เปิดตัว Xiaomi 14 Ultra ระดับ Global! พร้อม Pad 6S Pro - Watch 2 และอีกมากมาย!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




Xiaomi ยกทัพเปิดตัวหลากผลิตภัณฑ์ นำโดยมือถือตัวท็อปซีรีส์เรือธงอย่าง Xiaomi 14 Ultra แท็บเล็ตใหม่อย่าง Pad 6S Pro จนถึงสมาร์ตวอตช์ Watch 2 ในงาน MWC 2024

เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Xiaomi 14 Ultra มือถือระดับท็อปของซีรีส์เรือธง Xiaomi 14 ในงาน Mobile World Congress 2024 หรือ MWC 2024 ณ เมืองบาร์เซโลน่า สเปน ซึ่งนอกจาก Xiaomi 14 Ultra แล้ว ยังมาพร้อมผลิตภัณฑ์และสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย!

Xiaomi HyperOS

Xiaomi เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ในระดับ Global อย่างเป็นทางการ กับ HyperOS ที่จะเป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบสมาร์ตโฮม

รวมมือถือจีนกล้องเทพ การันตีโดยเว็บดัง หลังเปิดตัว Xiaomi 14 Ultra

เว็บไซต์ไอที คาดการณ์ 5 สมาร์ตวอตช์น่าจับตาปี 2024

Xiaomi 14 Ultra เปิดตัวในจีนแล้ว มาพร้อมกล้องโหด อุปกรณ์เสริมเพียบ!

 

ภาพXiaomi HyperOS Xiaomi
Xiaomi HyperOS

โดยมี 5 คุณสมบัติหลักด้วยกัน ได้แก่

1. Comprehensive Refactoring ที่ช่วยลดพื้นที่ระบบฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ในเครื่อง ซึ่งช่วยลดความจุลงจากระบบเดิมอย่าง MIUI 14 ที่มี 12.53GB เหลือเพียง 9.14GB เท่านั้น ลดการดีเลย์ในการใช้งานกว่า 14% ถึง  72% และยังมีการรีดีไซน์-เปลี่ยนสีใหม่ให้ดูดีกว่าเดิมด้วย

2. Interconnectivity เป็นระบบที่เชื่อมต่อทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกัน ทั้งสมาร์ตโฮม รถยนต์ และสมาร์ตโฟน-แท็บเล็ต

3. Proactive Intelligence หรือ Xiaomi HyperMind ที่มีความอัจฉริยะ สามารถเรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ รวมถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ มาประมวลผล พร้อมทำให้การใช้ชีวิตคุณง่ายขึ้น เช่น หากผู้ใช้งานเปิดไฟห้องนั่งเล่นเป็นประจำเมื่อทำการปลดล็อกประตูอัจฉริยะ Xiaomi HyperMind จะทำให้ห้องสว่างโดยอัตโนมัติหลังจากเรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมนี้ หลังจากได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานแล้ว

มี Deeply-intereagted AI มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น AI Subtitles ที่สามารถถอดเสียงเนื้อหาคำพูดได้แบบเรียลไทม์ระหว่างการประชุมทางวิดีโอ มี AI Album Search ที่ใช้การประมวลผลภาษาที่เป็นธรรมชาติ ช่วยให้ค้นหาภาพที่ต้องการภายในอัลบั้มได้ โดยใส่คำอธิบายเกี่ยวกับภาพที่ต้องการ

และยังมี AI Portrait สุดล้ำที่สามารถ generate ภาพที่รวมใบหน้าและรูปร่างต่าง ๆ จากหลายคนมารวมเป็นคนเดียวได้ และยังสามารถเปลี่ยนคอสตูมหรือบรรยากาศได้ตามพรอมต์ และมี AI Expansion ฟีเจอร์ที่จะช่วย generate ภาพให้กว้างขึ้นและดูดีขึ้น หากภาพของเรามีวัตถุที่กินพื้นที่หน้าจอมากเกินไป

4. End-to-end Security กับระบบความปลอดภัยสูง อย่าง TEE Security System

5. Open Platform ซึ่ง HyperOS จะเป็นระบบปฏิบัติการแบบ Open Source ในชื่อ Xiaomi Vela

ระบบ Xiaomi HyperOS จะเปิดอัปเดตบนสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์สวมข้อมือก่อน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2024

