เปิดตัว "Google Pixel 8" พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่จากงาน "Made By Google"


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รวมผลิตภัณฑ์จากงาน "Made By Google" เปิดตัวด้วยสมาร์ตโฟนล่าสุดอย่าง "Google Pixel 8" พร้อมสินค้าอื่น ๆ คับคั่ง! วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 12 ต.ค.นี้

งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Google ภายใต้ชื่อ “Made By Google” มีสินค้าใหม่น่าสนใจที่ Google ภูมิใจนำเสนอ โดยไฮไลท์ของงานจะเป็นสมาร์ตโฟน 2 รุ่นล่าสุดของ Google อย่าง Google Pixel 8 และ Google Pixel 8 Pro นอกจากนี้ยังมี Google Pixel Watch 2 สมาร์ตวอตช์รุ่นล่าสุด ที่มีฟังก์ชันต่าง ๆ มากมาย รวมถึงหูฟังไร้สาย Pixel Buds Pro ที่เพิ่ม 2 สีใหม่และเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ เข้ามาด้วย

โดย พีพีทีวี นิวมีเดีย จะพามาเจาะลึกถึงคุณสมบัติของกลุ่มสินค้าที่ได้เปิดตัวในงานนี้กัน

Google Maps แอบเปลี่ยนสี! สื่อคาด อาจเตรียมอัปเดตในอนาคต

Google เปิดใช้งาน "ระบบเตือนแผ่นดินไหว" บนอุปกรณ์แอนดรอยด์ในอินเดีย

 

Google Pixel 8

เริ่มกันที่พระเอกของงานนี้อย่าง Google Pixel 8 ที่มีหน้าจอ OLED ขนาด 6.2 นิ้ว ความคมชัด 1080x2400 พิกเซล อัตรารีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz ความสว่างหน้าจอสูงสุด 2,000 นิต ใช้ชิปเซ็ต Google Tensor G3 ชิปเซ็ตอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ เหมือนที่มีการคาดการณ์ไว้ ด้วยการนำเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลเทนเซอร์ หรือ TPU ที่เป็นชิป ASIC สำหรับประมวลผลด้านปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะที่พัฒนาโดย Google มาใช้งาน และมีนวัตกรรม Ray Tracing เพิ่มความสมจริงของแสงที่ปรากฎบนหน้าจอ ทั้งแสงธรรมชาติและแสงจากกราฟฟิกเกม

มี 3 สีให้เลือกด้วยกัน ได้แก่ สีเทา Hazel, สีดำ Obsidian, และสีชมพู Rose

Google Pixel 8 มาพร้อมกล้องหลัก Octa PD เลนส์ Wide ขนาด 50 ล้านพิกเซล f/1.68 ซูมสูงสุด 8 เท่า และกล้อง Ultra Wide ขนาด 12 ล้านพิกเซล f/2.2 มาพร้อมระบบ Auto-Focus มีเซนเซอร์รองรับความเสถียรของภาพ ช่วยให้ถ่ายภาพออกมาได้สวยแม้ถ่ายภาพขณะเคลื่อนไหว บันทึกวิดีโอความคมชัดระดับ 4K ได้ทั้งอัตราเฟรมเรต 24FPS 30FPS และ 60FPS กล้องหน้าขนาด 10.5 ล้านพิกเซล Dual PD f/2.2 และยังมีฟีเจอร์กล้องให้ใช้งานถึง 22 ฟีเจอร์

จุดเด่นในเรื่องภาพของ Google Pixel 8 คือ สามารถใช้ Google AI จับภาพใบหน้า พร้อมปรับเปลี่ยนอารมณ์บนใบหน้าตามที่ต้องการได้

ด้านความอึด Google Pixel 8 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,575 mAh สามารถใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 24 ชั่วโมง และหากเปิดโหมด Extreme Battery Saver จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 78 ชั่วโมง รองรับระบ Fast Charge ชาร์จได้ 50% ใน 30 นาที หากใช้สายชาร์จพอร์ต USB-C 30W จาก Google

