หลังจากเมื่อช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา OPPO ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงซีรีส์ใหม่ ประกอบด้วย OPPO Find X9 และ OPPO Find X9 Pro ไปแล้ว ล่าสุด OPPO เปิดตัว OPPO Find X9 ซีรีส์ เพิ่มอีก 2 รุ่น ได้แก่ OPPO Find X9 Ultra และ OPPO Find X9s นอกจากนี้ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกเพียบ ได้แก่ OPPO Enco Clip2, OPPO Enco Air5 Pro หูฟังใหม่ และสมาร์ตวอตช์ใหม่อย่าง OPPO Watch X3
OPPO Find X9 Ultra
เริ่มกันที่มือถือรุ่นท็อปเรือธงอย่าง OPPO Find X9 Ultra ที่ชูจุดเด่นด้านกล้องที่พัฒนาร่วมกับ Hasselblad เช่นเดิม มาพร้อมหน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด 2K รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz และความสว่างสูงสุด 3,600 นิต รองรับ Dolby Vision และ HDR Vivid พร้อมกระจก Gorilla Glass Victus 2
ตัวเครื่อง OPPO Find X9 Ultra ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 พร้อม RAM สูงสุด 16GB และความจุสูงสุด 1TB รันบนระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบด้วย ColorOS 16
OPPO Find X9 Ultra ได้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,050mAh รองรับชาร์จไว 100W และชาร์จไร้สาย 50W พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66 / IP68 / IP69
OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว เซนเซอร์หลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซลจาก Sony ขนาด 1/1.12 นิ้ว รูรับแสง f/1.5 และระบบกันสั่น OIS เสริมด้วยเลนส์เพริสโคป 200 ล้านพิกเซล ซูมออปติคัล 3 เท่า และเลนส์เพริสโคปอีกตัว 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูมไกล 10 เท่า พร้อมระบบกันสั่นแบบ Sensor-shift
นอกจากนี้ OPPO Find X9 Ultra ยังมีกล้องอัลตร้าไวด์ 50 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์ True Color 3.2 ล้านพิกเซลเพื่อช่วยให้สีสันแม่นยำมากขึ้น โดยเลนส์ซูม 10 เท่ายังมาพร้อมเทคโนโลยี Quintuple prism ช่วยให้ได้คุณภาพซูมระดับ 20 เท่า
ในส่วนของกล้องหน้า OPPO Find X9 Ultra ให้มา 50 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัส และโหมดถ่ายภาพใหม่ Hasselblad Master Mode ที่ปรับปรุงระบบประมวลผลภาพโดยไม่พึ่ง AI รองรับการถ่ายภาพระดับมืออาชีพทั้ง JPEG และ RAW แบบ 16-bit รวมถึงโหมด XPAN
ด้านวิดีโอ OPPO Find X9 Ultra รองรับการถ่าย 4K ที่ 60 และ 120 fps และ 8K ที่ 30 fps พร้อมระบบ O-Log2, LUT Preview และระบบกันสั่นที่พัฒนาใหม่
ทั้งนี้ Oppo Find X9 Ultra วางจำหน่าย 2 สีด้วยกัน ได้แก่ สี Tundra Umber และสี Canyon Orange วางจำหน่ายในราคา 54,999 บาท สำหรับความจุ 12+512GB และราคา 69,999 บาท สำหรับความจุ 16GB+1TB
OPPO Find X9s
ต่อกันที่มือถือเรือธงรุ่นเล็กอย่าง OPPO Find X9s ตัวเครื่องมาพร้อมขอบจอบาง 1.15 มิลลิเมตร หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz และป้องกันด้วยกระจก Gorilla Glass 7i ความสว่างสูงสุด 3,600 นิต
OPPO Find X9s ได้แบตเตอรี่ความจุ 7,025mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66 / IP68 / IP69
ด้านขุมพลัง OPPO Find X9s ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500s พร้อม RAM 12GB และความจุสูงสุด 512GB รันบนระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบด้วย ColorOS 16
OPPO Find X9s ยังชูฟีเจอร์ AI ใหม่ "AI Mind Space" ทำหน้าที่เสมือนสมองที่สองสำหรับจัดเก็บและสรุปข้อมูล เช่น โน้ตเสียง ภาพหน้าจอ และเอกสาร พร้อมเครื่องมือสำคัญ ได้แก่
- AI Mind Pilot วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริบท
- AI Imaging ปรับแต่งภาพระดับมืออาชีพ
- AI Writer และ AI Call Summary สำหรับงานเอกสาร
- ระบบแปลเมนูอาหาร และเชื่อมต่ออุปกรณ์ข้ามระบบได้
ในส่วนกล้อง OPPO Find X9s ให้กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลทั้งหมด ได้แก่ กล้องหลัก f/1.8 พร้อมกันสั่น OIS กล้องเทเลโฟโต ซูมออปติคัล 3 เท่า ซูมสูงสุด 120 เท่า และกล้องอัลตร้าไวด์ มุมกว้าง 120 องศา รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K ที่ 60fps
ด้านการเชื่อมต่อ OPPO Find X9s รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6.1 และ eSIM พร้อมฟีเจอร์ Quick Share สำหรับโอนข้อมูลและซิงก์แจ้งเตือนกับอุปกรณ์ iOS