Xiaomi HyperOS Xiaomi
Xiaomi HyperOS

ภาพ Xiaomi 14 Xiaomi
Xiaomi 14

Xiaomi 14

Xiaomi 14 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.36 นิ้ว พอดีมือ มาพร้อมขอบเฟรมอลูมิเนียมเงา มีความโค้งมนที่ขอบจอโดยใช้เทคโนโลยี FIAA โดยขอบจอจะบางเพียง 1.61 มม. เท่านั้น มาพร้อมเทคโนโลยี LTPO ที่ทำให้หน้าจอมีอัตรารีเฟรชเรตสุงสุดถึง 120Hz นอกจากนี้ยังมีความสว่างหน้าจอสูงสุดถึง 3,000 นิต ช่วยให้สามารถมองเห็นหน้าจอได้ชัดเจน แม้อยู่กลางแจ้งในที่แดดจ้า พร้อมหน้าจอความละเอียดระดับ 2670x1200 พิกเซล

ไฮไลท์ของ Xiaomi 14 คือระบบประมวลผลที่ถือได้ว่ายกระดับสมาร์ตโฟนแบรนด์ Xiaomi ด้วยการใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 3 เป็นรุ่นแรกของโลก ทำให้การทำงานและประสิทธิภาพในตัวเครื่องแรงขึ้น

โดย CPU ของตัวเครื่องจะแรงขึ้นถึง 32% และ GPU แรงขึ้น 34% พร้อมประมวลผล AI ได้เร็วขึ้นถึง 98% แต่กลับกินพลังงานน้อยกว่าเดิมถึง 34 - 41% และมาพร้อมระบบระบายความร้อนแบบวงแหวน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ลดอุณหภูมิได้ดีกว่าระบบทั่วไปถึง 3 เท่า พร้อมระบบปฏิบัติการ HyperOS

ภาพกล้อง Xiaomi 14 Xiaomi
กล้อง Xiaomi 14

Xiaomi 14 มาพร้อมเซนเซอร์กล้อง 3 ตัว พร้อมชุดเลนส์ระดับไฮเอนด์อย่าง LEICA Summilux โดยเซนเซอร์กล้องหลักจะใช้เป็น Light Fusion 900 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ขนาด 1/1.31” มาพร้อมรูรับแสง f/1.6 สามารถเก็บแสงและ Dynamic Range ได้ดีกว่าเดิมถึง 8 เท่า และประหยัดแบตฯ ได้มากกว่า 42% เมื่อเทียบกับ Xiaomi 13 ใช้ชุดเลนส์ 7 ชิ้น พร้อมเคลือบสาร ALD ช่วยให้แสงสะท้อนต่ำ พร้อมเซนเซอร์กันสั่น OIS

ส่วนเลนส์ Ultrawide มาพร้อมความละเอียด 50 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายมุมกว้างได้ 115 องศา ไม่มีระบบ Auto Focus แต่มีระบบกันสั่นแบบ EIS กล้อง Telephoto มาพร้อมความละเอียด 50 ล้านพิกเซลในโหมด Portrait ส่วนโหมดอื่น ๆ จะมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รองรับระบบการเคลื่อนที่ตามวัตถุ และรองรับการถ่ายแบบ close-up ได้ถึง 10 ซม. ส่วนกล้องเซลฟี่มาพร้อมความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

จุดเด่นของกล้องและการถ่ายภาพคือ ระบบ Style Preset ที่สามารถเลือกปรับแต่งค่าสีได้เอง ก่อนถ่ายภาพ ซึ่งสามารถเซฟค่าที่ชอบไว้เพื่อใช้งานในครั้งต่อไป หรือสามารถแชร์การตั้งค่าที่เราปรับแต่งเองให้คนอื่นใช้งาน และยังมี Movie Mode และ Rack Focus ที่จะช่วยจับใบหน้าและมุมมองให้ดูดีในการถ่ายวิดีโอด้วย

Xiaomi 14 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุขนาด 4,610 mAh ซึ่งจะเป็นมือถือที่มี Battery Life มากสุดนับตั้งแต่ที่เคยมีมา สามารถใช้งานติดต่อกันได้ถึง 15 ชั่วโมง รองรับชาร์จไว 90W เต็ม 100% ใน 31 นาที และรองรับชาร์จไร้สาย 50W เต็ม 100% ใน 46 นาที

Xiaomi 14 ตัว Global วางจำหน่ายรุ่น 12GB+256GB ราคา 999 ยูโร หรือราว  39,100 บาท

ภาพสรุปสเปก Xiaomi 14 Xiaomi
สรุปสเปก Xiaomi 14
ภาพXiaomi 14 Ultra Xiaomi
Xiaomi 14 Ultra