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมความจุ RAM LPDDR5X ขนาด 8GB และความจุ ROM 2 ขนาด ได้แก่ 128GB และ 256GB โดยรุ่นความจุ 8GB+128GB ราคาอยู่ที่ 699 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 25,000 บาท) ส่วนรุ่นความจุ8GB+256GB ราคาอยู่ที่ 759 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 28,000 บาท)

โปรแกรมการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 2022 วันที่ 5 ต.ค. 66 ของนักกีฬาไทย

จัด “คอมมานโด” ทวงคืนวัดบางคลาน เรียก “สว.กิตติศักดิ์” พบ | 3 ต.ค. 66 | เข้มข่าวใหญ่

ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดแข็งหลุด 37 เม็ดเงินต่างชาติชะลอไหลออก

Google Pixel 8 Pro

ตามมาด้วย Google Pixel 8 Pro มีหน้าจอ LTPO OLED Super Actual Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความคมชัด 1344x2992 พิกเซล (20:9) อัตรารีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz ความสว่างหน้าจอสูงสุด 2,400 นิต ใช้ชิปเซ็ต Google Tensor G3 เช่นเดียวกัน และมีนวัตกรรม Ray Tracing เพิ่มความสมจริงของแสงที่ปรากฎบนหน้าจอ ทั้งแสงธรรมชาติและแสงจากกราฟฟิกเกม มาพร้อม 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีฟ้า Bay, สีดำ Obsidian, และสีครีม Porcelain

Google Pixel 8 Pro มาพร้อมกล้องหลังถึง 3 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วยกล้องหลัก Octa PD เลนส์ Wide ขนาด 50 ล้านพิกเซล f/1.68 กล้อง Ultra Wide Quad PD ขนาด 48 ล้านพิกเซล f/1.95 และกล้อง Telephoto ขนาด 48 ล้านพิกเซล f/2.8 ซูมสูงสุด 30 เท่า มาพร้อมระบบ Auto-Focus มีเซนเซอร์รองรับความเสถียรของภาพ ช่วยให้ถ่ายภาพออกมาได้สวยแม้ถ่ายภาพขณะเคลื่อนไหว บันทึกวิดีโอความคมชัดระดับ 4K ได้ทั้งอัตราเฟรมเรต 24FPS 30FPS และ 60FPS กล้องหน้าขนาด 10.5 ล้านพิกเซล Dual PD f/2.2

Google Pixel 8 Pro ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,050 mAh สามารถใช้งานต่อเนื่องนานกว่า 24 ชั่วโมง และหากเปิดโหมด Extreme Battery Saver จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 72 ชั่วโมง รองรับระบ Fast Charge ชาร์จได้ 50% ใน 30 นาที หากใช้สายชาร์จพอร์ต USB-C 30W จาก Google มีระบบ Battery Share

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมความจุ RAM LPDDR5X ขนาด 12GB และความจุ ROM ถึง 4 ขนาด ได้แก่ 128GB 256GB 512GB และ 1TB โดยรุ่นความจุ 12GB+128GB ราคาอยู่ที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 36,000 บาท) รุ่นความจุ 12GB+256GB ราคาอยู่ที่ 1,059 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 39,000 บาท) รุ่นความจุ 12GB+512GB ราคาอยู่ที่ 1,179 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 43,000 บาท) และรุ่นความจุ 12GB+1TB ราคาอยู่ที่ 1,399 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 51,000 บาท)