Oppo Find X9s วางจำหน่ายทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Midnight Grey, Lavender Sky และ Sunset Orange วางจำหน่ายในราคา 29,999 บาท สำหรับความจุ 12+256GB และราคา 34,999 บาท สำหรับความจุ 12+512GB
OPPO Enco Clip2
OPPO ยังเปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ OPPO Enco Clip2 เสริมทัพตระกูล Enco ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ล้ำสมัยควบคู่คุณภาพเสียงระดับพรีเมียมจากความร่วมมือกับ Dynaudio
OPPO Enco Clip2 มาในรูปแบบ Open-ear ใช้โครงสร้างแบบคลิปหนีบหู น้ำหนัก 5.2 กรัมต่อข้าง ใช้วัสดุ Premium NCVM Metallic Finish ให้ผิวสัมผัสแบบโลหะหรูหรา มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Luminous Gold และ Slate Grey
โครงสร้างของตัวหูฟังใช้วัสดุนิกเกิล-ไทเทเนียม แบบ Shape-memory สามารถปรับเข้ากับรูปทรงหูผู้ใช้ได้อัตโนมัติ เพิ่มความยืดหยุ่นและความทนทาน
ด้านเสียง OPPO Enco Clip2 มาพร้อมระบบลำโพงคู่แบบ Coaxial Dual Dynamic Driver ขนาด 9+11 มม. ทำงานร่วมกับ Dual DAC แยกอิสระ ช่วยให้แยกย่านเสียงได้ชัดเจน ให้เบสลึกและเสียงแหลมที่นุ่มเป็นธรรมชาติ
ในด้านการใช้งาน OPPO Enco Clip2 มาพร้อมเทคโนโลยี Dipole Sound Field ช่วยลดเสียงรั่วไหล เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการฟัง รวมถึงระบบ Crystal-Clear Bone Calls ที่ใช้ไมโครโฟนแบบ Bone-conduction ร่วมกับ AI ลดเสียงรบกวน เพื่อให้การสนทนาชัดเจนแม้อยู่ในที่เสียงดัง
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะอื่น ๆ เช่น
- AI Translate แปลภาษาแบบเรียลไทม์
- Gesture Control ควบคุมด้วยท่าทาง
- Dual-Device Connection เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
- Remote Camera Control ควบคุมกล้องระยะไกล
- รองรับผู้ช่วยเสียง และเชื่อมต่อ Spotify ได้โดยตรง
OPPO Enco Clip2 วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท
OPPO Enco Air5 Pro
ต่อกันที่ OPPO Enco Air5 Pro หูฟังไร้สายระดับกลางรุ่นใหม่ มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 12 มิลลิเมตร ซึ่ง OPPO ระบุว่ามีการเพิ่มแอมพลิจูดของไดรเวอร์ถึง 100% เพื่อให้เสียงเบสทรงพลังมากขึ้น รองรับการสตรีมเสียงความละเอียดสูงผ่านโค้ดек LHDC 5.0
ด้านการตัดเสียงรบกวน (ANC) OPPO Enco Air5 Pro ได้รับการพัฒนาใหม่ รองรับการตัดเสียงได้สูงสุดถึง 55 เดซิเบล ช่วยเพิ่มประสบการณ์การฟังในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน
ด้านแบตเตอรี่ OPPO Enco Air5 Pro ใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 13 ชั่วโมง เมื่อรวมกับเคสชาร์จสามารถใช้งานรวมได้สูงสุดถึง 54 ชั่วโมง
นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์สำคัญ เช่น การเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ (Dual-device connection) ระบบเสียง 3D Surround AI Translation แปลภาษาแบบเรียลไทม์ และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP55
OPPO Enco Air5 Pro มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีขาว วางจำหน่ายในราคา 2,999 บาท
OPPO Watch X3
ปิดท้ายด้วยสมาร์ตวอทช์เรือธงรุ่นใหม่ OPPO Watch X3 พร้อมชูจุดเด่นด้านดีไซน์พรีเมียม น้ำหนักเบา และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
ตัวเรือน OPPO Watch X3 ผลิตจากไทเทเนียมเกรดอากาศยาน ซึ่งให้ความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อน น้ำหนักเบา 43 กรัม บาง 11 มิลลิเมตร
ด้านดีไซน์มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Misty Titanium ที่เน้นความพรีเมียม และ Obsidian Black ที่ให้ลุกเรียบหรูแบบนาฬิกาคลาสสิก
ในแง่ประสิทธิภาพ OPPO Watch X3 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 646mAh แบบ Silicon-Carbon ทำให้ใช้งานได้นานสูงสุด 5 วันในโหมดปกติ และสูงสุดถึง 16 วันในโหมดประหยัดพลังงาน
OPPO Watch X3 ใช้สถาปัตยกรรม Dual-Engine ผสานการทำงานของชิป 2 ระบบ โดยใช้ระบบ Wear OS สำหรับงานประสิทธิภาพสูง และ RTOS สำหรับงานประหยัดพลังงาน
ด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย OPPO Watch X3 รองรับโหมดกีฬา มากกว่า 100 รูปแบบ พร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP69 และมีฟีเจอร์ตรวจวัดสุขภาพครบถ้วน เช่น
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ใช้เวลาเพียง 30 วินาที
- ฟีเจอร์ 60s Wellness Overview ตรวจสุขภาพ 10 ด้านภายใน 1 นาที
- การวิเคราะห์การนอน และประเมินสมดุลร่างกายด้วย HRV
OPPO Watch X3 วางจำหน่ายในราคา 13,999 บาท