ และตนเห็นเพื่อนถูกรุมจับตัว จึงต้องการช่วยเพื่อน
ซึ่งตำรวจได้ตรวจกล้องวงจรปิดฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า รัศมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ได้ไม่ถึงขณะเกิดเหตุ ได้ยินเเค่เสียงปืนดังขึ้น 2 นัด และมีเสียงคนเอะอะโวยวาย
เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน ส่วนข้อหาอื่นจะพิจารณาเพิ่มเติมตามพยานหลักฐาน โดยการสอบสวนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พ.ต.อ.พัฒนากร สูงนารถ ผกก.สภ.ด่านขุนทด
ด้าน พลตำรวจตรี ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามและควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งมีจำนวนประมาณ 5-6 คน ได้ครบทั้งหมดแล้ว
โดยขั้นตอนปัจจุบันอยู่ระหว่างการแยกตัวเพื่อสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบถึงพฤติการณ์และบทบาทของแต่ละบุคคลในการกระทำความผิด รวมถึงตรวจสอบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
สำหรับประเด็นที่ประชาชนอาจมีความกังวลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกราดยิงนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกราดยิงแบบสุ่ม แต่มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งเฉพาะหน้า โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจที่กลุ่มผู้บาดเจ็บ เข้าไปนั่งบนรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ จนเกิดการมีปากเสียงและนำไปสู่การใช้อาวุธปืนในที่สุด
ทั้งนี้ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนไทยประดิษฐ์ที่ซื้อขายต่อกันมา โดยผู้ก่อเหตุได้ทำการยิงออกไปเพียงหนึ่งนัด แต่เนื่องจากใช้กระสุนปืนลูกซองซึ่งมีลักษณะเป็นลูกปราย เมื่อยิงออกไปจึงแตกกระจายส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายราย
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการขยายผลทางคดีเพื่อเอาผิดในส่วนของข้อหาที่เกี่ยวกับอาวุธปืนอย่างหนักควบคู่ไปกับความผิดทางอาญาอื่น ๆ
ส่วนมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ทางหน่วยงานได้ตอบรับนโยบายของรัฐบาล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เข้มงวดกวดขันในการควบคุมอาวุธปืนเพื่อไม่ให้มีการนำมาใช้ก่อเหตุ
โดยตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งเป้าหมายไปที่การตรวจค้น ยึด และจับกุมผู้ที่พกพาอาวุธปืน ทั้งปืนผิดมือ ปืนเถื่อน และอาวุธปืนทุกประเภทที่นำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุอาชญากรรม และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างสูงสุด
ทั้งนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ยังอยู่ในอาการวิกฤต 1 ราย พ้นขีดอันตรายแล้ว1 ราย รอรับการผ่าตัดในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งร้อยเวรจะไปสอบปากคำในวันนี้ที่ รพ.มหาราช