Xiaomi 14 Ultra

Xiaomi 14 Ultra เป็นครั้งแรกที่มีดีไซน์ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่าง Xiaomi 13 Ultra ตรงที่ตัวเครื่องด้านหลังบริเวณกล้องจะไม่สโลป เรียบเนียนเสมอกัน เฟรมใช้การผลิตแบบ CNC หรือผลิตเป็นชิ้นเดียว ทำให้ทนทานกว่าเดิม 1.38 เท่า มาพร้อมจอแสดงผลแบบ LTPO AMOLED Liquid Display ความกว้าง 6.73 นิ้ว ออกแบบขอบจอโค้งเล็กน้อย เพื่อให้จับถนัดมือมากสุด ความละเอียดระดับ 1440 x 3200 พิกเซล หรือ WQHD+ อัตราส่วน 20:9 รองรับสีมากถึง 6.8 หมื่นล้านสี

มีอัตรารีเฟรช 120Hz ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต มีกระจก Xiaomi Shield Glass ปกป้องหน้าจอ และกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP68 รอบนี้ จะมี 2 สีให้เลือกซื้อด้วยกัน ได้แก่ สีขาว สีดำ ที่ใช้ฝาหลังวัสดุหนังวีแกน

Xiaomi 14 Ultra ใช้ชิปเซ็ตตัวแรงจาก Qualcomm อย่าง Snapdragon 8 Gen 3 ขนาด 4 นาโนเมตร มี CPU 8 คอร์ ที่เร็วแรงกว่ารุ่น Xiaomi 13 Ultra กว่า 32% และประหยัดพลังงานกว่าถึง 34% ส่วน GPU แบบ Adreno 750 ก็ช่วยเรื่องความเร็วแรงและประหยัดพลังงานไม่แพ้กัน

ระบบภายในยังมี Dual Channel Ice Loop เป็นระบบระบายความร้อนที่ช่วยลดทั้งความร้อนจากทั้งชิป และโมดูลกล้องโดยเฉพาะ สามารถทำงานได้ดีกว่าระบบ Vapor Chamber แบบธรรมดา 3 เท่า ส่วนแบตเตอรี่ จะมีความจุอยู่ที่ 5,300 mAh รองรับพอร์ต USB-C 3.2 มีระบบชาร์จไว 90W และรองรับชาร์จไวไร้สาย 80W แถมเชื่อมต่อดาวเทียมได้ด้วย

ภาพXiaomi 14 Ultra Xiaomi
Xiaomi 14 Ultra

ไฮไลท์เด่นของ Xiaomi 14 Ultra จะอยู่ที่กล้องหลังสุดหรูที่พัฒนาร่วมกับ Leica แบรนด์กล้องดังจากเยอรมนี โมดูลกล้องจะมีการออกแบบสุดหรูสไตล์ Cloud de Paris มาพร้อมกล้องหลัง Leica VARIO-SUMMILUX 4 ตัว (Quad Camera) กล้องหลักมีขนาด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony LYT-900 มีระบบ OIS ที่สามารถปรับรูรับแสงในระดับฮาร์ดแวร์ 4 ระดับ ตั้งแต่ f/1.63 f/2.0 f/2.8 และ f/4.0

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี Pixel Bining ในเซ็นเซอร์ ที่จะช่วยดึงพลัง Dynamic Range ในภาพ ให้ภาพสว่าง และเก็บดีเทลแสงเงาต่าง ๆ ได้ละเอียดมากขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกับระบบ Dual Native ISO Fusion Max และระบบประมวลผลภาพ AISP ของ Xiaomi และยังสามารถถ่ายภาพที่ขยับเร็ว ๆ ได้ใน 0.47 มิลลิวินาทีได้ด้วย

ภาพCloud de Paris ที่โมดูลกล้อง Xiaomi 14 Ultra Xiaomi
Cloud de Paris ที่โมดูลกล้อง Xiaomi 14 Ultra

ส่วนกล้องอื่น ๆ จะมี กล้อง Telephoto ขนาด 50 ล้านพิกเซล 75 มม. f/1.8 ซูมแบบออปติคัลได้ 3.2 เท่า มีระบบกันสั่น OIS ใช้เลนส์แบบ Floating สามารถเลื่อนปรับโฟกัสได้รวดเร็ว ถ่ายภาพ close-up macro และถ่ายในโหมด Portraits ได้สวยกว่าเดิม กล้อง Periscope Telephoto 120 มม. ขนาด 50 ล้านพิกเซล f/2.5 ซูมแบบออปติคัลได้ 5 เท่า และกล้อง Ultrawide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล 12 มม. f/1.8 ที่สามารถถ่ายได้กว้างถึง 122 องศา ซึ่งกล้องรองทั้ง 3 ตัวใช้เซ็นเซอร์แบบเดียวกันคือ IMX858

