คืนวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Apple เปิดตัวมือถือรุ่นเล็กตัวล่าสุดอย่าง “iPhone 16e” ที่เรียกได้ว่าเป็นการอัปเกรดขึ้นมาจาก iPhone SE 3 แบบขั้นกว่า ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 48MP ขนาดจอที่กว้างขึ้น ไปจนถึงได้ฟีเจอร์ Apple Intelligence ไว้ใช้งาน
อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลังเล็งเป็นเจ้าของ iPhone 16e อาจลังเลว่าจะจับจอง iPhone 16e หรือจะเลือกซื้อรุ่นมาตรฐานอย่าง iPhone 16 ดี
ไม่รอช้า Apple Insider ได้ทำการเปรียบเทียบ iPhone 16e กับ iPhone 16 ให้ได้เลือกพิจารณากัน
เริ่มที่จอแสดงผล ทั้ง iPhone 16 และ iPhone 16e ได้จอ OLED Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้ว ความหนาแน่นพิกเซล 460ppi ให้ภาพสีคมชัดเหมือนกัน แตกต่างกันที่ความละเอียด โดย iPhone 16 มีความละเอียด 2,556 x 1,179 พิกเซล เหนือกว่า iPhone 16e เล็กน้อย ที่มีความละเอียด 2,532 x 1,170 พิกเซล
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของความสว่างหน้าจอ iPhone 16 มีความสว่างสูงสุดถึง 2,000 นิต สว่างกว่า iPhone 16e ที่มีความสว่างสูงสุด 1,200 นิต เรียกได้ว่าโดยภาพรวมแล้ว จอแสดงผลของ iPhone 16 นั้นเหนือกว่าเล็กน้อย
ถัดมาในส่วนของกล้อง iPhone 16 ได้กล้องหลัง 2 ตัว ประกอบด้วยกล้องฟิวชัน 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 และกล้อง Ultrawide 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 โดยจุดเด่นของ iPhone 16 คือมีการถ่ายโหมดมาโคร มีการเคลือบเลนส์ป้องกันแสงสะท้อนแบบใหม่ และรองรับการซูมแบบดิจิทัลสูงสุด 10 เท่า
ขณะที่ iPhone 16e ยังคงคอนเซ็ปต์กล้องหลังเดี่ยว โดยเป็นกล้องฟิวชันตัวเดียวกันกับ iPhone 16 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล แตกต่างกันตรงที่ iPhone 16 สามารถถ่ายภาพมาโครและ Spatial Photos หรือการถ่ายแบบ Spatial ได้ ในขณะที่ iPhone 16e ไม่สามารถทำได้
ส่วนกล้องหน้าทั้งคู่ให้มา 12 ล้านพิกเซลเท่ากัน แตกต่างกันตรงที่ iPhone 16 มี Dynamic Island แบบใหม่แล้ว ขณะที่ iPhone 16e ยังเป็นรอยบากแบบเดิมอยู่ ทั้งนี้ Apple Insider แนะนำว่า เนื่องจากสเปกของกล้องแม้ iPhone 16 จะเหนือกว่าเล้กน้อยในเรื่องของความหลากหลาย แต่หากผู้ใช้งานต้องการ iPhone ที่มีประสิทธิภาพในเรื่องของกล้องที่สูง ควรซื้อ iPhone ตระกูล Pro หรือ Pro Max จะดีกว่า
ในส่วนของขุมพลัง ทั้ง iPhone 16 และ iPhone 16e ใช้ชิปเซ็ต A18 ที่พัฒนาโดย Apple CPU 6 คอร์ (2+4) มาพร้อม GPU 5 คอร์และ Neural Engine 16 คอร์ สามารถรันโมเดล ML ได้เร็วกว่า A16 Bionic บน iPhone 15 และ iPhone 15 Plus ได้ 2 เท่า และช่วยให้การทำงานของฟีเจอร์ Apple Intelligence ลื่นไหลมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม iPhone 16e ได้โมเดมเซลลูลาร์ใหม่ที่ออกแบบโดย Apple เองอย่าง “Apple C1” ที่ Apple เคลมว่าช่วยทำให้ประหยัดพลังงานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone ส่งผลให้ iPhone 16e เป็นรุ่นที่แบตเตอรี่อึดสุดในกลุ่มมือถือหน้าจอ 6.1 นิ้ว เหนือกว่า iPhone 16
โดย Apple ระบุว่า iPhone 16e สามารถเล่นวิดีโอต่อเนื่องได้นาน 26 ชั่วโมง สตรีมได้นานถึง 21 ชั่วโมง และเล่นเพลงได้ต่อเนื่องนานถึง 90 ชั่วโมง ขณะที่ iPhone 16 เล่นวิดีโอต่อเนื่องได้ 22 ชั่วโมง สตรีมได้นาน 18 ชั่วโมง และเล่นเพลงต่อเนื่องนานสุด 80 ชั่วโมง
และในส่วนของราคา แน่นอนว่ารุ่นเล็กอย่าง iPhone 16e มีราคาที่ถูกกว่าเล็กน้อย แบ่งเป็น 3 รุ่นความจุ ประกอบด้วย 128GB ราคา 22,900 บาท, 256GB ราคา 26,900 บาท, และ 512GB ราคา 34,900 บาท ขณะที่ iPhone 16 วางจำหน่ายใน 3 รุ่นความจุเช่นเดียวกัน ประกอบด้วย 128GB ราคา 29,900 บาท 256GB ราคา 33,900 บาท และ 512GB ราคา 41,900 บาท
ทั้งนี้ iPhone 16e เปิดพรีออเดอร์วันศุกร์ที่ 21 ก.พ. นี้ เวลา 20.00 น. และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ก.พ. นี้
ที่มา: Apple Insider