PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

"AI ผลไม้" ปรากฏการณ์คลิปสั้นสะเทือนโซเชียล ที่มีอะไรมากกว่าแค่ความบันเทิง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิเคราะห์คลิปสั้น "AI ผลไม้" ปรากฏการณ์สะเทือนฟีดโซเชียล ที่ไม่ได้มีแค่ความบันเทิง แต่ใช้หลักจิตวิทยาเดียวกับ "การพนัน" สร้างอิทธิพลต่อพฤติกรรมและบั่นทอนความสามารถการใช้สมาธิระยะยาว

หากใครไถดูคลิปสั้นบนโซเชียลมีเดียในหลายแพลตฟอร์ม อาจพบเข้ากับคลิปที่ถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI บางครั้งอาจเป็นคลิปที่เป็นอวัยวะในร่างกายพูดได้ออกมาให้ความรู้เรื่องสุขภาพ หรือเป็นคลิปสัตว์พูดได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมและนิสัยของพวกมัน ทว่ายังมีคลิปสั้น AI อีกประเภทหนึ่งที่กำลังเผชิญกับการตั้งคำถามอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบในเชิงลบต่อสมาธิและพฤติกรรมของผู้บริโภค นั่นคือคลิป "AI ผลไม้"

แล้วคลิป AI ผลไม้ คืออะไร?

ตัวอย่างคลิปสั้น AI ผลไม้ TikTok
ตัวอย่างคลิปสั้น AI ผลไม้

ผู้เสพคลิปสั้นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยเฉพาะ TikTok อาจเคยเห็นคอนเทนต์ AI ผลไม้ หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า "Fruit Drama" ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่จะใช้ตัวละครเป็นผลไม้ เช่น กล้วย แอปเปิล สับปะรด สตรอว์เบอร์รี เชอร์รี และอื่น ๆ อีกเพียบตามจินตนาการของผู้สร้าง มาสวมบทบาทเป็นมนุษย์ พร้อมเรื่องราวที่เปรียบเหมือนละครสั้น ที่มีทั้งความรักโรแมนติก ความหึงหวง การนอกใจ การทะเลาะวิวาท การเหยียดเชื้อชาติ หรือแม้แต่เนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ

โดยหนึ่งในบัญชีที่สร้างคลิปสั้น AI ผลไม้ที่ได้รับความนิยมคือบัญชี Fruit Love Island ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคน และมียอดเข้าชมรวมหลายร้อยล้านวิว จนชาวเน็ตมองว่า AI ผลไม้ คือ "ละครน้ำเน่าแห่งยุคโซเชียล"

ความบันเทิงที่อาศัยหลักจิตวิทยาเดียวกับ "การพนัน"

แม้ AI ผลไม้จะเป็นคลิปสั้นที่เราไถดูยามว่างโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงนาที หรือนาทีกว่า ๆ แต่ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าแค่การติดโซเชียลมีเดีย

นักวิชาการด้านจิตวิทยาดิจิทัล อธิบายว่า ความนิยมของคลิป AI ผลไม้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยเป็นเพียงเรื่องบังเอิญหรือกระแสแบบสั้น ๆ แต่เกิดจากการออกแบบที่สอดคล้องกับกลไกการทำงานของสมองมนุษย์และอัลกอริทึมโซเชียลมีเดีย ที่อาศัยหลักจิตวิทยาเดียวกับระบบของ "การพนัน"

โดยแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Instagram ใช้ฟีดแบบ "Infinite Scroll" เทคนิคที่ให้ผู้ใช้ไถดูข้อมูลไปเรื่อย ๆ ทำให้ผู้ใช้พบความแปลกใหม่และความคาดเดาไม่ได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่กระตุ้นระบบรางวัลในสมอง หรือ  Dopamine Reward System ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อธิบายง่าย ๆ ว่า เพราะผู้ชมไม่รู้ว่าคลิปถัดไปจะตลก ดรามา หรือชวนช็อกแค่ไหน ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ผู้ใช้เลื่อนดูต่อเนื่องโดย "ไม่รู้ตัว"

ปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "AI Brain Rot" หรือคอนเทนต์ AI ที่ดูแปลกประหลาด และเสพติดง่าย ทำให้เกิดภาวะที่นิยามผ่านคำแสลงที่ว่า ภาวะสมองเน่า หรือ Brain Rot

ฟานา โยฮันเนส นักวิเคราะห์เทรนด์ดิจิทัลจากสหรัฐฯ อธิบายว่า AI ผลไม้ คือสูตรสำเร็จที่สมบูรณ์แบบสำหรับโลกโซเชียลในปัจจุบัน เพราะมีคุณสมบัติครบทั้งความไร้สาระ เสพติดง่าย และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

ความบันเทิงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและการตอบสนองทางอารมณ์

