Apple ปรับสถานะ iPhone 4 และ iPhone 5 สมาร์ตโฟนรุ่นที่ตัวเมื่อปี 2010 และ 2012 ให้เป็นสินค้า Obsolete หรือ ล้าสมัย อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้ารับบริการซ่อมจากบริษัทหรือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตได้อีกต่อไป
การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Apple ย้าย iPhone 4 และ iPhone 5 ออกจากหมวด Vintage ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่หยุดวางจำหน่ายเกิน 5 ปี แต่ยังสามารถซ่อมได้ในบางกรณี หากมีอะไหล่เหลืออยู่
โดยเมื่อเข้าสู่สถานะ Obsolete แล้ว Apple จะยุติการจัดหาอะไหล่และบริการซ่อมอย่างถาวร ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังหยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มาแล้ว 7 ปี
iPhone 4 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 โดยในช่วงเวลานั้นรุ่นนี้ถูกวางเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายมากขึ้นสำหรับหลายตลาด ขณะที่ iPhone 5 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2012 และถูกยุติการจำหน่ายในปี 2013 หลังการมาของรุ่นถัดไปอย่าง iPhone 5s และ iPhone 5c ก่อนจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Vintage เมื่อปี 2018 และล่าสุดถูกย้ายเข้าสู่บัญชี Obsolete อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับ iPhone 5 ถือเป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญของ Apple เนื่องจากเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่เปลี่ยนมาใช้พอร์ต Lightning แทนหัวต่อแบบ 30-pin เดิม พร้อมดีไซน์ตัวเครื่องกระจกและอะลูมิเนียม มีหน้าจอขนาด 4 นิ้วที่ยาวขึ้น รวมถึงรองรับเครือข่าย LTE
การประกาศครั้งนี้ สะท้อนวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ Apple ที่มีการกำหนดช่วงเวลาการสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยผู้ใช้อุปกรณ์รุ่นเก่าจำเป็นต้องซ่อมจากผู้ให้บริการภายนอก หากยังต้องการใช้งานต่อไป
ที่มา: MacRumors