วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา สำหรับ “iPhone 16” มือถือรุ่นล่าสุดของ Apple พร้อมได้รับเสียงตอบรับในไทยอย่างล้นหลาม หลังมีผู้มารอเป็นเจ้าของจำนวนมาก ทั้งจาก Apple Store ทั้ง 2 แห่ง รวมถึงตัวแทนจำหน่ายอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ iPhone รุ่นเก่า ที่เริ่มมองหา iPhone รุ่นที่ใหม่กว่า อาจพิจารณารุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้าอย่าง iPhone 15 เป็นหนึ่งในตัวเลือก
แล้วเราจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี?
PhoneArena ผู้รวบรวมข้อมูลสมาร์ตโฟน ได้นำมือถือ Apple รุ่นล่าสุดอย่าง iPhone 16 มาเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone 15 เพื่อให้ผู้ที่สนใจลองพิจารณากันดูว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี
ทำความรู้จักฟุตซอลทีมชาติฝรั่งเศส คู่ต่อกรไทย รอบ 16 ทีมฟุตซอลโลก 2024
ดีไซน์ตัวเครื่อง
ลักษณะภายนอกโดยรวมของ iPhone ทั้ง 2 รุ่น ไม่ค่อยแตกต่างเท่าไรนัก เพียงแต่ปุ่มข้างตัวเครื่องของ iPhone 15 จะมี้เพียงปุ่มเปิด-ปิดเสียงเท่านั้น ในขณะที่ iPhone 16 นอกจากจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงแล้ว ยังมีปุ่ม Action สำหรับใช้เป็นปุ่มลัด รวมถึง “Camera Control” สำหรับใช้ในการควบคุม และตั้งค่าการถ่ายรูป-วิดีโอ ทำให้จุดนี้กลายเป็นข้อได้เปรียบของ iPhone 16 สำหรับผู้ที่อยากลองใช้งานลูกเล่นใหม่ ๆ
ส่วนดีไซน์อีกจุดหนึ่งที่แตกต่างกันคือ โมดูลกล้อง โดย iPhone 15 จะมีโมดูลกล้องแนวเฉียงแบบที่ปรากฏครั้งแรกบน iPhone 13 ทว่าสำหรับ iPhone 16 นี้ Apple ก็ได้เปลี่ยนโมดูลกล้องมาเป็นแนวตั้งเหมือนที่เคยปรากฏบน iPhone 11
ขุมพลัง
ในส่วนของขุมพลัง iPhone 15 ใช้ชิป A16 Bionic ขนาด 4 นาโนเมตร ขณะที่ iPhone 16 ใช้ชิป A18 ขนาด 3 นาโนเมตร ซึ่ง iPhone 16 แน่นอนว่ามีการรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence บน iOS 18 รวมถึงขนาดของ RAM ที่อัปเกรดจาก iPhone 15 ที่มีอยู่ 6GB ขึ้นมาเป็น 8GB ทำให้สามารถรองรับการประมวลผล AI รวมถึงการใช้งานอื่น ๆ ได้มากขึ้น
ทว่าบน iPhone 15 มีเทคโนโลยี ProMotion ที่สามารถช่วยให้เฟรมเรตอยู่ที่ 120Hz ทำให้การแสดงผลไหลลื่นมากกว่า iPhone 16 ที่ไม่มีเทคโนโลยีนี้ และมีเฟรมเรตอยู่ที่ 60Hz
กล้อง
ในส่วนของกล้องหลัง iPhone 15 มีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วยกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล และกล้อง Ultrawide 12 ล้านพิกเซล ซึ่ง iPhone 15 ถือว่าเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับกล้องหลักขนาด 48 ล้านพิกเซล
ส่วน iPhone 16 มีกล้องที่สเปกเหมือนกับ iPhone 15 แตกต่างกันตรงที่มีการเพิ่มฟีเจอร์ Fusion ที่สามารถลดขนาดไฟล์ภาพผ่านการลดขนาดพิกเซลกล้องหลักให้เหลือ 24 ล้านพิกเซล และขยายขนาดพิกเซลของกล้องอีกตัวจาก 12 ล้านพิกเซลมาเป็นภาพ 24 ล้านพิกเซลซ้อนกัน ที่นอกจากจะมีไฟล์เล็กแล้ว ยังให้ภาพที่คงความละเอียดสูงด้วย
แบตเตอรี่
ส่วนแบตเตอรี่ บน iPhone 16 สามารถเล่นวิดีโอได้นานถึง 22 ชั่วโมง มากกว่า iPhone 15 ที่เล่นได้นาน 20 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงที่ดีขึ้นราว 10% แต่ในส่วนอื่น ๆ เช่น การเล่นเสียง Apple ระบุว่าสามารถเล่นได้ 80 ชั่วโมงสำหรับทั้งสองรุ่น หรือก็คืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ดีขึ้นเล็กน้อย
ขณะที่ ANATEL หน่วยงานรับรองผลิตภัณฑ์การสื่อสารสังกัดรัฐบาลบราซิล ให้ข้อมูลความจุแบตเตอรี่ของ iPhone 16 ทั้ง 4 รุ่นเอาไว้ พร้อมเปรียบทียบกับ iPhone 15 ประกอบด้วย
- iPhone 16: 3,561 mAh มากกว่ารุ่นก่อน 6.3%
- iPhone 16 Plus: 4,674 mAh มากกว่ารุ่นก่อน 6.6%
- iPhone 16 Pro: 3,582 mAh มากกว่ารุ่นก่อน 9.4%
- iPhone 16 Pro Max: 4,685 mAh มากกว่ารุ่นก่อน 6%
iPhone 15 หรือ iPhone 16 ?
หากเทียบกับ iPhone 15 แล้ว iPhone 16 ถือว่าเป็นการอัปเกรดที่แม้จะแตกต่างกันในระดับหนึ่ง แต่ก็ถือว่าไม่ได้เป็นการอัปเกรดที่ใหญ่โตอะไรนัก ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Action แถบ Camera Control สีสันที่แตกต่างกัน รวมถึงอายุการใช้งานแบตเตอรี่
ทว่าสิ่งที่เป็นไฮไลต์บน iPhone 16 ที่ iPhone 15 ไม่มีคือ “Apple Intelligence” ดังนั้น ใครที่เน้นใช้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ก็สามารถเลือกซื้อ iPhone 16 ได้ หรือหากใครตั้งงบประมาณไว้จำกัด และไม่ได้สนใจฟีเจอร์ใหม่ ๆ เท่าไรนัก iPhone 15 อาจเหมาะสมกว่า
ที่มา: PhoneArena