ช่วงเย็นวันที่ 29 ตุลาคม 2567 Xiaomi แบรนด์ผลิตภัณฑ์ครบวงจรแดนมังกร เปิดตัวสมาร์ตโฟนซีรีส์เรือธงรุ่นใหม่อย่าง “Xiaomi 15” และ “Xiaomi 15 Pro” ณ ศูนย์ประชุมและศูนย์จัดแสดงนานาชาติโส่วกัง กรุงปักกิ่ง โดยทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่คล้ายกันกับรุ่นก่อนอย่าง Xiaomi 14 โดยเฉพาะโมดูลกล้องไลกา (Leica) อันเป็นเอกลักษณ์ และยังมีสีใหม่เข้ามาเพิ่มสีสันให้ซีรีส์เรือธงนี้ด้วย
โดยในครั้งนี้ Xiaomi เปิดตัวมือถือใหม่แบบสุดแสบ นำ Xiaomi 15 มาเทียบกับ iPhone 16 Pro แบบช็อตต่อช็อต
Xiaomi 15
เริ่มกันที่รุ่นมาตรฐานอย่าง Xiaomi 15 มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 6.36 นิ้วแบบ LIPO AMOLED ความละเอียดระกับ 1.5K อัตรารีเฟรช 120Hz ให้ความสว่างสูงสุด 3,200 นิต ในโหมดความสว่างสูงสุด (High Brightness Mode) ตัวเครื่องใช้กรอบอะลูมิเนียมขอบโค้ง บางเพียง 8.08 มม. หนัก 191 กรัม กันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP68 มาพร้อม 4 สีด้วยกัน ประกอบด้วย สีฟ้าอมม่วง, สีเขียวอ่อน, สีดำ, และสีขาว
สำหรับขุมพลังแน่นอนว่าได้เป็นชิป Snapdragon 8 Elite (หรือ Snapdragon 8 Gen 4 ในชื่อที่คาดการณ์กัน) ขนาด 3 นาโนเมตร ซึ่งเป็นชิปตัวแรงสุดและใหม่สุดของ Qualcomm โดยอ้างว่าเร็วแรงกว่า A18 Pro บน iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max ได้ CPU Oryon 4.32 GHz พื้นที่เก็บข้อมูลให้มาสูงสุด 16GB RAM แบบ LPDDR5X ส่วนสตอเรจให้มาสูงสุด 1TB แบบ UFS 4.0 ทำงานบนระบบ Xiaomi HyperOS 2 แบตเตอรี่จุ 5,400 mAh รองรับชาร์จไว 90W แบบมีสาย และชาร์จไว 50W แบบไร้สาย
ขณะที่กล้องหลังจะมี 3 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วย กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ OmniVision OV50H 1/1.31 นิ้ว กล้อง Ultrawide 50 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto 50 ล้านพิกเซล ซูม 3 เท่า เลนส์ ISOCELL JN1 ของ Samsung บันทึกวิดีโอคมชัด 8K ที่ 30 fps ขณะที่กล้องหน้าจะให้มาที่ 32 ล้านพิกเซล
เปิดประวัติ 4 ตัวเต็งกุนซือใหม่ แมนยู ชาบี กับ อโมริม น่าจับตา
Xiaomi 15 จะวางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน เปิดพรีออเดอร์ในจีนแล้ววันนี้ เริ่มวางจำหน่ายทางการ 10.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ตามเวลาประเทศจีน ส่วนวันวางจำหน่ายในประเทศไทยยังต้องติดตามกันต่อไป ได้แก่
- 12+256GB ราคา 4,499 หยวน หรือราว 21,300 บาท
- 12+512GB ราคา 4,799 หยวน หรือราว 23,000 บาท
- 16+512GB ราคา 4,999 หยวน หรือราว 24,000 บาท
- 16+1TB ราคา 5,499 หยวน หรือราว 26,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมี Xiaomi 15 สีพิเศษ Bright Silver