ระบบกล้องยังมาพร้อม Xiaomi AISP ซึ่งเป็นระบบ AI ที่เข้ามาเสริมแกร่งให้กล้อง ทำงานร่วมกับ ALM ช่วยคำนวณ และระบบ HyperOS ให้ทำงานได้เร็วขึ้น โดยจะมีการเรียงเฟรมหลาย ๆ ภาพ นำมาประมวลผล เพื่อให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดเยอะและละเอียดที่สุด และยังช่วยในเรื่องของ Fusion Capture ที่มีระบบตัวช่วยจับโฟกัสในการถ่าย Ultra Zoom ที่ระยะซูม 30 เท่าขึ้นไป และยังมีโหมด Master Portrait ที่ได้มาจากการประมวลผล เพื่อให้ได้ภาพ Portrait ที่สมจริงที่สุด

ภาพPhotography Kit ของ Xiaomi 14 Ultra Xiaomi
Photography Kit ของ Xiaomi 14 Ultra

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ Xiaomi 14 Ultra คือ จะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมของกล้อง โดยจะมี Photography Kit เป็นเคสที่ช่วยเสริมในส่วนของ Grip ให้เหมือนเป็นกล้องถ่ายรูปจริง ๆ เชื่อมต่อด้วย USB-C โดยตัว Grip จะมีแบตเตอรี่เสริมขนาด 1,500 mAh รองรับการชาร์จ 90W และหากรวมกับตัวเครื่องแล้ว จะมีความจุแบตฯ ถึง 6,800 mAh เลยทีเดียว

ซึ่งตัว Grip จะสามารถกดเปิด-ปิดเครื่องได้ มีปุ่ม Dial สามารถปรับค่าชดเชยแสง EV มีปุ่มชัตเตอร์แบบ 2 Step  สามารถหมุนเลนส์เพื่อซูมได้ และมีปุ่มเสริมใช้สำหรับกดถ่ายวิดีโอได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีวงแหวนอะแดปเตอร์สำหรับใส่ Filter ขนาด 67 มม. และอุปกรณ์เสริม ที่ช่วยขยายการจับสัญญาณดาวเทียมบริเวณเลนส์กล้อง และยังช่วยเพิ่มอัตราการจำสัญญาณดาวเทียมได้เร็วขึ้นกว่า 129% โดยตัวอุปกรณ์จะเป็นฝาปิดปกป้องเลนส์ สามารถใช้เป็นขาตั้งเครื่องได้ด้วย

สำหรับราคา Xiaomi 14 Ultra ตัว Global จะเป็นรุ่น 16GB+512GB ราคาอยู่ที่ 1,499 ยูโร หรือราว 58,600 บาท 

ภาพสรุปสเปก Xiaomi 14 Ultra Xiaomi
สรุปสเปก Xiaomi 14 Ultra

ภาพXiaomi Pad 6S Pro Xiaomi
Xiaomi Pad 6S Pro

Xiaomi Pad 6S Pro

นอกจากนี้ ยังมีแท็บเล็ตด้วย กับ Xiaomi Pad 6S Pro มาพร้อมหน้าจอขนาด 12.4 นิ้ว บอดี้ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ สีเทาแกรไฟต์ บาง 6.26 มิลลิเมตร น้ำหนัก 590 กรัม มีหน้าจอที่ออกแบบมาที่มีอัตราส่วน 3:2 ใกล้เคียงกับพีซี

หน้าจอมีความละเอียดระดับ 3K ความสว่างสูงสุด 900 นิต อัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz มาพร้อมลำโพง 6 ตัว รองรับระบบ Dolby Atmos ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 2 จาก Qualcomm มีแบตเตอรี่ความจุ 10,000 mAh ใช้งานได้แบบยาว ๆ กว่า 22 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง รองรับชาร์จไว 120W เต็ม 100% ภายในเพียง 35 นาที

Xiaomi Pad 6S Pro สามารถใช้งานได้ 4 แท็บพร้อมกัน มีระบบ AI Art ที่สามารถ generate ภาพที่เราสเกตช์หรือวาดไว้ให้สวยขึ้นได้ และยังสามารถซิงก์กล้องกับมือถือของ Xiaomi ได้ด้วย มีระบบแตะเพื่อแชร์การเปิดใช้งาน NFC ช่วยลดความยุ่งยากในการแชร์ไฟล์