อย่างไรก็ตาม รุ่นความจุ 1TB ไม่ปรากฏให้เลือกซื้อบนเว็บไซต์ของ Google Store แล้ว

Google Pixel Watch 2

ต่อกันที่สมาร์ตวอตช์อย่าง Google Pixel Watch 2 ที่มาพร้อมความกว้างหน้าปัด 41 มม. หนัก 31 กรัม (ไม่รวมสาย) ตัวเรือนผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมรไซเคิล 100% ตัวสายผลิตจากยางฟลูออโรอีลาสโตเมอร์ ทนความร้อนสูงสุด 200 องศาเซลเซียส พร้อมการเคลือบแบบซอฟต์ทัช ให้สัมผัสนุ่มนวล และยังมาพร้อมระบบเชื่อมต่อ GPS ผ่านดาวเทียม รองรับ 4G LTE and UMTS2, Bluetooth 5.0, Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4GHz และ NFC

Google Pixel Watch 2 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 306 mAh แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ built-in ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 24 ชั่วโมง รองรับระบบ Fast Charge พอร์ต USB-C ชาร์จถึง 80% ภายใน 45 นาที และชาร์จเต็ม 100% ภายใน 80 นาที

ด้านการประมลผล ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm 5100 ระบบประมวลผล Cortex M33 co-processor รองรับระบบปฏิบัติการ Wear OS 4.0 ขึ้นไป มาพร้อมความจุ eMMC flash6 ขนาด 32GB และ SDRAM 2GB และยังมีฟังก์ชันอื่น ๆ เช่น ระบบ Gyroscope เพิ่มความแม่นยำของเข็มทิศ, ระบบเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, และ Ambient light sensor หรือเซนเซอร์วัดแสงตามสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่ เพื่อปรับความสว่างหน้าจอตามสถานที่ที่คุณอยู่ เป็นต้น

โดย Google Pixel Watch 2 มาพร้อม 4 แบบให้เลือก ได้แก่

  1. หน้าปัดสีเงิน Polished Silver - ตัวสายสีฟ้า Bay
  2. หน้าปัดสีดำ Matte Black - ตัวสายสีดำ Obsidian
  3. หน้าปัดสีทอง Champagne Gold - ตัวสายสีเทา Hazel
  4. หน้าปัดสีเงิน Polished Silver - ตัวสายสีครีม Porcelain

นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งสายได้ตามใจชอบ สามารถดูรายละเอียดได้บนเว็บไซต์ Google Store โดย Google Pixel Watch 2 สนนราคาอยู่ที่ 349.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 13,000 บาท)

Pixel Buds Pro

ปิดท้ายงานนี้ด้วย Pixel Buds Pro ที่ทาง Google เพิ่ม 2 สีใหม่เข้ามา ได้แก่ สีฟ้า Bay และสีครีม Porcelain เพื่อให้เข้าธีมกับ Google Pixel 8 และ 8 Pro นอกจากนี้ ยังเพิ่มฟีเจอร์การรองรับบลูทูธ Super Wide Band (SWB) ของ Google Pixel 8 และ 8 Pro ทำให้เสียงที่ยินมีความชัดเจน และมีรายละเอียดมากขึ้น รวมทั้งรระบบ Clear Calling ตัดเสียงรบกวนด้วย

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Conversation Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับว่าผู้ใช้งาน กำลังพูดคุยกับคนอื่นอยู่หรือไม่ หูฟังจะปรับลดเสียงดนตรีลงให้อัตโนมัติ โดยเราไม่ต้องถอดหูฟังออก ส่วนความสามารถอื่นที่เพิ่มมาได้แก่ ลดการดีเลย์สำหรับการเล่นเกม และระบบประมวลผล Hearing Wellness แนะนำสุขภาพจากพฤติกรรมการใช้งานหูฟังเป็นต้น

โดย Pixel Buds Pro สนนราคาอยู่ที่ 199.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 7,300 บาท)

ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ออกใหม่ทั้งหมดในงาน Made By Google ครั้งนี้ จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ แต่ยังไม่มีการวางจำหน่ายในประเทศไทยแต่อย่างใด สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสั่งซื้อได้ผ่านทางเว็บไซต์ Google Store

 

เรียบเรียงจาก Google Store

ภาพจาก Google Store 

TOP ไอที
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