วิธีรักษารอยดำจากสิว ให้จางลง ทวงผิวสวย เรียกคืนความมั่นใจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รอยดำจากสิว กวนใจไม่แพ้สิว! แม้สิวจะยุบแล้ว แต่รอยคล้ำอาจอยู่บนผิวนานหลายเดือน บางคนใช้เวลานานเป็นปีถึงจะจางลง มาดูวิธีดูแลและรักษารอยสิวให้จางเร็วขึ้น พร้อมลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

รอยดำจากสิวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านความงาม แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวัน หลายคนจึงพยายามหาวิธีรักษาแบบเร่งด่วน จนเผลอใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐานหรือทำหัตถการที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ผิวระคายเคืองและเกิดปัญหาหนักกว่าเดิม ข้อมูลจากสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ และแนวทางทางการแพทย์ด้านผิวหนัง ระบุว่า การรักษารอยดำจากสิวจำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง พร้อมเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิว

รอยดำจากสิว หรือ Post-Inflammatory Hyperpigmentation (PIH) เป็นภาวะที่ผิวหนังสร้างเม็ดสีเมลานินมากกว่าปกติหลังเกิดการอักเสบจากสิว ทำให้เกิดรอยสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม หรือสีเทาคล้ำในบริเวณที่เคยเป็นสิว ภาวะนี้พบได้บ่อยในคนเอเชียและคนที่มีสีผิวปานกลางถึงเข้ม เนื่องจากเซลล์สร้างเม็ดสีตอบสนองต่อการอักเสบได้มากกว่าคนผิวขาว

รักษารอยสิว

กลไกการเกิดรอยดำ

เมื่อสิวอักเสบ ร่างกายจะกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว ส่งผลให้เซลล์เมลาโนไซต์ผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น หากการอักเสบรุนแรงหรือเกิดซ้ำบ่อย ๆ เม็ดสีจะสะสมจนกลายเป็นรอยดำหลังสิวหายแล้ว

ปัจจัยที่ทำให้รอยดำเข้มขึ้น

  • แกะ บีบ หรือกดสิว
  • ถูกแสงแดดเป็นประจำ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว
  • ปล่อยให้สิวอักเสบรุนแรงโดยไม่รักษา
  • ขาดการทาครีมกันแดด

วิธีรักษารอยดำจากสิว

  • ป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัด แพทย์ผิวหนังถือว่าการป้องกันรังสี UV เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษารอยดำจากสิว เพราะแสงแดดสามารถกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มขึ้นและจางช้าลงได้ คำแนะนำ ได้แก่
    • ใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป
    • เลือกสูตรที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB
    • ทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง
    • สวมหมวกหรือกางร่มเมื่อต้องเผชิญแดดจัด

  • ใช้ยาทาหรือเวชสำอางลดเม็ดสี สารที่มีข้อมูลสนับสนุนในการช่วยลดรอยดำจากสิว ได้แก่
    • Vitamin C
    • Niacinamide
    • Kojic Acid
    • Retinoids
    • AHA
    • Azelaic Acid

สารเหล่านี้ช่วยลดการสร้างเม็ดสีและเร่งการผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยดำค่อย ๆ จางลงตามธรรมชาติ

  • รักษาสิวให้หายตั้งแต่ต้นเหตุ หนึ่งในวิธีลดรอยดำที่ได้ผลที่สุด คือ การรักษาสิวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะยิ่งสิวอักเสบนาน โอกาสเกิดรอยดำก็ยิ่งสูง หากมีสิวอักเสบจำนวนมาก หรือเป็นสิวเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

  • ผลัดเซลล์ผิวโดยแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม เช่น Chemical Peeling กรดผลไม้ความเข้มข้นทางการแพทย์ หรือการผลัดเซลล์ผิวเฉพาะทาง วิธีเหล่านี้ช่วยเร่งการหลุดลอกของเซลล์ผิวที่มีเม็ดสีสะสมอยู่ ทำให้รอยดำจางเร็วขึ้น

  • การรักษาด้วยเลเซอร์ ในกรณีที่รอยดำไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป แพทย์อาจพิจารณาใช้เลเซอร์ลดเม็ดสี ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผิวหนังก่อนทุกครั้ง เพราะเลเซอร์บางชนิดอาจไม่เหมาะกับทุกสภาพผิว

สิ่งที่ไม่ควรทำ หากไม่อยากให้รอยดำหายช้า

  • แกะหรือบีบสิว การบีบสิวทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำและหลุมสิว
  • ใช้ครีมที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมี สเตียรอยด์ ปรอท ไฮโดรควิโนนความเข้มข้นสูง ซึ่งอาจทำให้ผิวบาง แพ้ง่าย และเกิดผลข้างเคียงระยะยาว
  • ขัดผิวแรงเกินไป หลายคนเข้าใจว่าการสครับหน้าบ่อย ๆ จะช่วยให้รอยดำหายเร็ว แต่ความจริงอาจทำให้ผิวอักเสบเพิ่มและรอยดำเข้มขึ้นได้

โดยทั่วไปรอยดำจากสิวอาจใช้เวลาประมาณ 1-6 เดือน หรือมากกว่านั้นในบางราย ซึ่งรอยดำจากสิวเกิดจากการสร้างเม็ดสีหลังการอักเสบของผิว แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัว วิธีลดรอยดำที่ได้ผลที่สุดคือการป้องกันแสงแดด รักษาสิวตั้งแต่ต้นเหตุ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และปรึกษาแพทย์ผิวหนังเมื่อจำเป็น เพื่อให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและลดโอกาสเกิดรอยซ้ำในอนาคต

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