บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ AIS ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีโครงข่าย "AIS 5G-ADVANCED" รายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในงาน AIS Southeast Asia's First Step Into the Future
นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS เผยว่า วัตถุประสงค์ของการเปิดตัวครั้งนี้ เนื่องจากพบว่าพฤติกรรมของผู้ใช้งานเปลี่ยนไป ทุกคนต่างใช้ Data เป็นกิจวัตรที่มีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหาร ซื้อของ จองตั๋ว ทุกอย่างใช้ผ่านมือถือหมด
รวมถึงพฤติกรรมในการไลฟ์สดขายของ หรือไลฟ์สดต่าง ๆ ไปจนถึงการดูคอนเสิร์ต ซึ่ง AIS ยังมองว่าการพัฒนาครั้งนี้นอกจากจะเป็นการพัฒนาโครงข่ายแล้วยังสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาระบบนิเวศทางดิจิทัลอื่น ๆ ได้ด้วย
AIS 5G-ADVANCED คืออะไร?
นายวสิษฐ์ ให้รายละเอียดว่า เทคโนโลยี AIS 5G-ADVANCED เป็นการยกระดับโครงข่าย 5G ผ่านเทคโนโลยี Downlink 3CC และ Uplink 2CC ทำให้ใช้อินเทอร์เน็ตทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการดาวน์โหลด การอัปโหลด และการตอบสนองของโครงข่าย พร้อมรองรับการใช้งานเทคโนโลยี 6G ในอนาคต
โดย 5G-ADVANCED ได้รวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน ทั้ง 3CC ที่ผสานผ่านคลื่น 700 MHZ 2100 MHZ และ 2600 MHz และ 2CC ที่รวมคลื่น 700 MHZ และ 2600 MHZ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้เหนือขึ้นชัดเจน
หากเทียบกับโครงข่าย 5G ปกติ AIS 5G-ADVANCED จะเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 1.5 เท่าจาก ผ่าน 5G SA Downlink 2CC/3CC และเพิ่มความเร็วในการอัปโหลดสูงสุด 2 เท่า ผ่าน 5G SA Uplink 2CC พร้อมนำ AI เข้ามาบริหารจัดการความหนาแน่นของเครือข่ายแบบอัตโนมัติ หรือ Autonomous Network ซึ่งทาง AIS เริ่มนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ราว 6-7 ปีก่อน เพื่อให้โครงข่ายสามารถวิเคราะห์ ปรับตัว และรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
สัมผัส AIS 5G-ADVANCED ผ่านมือถือหลายสิบรุ่น เปิดให้บริการแล้วหลายพื้นที่ทั่วไทย
ปัจจุบัน 5G SA Downlink 3CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่สาทรและบางรัก พร้อมแผนขยายสู่พื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในปี 2569 ขณะที่ 5G SA Downlink 2CC เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงตัวเมืองทั่วประเทศ และ 5G SA Uplink 2CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่ตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ตัวเมืองอื่น ๆ คาดว่าจะให้บริการในตัวเมืองทั่วประเทศในปี 2569
สำหรับการใช้งาน AIS 5G-ADVANCED ผู้ใช้งานสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ "5G+" บนมุมขวาของหน้าจอมือถือ โดยอุปกรณ์ที่รองรับนั้นขึ้นอยู่กับชิปเซ็ตที่รองรับการใช้งาน ประกอบด้วยอุปกรณ์ของแบรนด์ต่าง ๆ ได้แก่ APPLE, ASUS, GOOGLE, HONOR, INFINIX, IQOO, NOKIA, ONEPLUS, OPPO, POCO, REALME, SAMSUNG, SONY, TCL, TECHNO, VIVO, XIAOMI, และ ZTE
ทั้งนี้ การใช้งาน 5G+ จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการ คลื่นความถี่ที่รองรับ อุปกรณ์ และแพ็กเกจที่เหมาะสม ผู้ที่ใช้งานตามเงื่อนไขดังกล่าวจะสามารถใช้งาน 5G+ ได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม โดยผู้ใช้งานสามารถเช็กพื้นที่และอุปกรณ์ที่ให้บริการได้แล้วที่เว็บไซต์ https://www.ais.th
นายวสิษฐ์ กล่าวว่า ทาง AIS ได้หารือร่วมกับผู้ให้บริการชิปเซ็ตต่าง ๆ เช่น MediaTek ว่าสามารถรองรับเทคโนโลยี 5G-ADVANCED หรือไม่ และหากรองรับ ก็ต้องไปคุยกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วยว่าใช้ชิปเซ็ตที่รองรับหรือไม่ จึงจะสามารถใช้งานได้
นายวสิษฐ์ ยังเผยว่า จากการประชุมกันในการให้บริการพื้นที่ 5G SA Uplink 2CC พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการไลฟ์สดมากที่สุด ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้นำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นเพราะพื้นที่ดังกล่าวใช้บรอดแบนด์ที่บ้านในการไลฟ์สดเป็นหลัก แต่จะมีการเปิดให้บริการต่อไปภายในปีนี้แน่นอน
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศไทย
นายวสิษฐ์ กล่าวว่า พันธกิจสำคัญของ AIS คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้แข็งแกร่ง ทันสมัยและพร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะโครงข่ายมือถือ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการเชื่อมต่อ ที่เชื่อมโยงผู้คนธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และบริการดิจิทัลต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน
ดังนั้น การพัฒนาโครงข่าย AIS 5G-ADVANCED จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเร็ว สัญญาณ หรือจำนวนสถานีฐาน แต่คือการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ และส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกการใช้งาน
AIS ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล ด้วยการนำ AI เข้ามาเสริมการดูแลลูกค้าผ่าน AIS SAFE CONNECT ที่สามารถแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัยขณะโทร รวมถึงบริการแจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจร *1185# และสายด่วน 1185 ที่ทำงานร่วมกับำรวจในการรับแจ้งเบาะแสเบอร์ และ SMS ต้องสงสัยเพื่อนำไปสู่การบล็อก เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมันใจและอุ่นใจยิ่งขึ้นในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ
"AIS ยังคงเดินหน้าขยายขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร ความปลอดภัย และความอัจฉริยะของโครงข่าย เพื่อรองรับบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่สำหรับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม พร้อมทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน" นายวสิษฐ์ ทิ้งท้าย
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ AIS 5G-ADVANCED ได้ที่เว็บไซต์ https://www.ais.th