และยังมี Xiaomi Smart Hub ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้โดยตรงจากอินเทอร์เฟซของตัวแท็บเล็ต เช่น รับสาย วาวสาย แชต และอื่น ๆ

Xiaomi Pad 6S Pro ความจุ 8GB+256GB ราคาอยู่ที่ 699 ยูโร หรือราว 27,400 บาท วางจำหน่ายแยกกับ Touchpad คีย์บอร์ด ราคา 169 ยูโร หรือราว 6,600 บาท และ Focus Pen ราคา 99 ยูโร หรือราว 3,900 บาท

ภาพXiaomi Pad 6S Pro Xiaomi
สรุปสเปก Xiaomi Pad 6S Pro
ภาพXiaomi Smart Band 8 Pro Xiaomi
Xiaomi Smart Band 8 Pro

Xiaomi Smart Band 8 Pro

ผลิตภัณฑ์สายรัดข้อมืออัจฉริยะรุ่นใหม่ของ Xiaomi กับ Xiaomi Smart Band 8 Pro มาพร้อมหน้าปัดขนาด 1.74 นิ้ว จอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 336×480 พิกเซล พร้อมสายต่าง ๆ ให้เลือกซื้อมากมาย ความสว่างสูงสุด 600 นิต อัตรารีเฟรช 60 Hz ออกแบบมาให้มีความบางเบา หน้าปัดบาง 9.99 มม. เบาเพียง 22.5 กรัม มาพร้อม Corning Gorilla Glass และระบบกันน้ำระดับ 5ATM หรือกันน้ำในระดับ 50 เมตร

มาพร้อมการอัปเกรดเรื่องระบบตรวจสอบสุขภาพ พร้อมโหมดออกกำลังกายมากกว่า 150 ประเภท ใช้งานได้ต่อเนื่อง 14 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 

Xiaomi Smart Band 8 Pro สนนราคาอยู่ที่ 69 ยูโร หรือราว 2,700 บาท

ภาพสรุปสเปก Xiaomi Smart Band 8 Pro Xiaomi
สรุปสเปก Xiaomi Smart Band 8 Pro
ภาพXiaomi Watch S3 Xiaomi
Xiaomi Watch S3

Xiaomi Watch S3

มาถึงสมาร์ตวอตช์กันบ้าง กับ Xiaomi Watch S3 ที่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ขอบบาง มี 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเงิน และยังมาพร้อมสายหลากหลายแบบ สามารถเปลี่ยนขอบตามสายได้ด้วย

มี Hand Gesture ที่เมื่อเขย่าแขน หน้าจอจะเปลี่ยนการแสดงผลให้โดยอัตโนมัติ ใช้งานได้ 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มีระบบตรวจสอบสุขภาพและโหมดออกกำลังกายกว่า 150 ประเภทเช่นดียวกัน

Xiaomi Watch S3 สนนราคาอยู่ที่ 149 ยูโร หรือราว 5,800 บาท

ภาพสรุปสเปก Xiaomi Watch S3 Xiaomi
สรุปสเปก Xiaomi Watch S3

ภาพXiaomi Watch 2 Xiaomi
Xiaomi Watch 2

Xiaomi Watch 2

มาถึงสมาร์ตวอตช์ตัวสุดท้ายที่เป็นตัวปิดในงานนี้ อย่าง Xiaomi Watch 2 ที่มาพร้อมความร่วมมือกับ Google สามารถติดตั้งแอปฯ ต่าง ๆ ผ่าน Google Play Store โดยจะมีลักษณะภายนอกดูสปอร์ตขึ้น น้ำหนักเบาลง มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon W5+ Gen 1 ขนาด 4 นาโนเมตร เพิ่มเติมเซ็นเซอร์เทคโนโลยีเข้าไป เพื่อช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบสุขภาพแม่นยำขึ้น

มีการเพิ่มโหมดใหม่อย่าง Ski Mode และ Snowboarding โหมดเพื่อตรวจสอบความลาดชันของพื้นที่ ความจุกว่า 32GB และมีอายุการใช้งานแบตฯ สูงสุด 65 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

Xiaomi Watch 2 สนนราคาอยู่ที่ 199 ยูโร หรือราว 7,800 บาท

ภาพสรุปสเปก Xiaomi Watch 2 Xiaomi
สรุปสเปก Xiaomi Watch 2

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ไอที
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