การเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความชุ่มฉ่ำ แต่หนึ่งสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้เท่าไรนัก นั่นคือโทรศัพท์มือถือที่มีโอกาสเปียกได้ทุกเมื่อ แม้บางคนจะใส่ซองกันน้ำ แต่ก็อาจมีน้ำซึมได้ทุกเมื่อ จนทำให้มือถือเสียหาย และทำให้อาชีพ “ช่างซ่อมมือถือ” งานชุกขึ้นมาทันที
16 เม.ย. 67 ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปพบกับ นายปราโมทย์ เจ้าของร้านโอ๊ตโมบาย ตั้งอยู่ ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี หลังทราบว่าช่วงนี้มีลูกค้านำสมาร์ตโฟนเปียกน้ำมาซ่อมจำนวนมาก
ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่กำลังโกยรายได้เป็นอย่างดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์
เมื่อไปถึง พบนายปราโมทย์กำลังตั้งหน้าตั้งตา แกะโทรศัพท์ออกมาเช็ดทำความสะอาด ใช้กล้องกำลังขยายตรวจสอบ และเปลี่ยนอะไหล่ที่เสียหายจากอาการน้ำเข้าเครื่อง โดยพบว่าโทรศัพท์บางเครื่อง มีลักษณะของไฟลัดวงจรจนเป็นรอยไหม้ รวมถึงบางเครื่องมีคราบน้ำและดินสอพองติดอยู่ภายใน
นายปราโมทย์ เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มีลูกค้านำโทรศัพท์มาให้ทางร้านซ่อมมากกว่า 10 เครื่องต่อวัน โดยลูกค้ากว่าร้อยละ 80 เป็นกลุ่มวัยรุ่น จากการสอบถามส่วนใหญ่จะพกโทรศัพท์ใส่ในซองพลาสติกกันน้ำ แล้วนำห้อยคอติดตัวไปเล่นน้ำด้วย
แต่เนื่องจากน้ำสามารถไหลซึมเข้าไปได้ จึงทำให้โทรศัพท์โดนความชื้น น้ำซึมเข้าไปตามรูของลำโพง ไมโครโฟน และช่องเสียบสายชาร์จ
สำหรับปัญหาที่พบ หากเป็นกลุ่มโทรศัพท์ระบบ iOS เครื่องจะรีสตาร์ตติดดับตลอดเวลา ระบบไม่เข้าสู่หน้าจอหลัก ส่วนโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ จะมีปัญหาระบบหน้าจอสัมผัสใช้งานไม่ได้ โดยวิธีซ่อมทางร้านจะแกะล้างทำความสะอาดเครื่องทุกชิ้นส่วน ตรวจสอบ และเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียหายออก
ซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะขึ้นอยู่กับความหนักเบาของอาการ ความยากง่ายของการซ่อม และอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยน หากเป็นกลุ่มสายแพรและแบตเตอรี่ ราคาจะอยู่ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท แต่หากอาการหนักถึงขั้นต้องเปลี่ยนหน้าจอ ราคาจะขยับเป็นหลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท ซึ่งลูกค้าบางคนเลือกยอมที่จะจ่าย เพื่อให้โทรศัพท์ที่เก็บข้อมูลสำคัญไว้สามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากรู้ว่าน้ำเข้าโทรศัพท์ แนะนำให้รีบทำการปิดเครื่อง จากนั้นหาร้านรับซ่อมโทรศัพท์ที่ใกล้ที่สุด เพื่อทำการแก้ไข อย่ารอให้น้ำแห้งเอง เพราะจะยิ่งเกิดความเสียหายที่หนักขึ้น ส่งผลต่อราคาค่าซ่อมที่แพงขึ้นไปด้วย