- 12+256GB ราคา 4,699 หยวน หรือราว 22,300 บาท
- 12+512GB ราคา 4,999 หยวน หรือราว 24,000 บาท
- 16+512GB ราคา 5,199 หยวน หรือราว 25,000 บาท
- 16+1TB ราคา 5,699 หยวน หรือราว 27,000 บาท
และ Xiaomi 15 Diamond Limited Edition ฝาหลังทำจากหนังชั้นดี กรอบข้างตัวเครื่องมาพร้อมเพชรแวดวาวสลักคำว่า Limited Edition โมดูลกล้องด้านในฝังเพชรแวววาว มาพร้อมสีขาว Glacier White, สีเทา Elephant Grey และ สีส้ม Orange วางจำหน่ายที่ 16+1TB ราคา 5,999 หยวน หรือราว 28,400 บาท
Xiaomi 15 Pro
และกับรุ่นท็อปอย่าง Xiaomi 15 Pro มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 6.73 นิ้วแบบ LIPO AMOLED ความละเอียดระกับ 2K อัตรารีเฟรช 120Hz ให้ความสว่างสูงสุด 3,200 นิต ในโหมดความสว่างสูงสุด (High Brightness Mode) บางเพียง 8.35 มม. หนัก 213 กรัม ปกป้องหน้าจอด้วย Xiaomi Lonhjing Glass ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP68 มาพร้อม 4 สีด้วยกัน ประกอบด้วย สีฟ้าอมม่วง, สีเขียวอ่อน, สีดำ, และสีขาว
ขุมพลังได้เป็นชิป Snapdragon 8 Elite ซึ่งเป็นชิปตัวแรงสุดและใหม่สุดของ Qualcomm พื้นที่เก็บข้อมูลให้มาสูงสุด 16GB RAM แบบ LPDDR5X ส่วนสตอเรจให้มาสูงสุด 1TB แบบ UFS 4.0 แบตเตอรี่จุ 6,100 mAh รองรับชาร์จไว 120W แบบมีสาย และชาร์จไว 80W แบบไร้สาย เมื่อใช้งานหนักสุดจะมีอุณหภูมิที่ 44.5 เซลเซียส เย็นกว่า iPhone 16 Pro Max 1 เซลเซียส และยังคงเฟรมเรตไม่ให้ตกที่ 59.2 fps เหนือกว่า iPhone 16 Pro Max ที่ 56.7 fps
ขณะที่กล้องหลังจะมี 3 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วย กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Photonics 900 f/1.44 กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เลนส์ ISOCELL JN1 f/2.2 ของ Samsung และกล้องซูม Super Telephoto เซ็นเซอร์ IMX858 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายซูม Periscope Telephoto 3 เท่า ซูมแบบดิจิทัล 20 เท่า บันทึกวิดีโอคมชัด 8K ที่ 30 fps ขณะที่กล้องหน้าจะให้มาที่ 32 ล้านพิกเซลเช่นเดียวกัน
Xiaomi 15 Pro จะวางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน เปิดพรีออเดอร์ในจีนแล้ววันนี้ เริ่มวางจำหน่ายทางการ 10.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ตามเวลาประเทศจีน ส่วนวันวางจำหน่ายในประเทศไทยยังต้องติดตามกันต่อไป ได้แก่
- 12+256GB ราคา 5,299 หยวน หรือราว 25,000 บาท
- 16+512GB ราคา 5,799 หยวน หรือราว 27,000 บาท
- 16+1TB ราคา 6,499 หยวน หรือราว 30,800 บาท
นอกจากนี้ ยังมี Xiaomi 15 Pro สีพิเศษ Bright Silver
- 12+256GB ราคา 5,499 หยวน หรือราว 26,000 บาท
- 16+512GB ราคา 5,999 หยวน หรือราว 28,400 บาท
- 16+1TB ราคา 6,699 หยวน หรือราว 31,800 บาท