วันไหว้พระจันทร์ 2569
วันไหว้พระจันทร์ หรือ เทศกาลไหว้พระจันทร์ วัฒนธรรมสำคัญของชาวจีนที่มีการสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ในคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง หรือคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน สำหรับธรรมเนียมปฏิบัติจะแตกต่างกันไปตามแต่ละมณฑล ไม่ว่าจะเป็นการไหว้บูชาขอพรดวงจันทร์ ชมจันทร์ ทานขนมไหว้พระจันทร์ ชมดอกหอมหมื่นลี้ ดื่มเหล้าหอมหมื่นลี้ เป็นต้น
ความหมายวันไหว้พระจันทร์
“พระจันทร์”ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความอบอุ่น และความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนของเทพเจ้าด้วย ดวงจันทร์มีลักษณะที่เป็นดวงกลม ส่องแสงสว่างสวยงาม นั่นทำให้เป็นเหมือนสื่อกลางความคิดถึงกันและกันของคนในครอบครัวที่จำเป็นต้องแยกจากกันไกล เมื่อใดที่คิดถึงครอบครัว ให้แหงนหน้ามองพระจันทร์ และในวันไหว้พระจันทร์นั้น มักจะเป็นวันที่ครอบครัวได้พบกันพร้อมหน้าพร้อมตา และกินขนมไหว้พระจันทร์ด้วยกันอย่างมีความสุข จึงเป็นเทศกาลที่คนจีนให้ความสำคัญรองลงมาจากเทศกาลตรุษจีน
วันไหว้พระจันทร์สำคัญอย่างไร?
การไหว้พระจันทร์ เป็นธรรมเนียมที่มีการยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานในวันไหว้พระจันทร์ เพราะเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ส่องแสงสว่างมากที่สุด การไหว้พระจันทร์ของชาวจีน เป็นการขอบคุณพระจันทร์ที่นำพาความโชคดีมาให้ และเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยว ย้อนกลับไปในอดีตเชื่อว่ามีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่ไหว้พระจันทร์ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะตามหลักหยินหยาง มีความเชื่อว่าพระจันทร์ถือเป็นธาตุหยิน ซึ่งเป็นของผู้หญิงนั่นเอง ส่วนผู้ชายเป็นธาตุหยาง จนเวลาล่วงเลยผ่านไป ความเชื่อนี้ก็เลือนลางไปตามกาลเวลา และในปัจจุบันก็สามารถไหว้พระจันทร์ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ก็มักจะให้ผู้หญิงเป็นคนไหว้ก่อนเสมอ
ปฏิทินไหว้พระจันทร์ ตรงกับวันไหน
สำหรับวันไหว้พระจันทร์ปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ตามปฏิทินจันทรคติจีนคือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
ข้อห้ามวันไหว้พระจันทร์
- ห้ามทะเลาะเบาะแว้ง ทะเลาวิวาทกัน เนื่องจากการมีปากเสียงกันภายในบ้านจะสร้างรอยร้าวทางอารมณ์ ซึ่งนำมาซึ่งความขัดแย้งรุนแรงในอนาคต ซึ่งตามความเชื่อเชื่อว่าจะนำพาความไม่สงบสุขเข้ามาในบ้าน
- ไม่ควรทำความสะอาดบ้าน เป็นความเชื่อเช่นเดียวกับวันตรุษจีนเพราะเชื่อว่าจะเป็นการปัดโชคลาภ ความมงคลออกไปจากบ้าน
- ไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีขาวดำ เนื่องจากสีขาวดำมักใช้ในงานอัปมงคล หรือศพของจีนดังนั้นจึงควรเลี่ยง
- ไม่ควรตื่นสายหรือหมกตัวอยู่ในห้อง เพราะเป็นเทศกาลมงคล ควรตื่นออกมารับพลังงานที่ดี ที่เป็นมงคลเอาฤกษ์เอาชัย
- ห้ามใช้ของมีคม เนื่องจากเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชค ตัดลาภ ตัดความเป็นมงคลออกไป นอกจากนี้ยังเสี่ยงเป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย
- ห้ามกินอาหารทิ้งๆ ขว้างๆ เนื่องจากเป็นวันไหว้ให้แก่ความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นการกินของทิ้งๆ ขว้างเปรียบเหมือนไม่เห็นคุณค่าของอาหาร และไม่เป็นมงคลจะทำให้เกิดความอดอยากขาดแคลน
5 ตำนานดัง “วันไหว้พระจันทร์”
ตำนานฉางเอ๋อร์เหินสู่ดวงจันทร์
เล่ากันว่าในยุคบรรพกาลมีดวงอาทิตย์ขึ้น 10 ดวง แผดเผาผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว มีชายหนุ่มผู้หนึ่งชื่อ “โฮ่วอี้” ใช้ธนูยิงพระอาทิตย์ดับไป 9 ดวง โลกจึงเย็นลงและเหล่ามนุษย์ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติสุข วีรกรรมของ “โฮ่วอี้” ได้รับการแซ่ซ้องจากผู้คน พระแม่เจ้าซีหวางหมู่เทพมารดรจึงได้ประทานยาวิเศษกินแล้วเป็นอมตะให้ 2 เม็ด แต่เขาไม่ประสงค์เช่นนั้น จึงไม่ได้กินและฝากยาไว้กับภรรยาชื่อ “ฉางเอ๋อร์” แต่มีชายจิตใจชั่วร้ายหวังขโมยยาตอนที่ “โฮ่วอี้” ไม่อยู่บ้าน จึงใช้อุบายหลอก “ฉางเอ๋อร์” ให้มอบยาวิเศษ แต่นางไม่ยอม และเมื่อเหตุการณ์คับขันนางจึงกินยา 2 เม็ดนั้นเสียเอง ทำให้ตัวเบาลอยละล่องสู่ท้องฟ้า และร่างของนางได้ลอยสถิตอยู่ในดวงจันทร์ ในวันคืนวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 8 พอดี ประชาชนต่างซาบซึ้งในความดีของนางจึงจัดพิธีเซ่นไหว้ “ฉางเอ๋อร์” ในวัน 15 ค่ำ กลางเดือน 8 ทุกปี จนกลายเป็น “เทศกาลไหว้พระจันทร์”
ตำนานกระต่ายหยก
ครั้งหนึ่งมีเทพสามองค์จำแลงเป็นคนชรามาขออาหารกับลิง หมาจิ้งจอก และกระต่าย แต่มีเพียงกระต่ายที่สงสารแต่ไม่มีอาหารจะให้ กระต่ายจึงกระโดดเข้ากองไฟสละเนื้อตัวเองเป็นอาหาร เทพทั้งสามชื่นชมในความดีของกระต่ายจึงพาไปอยู่กับ “ฉางเอ๋อร์” มีหน้าที่ตำยาวิเศษ
ตำนานอู่กังในดวงจันทร์
“อู๋กัง” เป็นคนเกียจคร้านไม่มีวิชาความรู้ แต่ฝันอยากจะเป็นเซียน พระเจ้าจึงลงโทษให้เขาไปโค่นต้นกุ้ยฮวาในดวงจันทร์ หากทำสำเร็จจะได้เป็นเซียน แต่ต้นกุ้ยฮวาสูงถึง 500 จ้างหรือกว่า 5,000 ฟุต แต่จนแล้วจนรอดอู๋กังก็ยังทำไม่สำเร็จจนทุกวันนี้
ตำนานขนมไหว้พระจันทร์
ในสมัยพระเจ้าถังเกาจู่ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ถัง แม่ทัพหลี่จิ้งยกทัพไปปราบชนเผ่าซุงหนูได้ชัยชนะกลับมาในวัน 15 ค่ำ กลางเดือน 8 ประชาชนต่างยินดีและต้อนรับด้วยการจัดพิธีไหว้พระจันทร์ มีพ่อค้าชาวทิเบตที่เป็นมิตรกับราชวงศ์ถังร่วมแสดงความยินดีด้วยจึงทำขนมไหว้พระจันทร์ ถวายพระเจ้าถังเกาจู่ พระองค์แบ่งขนมให้ขุนนางและแม่ทัพนายกองกิน จนกลายเป็นประเพณีไหว้พระจันทร์ ตามเจตนาของขนมไหว้พระจันทร์อยู่ที่การเฉลิมฉลองและแบ่งปันความสุข
ตำนานนัดก่อการโค่นล้มราชวงศ์หยวน โดยจูหยวนจาง
ตำนานนี้อิงประวัติศาสตร์จีนในสมัยราชวงศ์หยวน ที่สถาปนาโดยกุบไลข่านหรือชาวมองโกล ปลายราชวงศ์ประชาชนถูกกดขี่ข่มเหง เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า “จูหยวนจาง” เป็นหนึ่งขบวนการใต้ดินที่ต้องการโค่นล้มพวกมองโกล เขานัดหมายก่อการในวัน 15 ค่ำ กลางเดือน 8 โดยเอาประเพณีมอบขนมไหว้พระจันทร์ให้กันบังหน้าตบตาพวกมองโกล ด้วยการสอดจดหมายนัดแนะวันก่อการโค่นล้ม ไปในขนมที่จงใจออกแบบให้เป็นขนมเปี๊ยะก้อนใหญ่ไส้หนาเป็นพิเศษ ในที่สุดสามารถโค่นล้มราชวงศ์หยวนสำเร็จ
จากนั้น “จูหยวนจาง” ได้ตั้งตนเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์หมิง ชาวจีนจึงยึดเอาวันเพ็ญเดือน 8 เป็น “วันไหว้พระจันทร์” สืบมา เพื่อรำลึกถึงการปลดแอกจากพวกมองโกล