Apple เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS 18 เมื่อช่วงเที่ยงคืนวันจันทร์ที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา (เช้ามืดวันอังคารที่ 17 กันยายน) ตามเวลาประเทศไทย โดยมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉม iPhone ก็ว่าได้
ทว่ามีอีกหนึ่งฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่หลายคนอาจไม่สังเกตคือ “Slow Charger” ที่จะช่วยบอกเราขณะที่กำลังชาร์จ iPhone อยู่ได้ว่า เป็นการชาร์จตามความเร็วปกติ หรือเป็นการชาร์จที่ช้ากว่าปกติ
โปรแกรมแข่งวอลเลย์บอลสโมสรหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2024 รอบก่อนรองชนะเลิศ
Apple ระบุว่า “Slow Charger” หรือ “กำลังชาร์จช้า ๆ” จะปรากฏขึ้นในหน้าแบตเตอรี่ ภายในแอปฯ ตั้งค่า เกิดได้จาก 3 สาเหตุด้วยกัน
คือ ชาร์จผ่านสายด้วยกำลังไฟ 7.5W หรือน้อยกว่า ชาร์จไร้สายด้วยกำลังไฟ 10W หรือน้อยกว่า
หรือชาร์จไร้สายด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน Qi 1 ซึ่งกราฟของช่วงเวลาที่ปรากฏ “Slow Charger” จะเป็นสีส้ม
และหากผู้ใช้ ใช้หัวชาร์จที่มีมากกว่า 1 พอร์ต เช่น หัวชาร์จ USB-C 35W แบบคู่ การที่เสียบชาร์จอุปกรณ์อื่นกับ iPhone ไปพร้อนกัน อาจส่งผลให้ชาร์จช้าไปด้วย จนปรากฏ “Slow Charger” ขึ้น
โดย Apple แนะนำว่า หากต้องการชาร์จอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผู้ใช้ควรใช้หัวชาร์จ USB-C แบบ PD แนะนำขนาด 20W ขึ้นไป รวมถึงสายชาร์จ USB-C to USB-C หรือ USB-C to Lightning ที่มีมาให้ในกล่อง iPhone ขณะที่การชาร์จไร้สายควรใช้อุปกรณ์ชาร์จ MagSafe หรืออุปกรณ์ชาร์จไร้สายที่ได้มาตรฐาน Qi 2
นอกจากนี้ ยังอาจหาวิธีอื่นนอกเหนือจากการเปลี่ยนหัวชาร์จ เช่น จำกัดประสิทธิภาพการทำงานของบางแอปฯ หรือชาร์จในที่อากาศเย็น
ทั้งนี้ การขึ้นข้อความ “Slow Charger” เป็นการระบุว่าชาร์จช้ากว่าปกติเท่านั้น ไม่ได้แสดงประสิทธิภาพหรือคุณภาพของแบตเตอรี่ จึงไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด
ที่มา: Apple Support