อีกประเด็นที่ถูกวิจารณ์คือในด้านจริยธรรม โดยนักวิจัยด้านจริยธรรม AI มองว่า เนื้อหาหลายคลิปมีประเด็นการเหยียดเพศ การเหยียดเชื้อชาติ หรือความรุนแรง แต่ผู้ชมจำนวนมากกลับรับชมโดยไม่รู้สึกต่อต้านมากนัก เพราะตัวละครเป็นเพียงผลไม้หรือวัตถุที่สร้างจาก AI ทำให้สถานการณ์ดู "ไม่สมจริง"

นักวิจัยด้านจริยธรรม AI ชี้ว่า นี่คือหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของ Generative AI เพราะระบบไม่ได้แค่สร้างคอนเทนต์ แต่ยังสามารถค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมและการตอบสนองทางอารมณ์ของผู้ใช้ได้โดยไม่รู้ตัว

ขณะเดียวกัน อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อหา แต่ให้ความสำคัญกับเวลาการรับชม การดูจนจบ และการมีส่วนร่วม ส่งผลให้คอนเทนต์รูปแบบดังกล่าวถูกผลิตออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยิ่งคนดูเยอะ ระบบก็ยิ่งดันคลิปประเภทเดียวกันขึ้นฟีด

นั่นทำให้ผู้สร้างคอนเทนต์แนวนี้มุ่งเพียงแค่สร้างไวรัลให้ได้มากที่สุด จนบางครั้งเนื้อหาเริ่มล้ำเส้นไปสู่ความรุนแรง การเหยียด หรือประเด็นทางเพศ เพื่อดึงยอดวิวให้เพิ่มขึ้น

อนาโตลี กรูซด์ ศาสตราจารย์จากห้องปฏิบัติการสื่อดิจิทัลและโลกเสมือน มหาวิทยาลัยโตรอนโตเมโทรโพลิตัน กล่าวว่า AI ผลไม้กำลัง "ปนเปื้อน" ฟีดโซเชียล เพราะอัลกอริทึมให้รางวัลกับคอนเทนต์ที่สร้างเอนเกจเมนต์สูง ไม่ว่าผู้ชมจะกดไลก์เพราะชอบ หรือคอมเมนต์เพราะเกลียดก็ตาม

ทั้งยังชี้ว่า ละครสั้นเหล่านั้นมัก "บีบอัดอารมณ์" ของผู้ชมให้เปลี่ยนอย่างรวดเร็วเกินไป โดยในคลิปวิดีโอเดียวอาจสลับอารมณ์จากความทรยศ ความเศร้า การแก้แค้น ไปสู่ความตลกขบขันได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

คอนเทนต์ทำโดปามีนทะลัก บั่นทอนความสามารถใช้สมาธิระยะยาว

ขณะที่ นิวชา ชาฟิอาบาดี ศาสตราจารย์ด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงคำนวณ มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งออสเตรเลีย (ACU) และ เทเรซา ดิกเคอ จากสถาบันจิตวิทยาเชิงบวกและการศึกษา มหาวิทยาลัยออสเตรเลียนคาทอลิก ระบุว่า AI ผลไม้ ยังสร้าง "ความผันผวนทางอารมณ์" ทำให้สมองเกิดภาวะตื่นตัวสูงอยู่ตลอดเวลา และค่อย ๆ ถูกฝึกให้ต้องการสิ่งกระตุ้นใหม่ที่รวดเร็วและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรักษาระดับความสนใจเอาไว้

และยังเตือนว่า การเสพคอนเทนต์ลักษณะนี้มากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะ "Dopamine Overload" หรือภาวะที่สมองได้รับสารโดปามีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบรางวัลและความพึงพอใจ ในปริมาณมากอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

เมื่อสมองเริ่มคุ้นชินกับการได้รับความตื่นเต้นแบบฉับพลัน ผู้ใช้อาจเริ่มรู้สึกเบื่อ หงุดหงิด หรือไม่มีความสุขกับกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิระยะยาว เช่น การอ่านหนังสือ การเรียน หรือการทำงานที่ต้องใช้ความอดทน เพราะกิจกรรมเหล่านั้นไม่สามารถกระตุ้นสมองได้รวดเร็วเท่ากับคอนเทนต์วิดีโอสั้นบนโซเชียลมีเดีย

ทางออกลดเสพ "AI ผลไม้"

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีลดผลกระทบจากคอนเทนต์ลักษณะนี้คือพยายามหยุดพักก่อนเลื่อนไปรับชมคลิปถัดไป รวมถึงกดไม่สนใจกับคอนเทนต์ที่ไม่ต้องการดู เพื่อฝึกอัลกอริทึมใหม่ และลดการเสพคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ

แม้คลิป AI ผลไม้ จะดูเป็นเรื่องตลกบนโลกออนไลน์ แต่หลายฝ่ายมองว่า เป็นการสะท้อนการแข่งขันยุคใหม่ของแพลตฟอร์ม AI และโซเชียลมีเดีย ที่ต่างพยายามแย่งชิงเวลาความสนใจของผู้ใช้อย่างเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน

ที่มา: Independent / Independent on Saturday / CBC News / The Conversation

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