ฮิตกันทั้งบ้านทั้งเมือง มีกันบ้านละเครื่อง 2 เครื่อง สมัยนั้นบ้านไหนมี จัดว่าไฮโซมาก นะครับ เพราะ เครื่องนึงไม่ใช่ถูกๆเลย แถมยังมีอุปกรณ์เสริม ขายแยก เพื่อเพิ่มความสนุกอีกมากมาย มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
เริ่มด้วย ปี ค.ศ. 1983
เครื่องเล่นเกมตลับที่เป็นที่นิยมรุ่นแรกของประเทศไทย จากค่าย Nintendo นั่นก็คือ "Famicom" หรือที่เรียกกันติดปากว่า "Family" นั่นเองครับ ได้ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 1983 รูปแบบดีไซน์ออกมาได้อย่างสวยงาม ส่วนราคาขอบอกเลยครับว่า ในสมัยนั้นถือว่าแพงมากประมาณ 5,000-8,000 บาท หรือถ้าเปรียบเป็นราคาปัจจุบันก็หลายหมื่นเลยล่ะ
เกมที่นำมาใส่เป็นตลับ เป็นเกม 8 บิต ที่ได้รับความนิยมจากเกมตู้หยอดเหรียญ เช่น เกม Donkey Kong หรือ Popeye เป็นต้น
ค.ศ. 1985
Nintendo ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ โดยใช้ชื่อใหม่ว่า Nintendo Entertainment System (NES)
ค.ศ. 1987
และแล้วก็มีแบรนด์อื่นมาต่อสู้กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง "Nintendo" นั่นก็คือ "Hudson Soft" ที่ร่วมมือกับบริษัท "NEC" (Nippon Electric Company) และผลิตเครื่องเกม "PC Engine" ในบางประเทศก็เรียกว่า "TurboGrafx-16" ที่ผลิตออกมาเพื่อล้มแชมป์อย่างเจ้าเครื่อง "Famicom" แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะฐานแฟนยังยึดติดในแบรนด์เดิม
โดยผลิตออกมาจำหน่ายในวันที่ 30 ต.ค. 1987 และมีเกมสุดดังอย่าง "Final Fantasy" จากบริษัท "Hudson Soft" ที่ช่วยทำให้บริษัทนี้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังจากประสบปัญหาภาวะขาดทุนจนกำลังจะปิดตัวลง แต่ด้วยยอดแฟนที่ติดตามเกมนี้ที่ออกมาหลายซีรีส์ จึงทำให้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง
ค.ศ. 1988
มีอีกบริษัท ผลิตเครื่องเกมออกมาโจมตี Nintendo อีกครั้ง ครั้งนี้ "Sega Mega Drive" ของ SEGA ออกตัวแรงจนแชมป์สั่นคลอน โดยได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยี จากบริษัท "Motorola" ที่มีภาพกราฟฟิกอลังการ แบบ 16 บิต ทำให้แฟนๆ Nintendo ต้องแอบนอกใจมาลองกันบ้าง
ค.ศ. 1989
คราวนี้ ทาง Nintendo หัวใส ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่แบบพกพา ขึ้นมานั่นก็คือ Game Boy นั่นเอง ออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นวันที่ 21 เม.ย. 1989
ค.ศ. 1990
Nintendo ได้ออกตัวเครื่องเล่นเกมแบบ 16 บิต หลังจากเห็นความสำเร็จจาก SEGA จึงผลิตเครื่อง "Super Family Computer" (SFC) ออกจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเมื่อ 21 พ.ย. 1990 ซึ่งสามารถทำยอดขายเกลี้ยงหมดสต็อค 3 แสนเครื่องภายใน 1 วัน แฟนๆ Nintendo นี่เหนียวแน่นจริงๆครับ แต่ในปีเดียวกันนี้ SEGA ก็ขอตีกลับด้วยเครื่องเล่นเกมแบบพกพาบ้าง อย่าง Sega Game Gear แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมมากนัก
ค.ศ. 1994
และในที่สุด Nintendo ก็ถึงกับหงายเงิบ วาระที่จะต้องสละตำแหน่ง เพราะมีเครื่องเล่นเทพๆ ที่พลิกโฉมตำนานเกมตลับ อย่างเครื่องเล่นเกมแผ่น CD-ROM จากบริษัท Sony นั่นก็คือ PlayStation นั่นเอง ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 1994
และในปีต่อๆมา ตั้งแต่ 1994 ขึ้นไป เราก็จะเห็นเครื่องเล่นเกมที่มีหน้าตาคุ้นเคยขึ้น อาธิเช่น Game Boy Color, Dreamcast, PlayStation2, GameCube, Xbox, PlayStation Portable(PSP), Nintendo DS, Wii, PlayStation3, Xbox360 และ PlayStation4 เป็นต้น
ขอบคุณที่มาจาก: http://www.eclubthai.com/board/index.php?topic=892...
อ่านมาจนหมด บอกเลยว่าผมนี่รู้จักตั้งแต่รุ่นแรกยันรุ่นปัจจุบัน แหม อายุไม่เท่าไรหรอกรับ แค่หม่อมพ่อ หม่อมแม่หิ้วมาฝากเท่านั้นเอง (ฮา... #ดึงสติกันหน่อยน่า)