หนี้ไทยลดจริง หรือแค่กู้ไม่ผ่าน? เปิด 3 ปัจจัยซ้ำเติมคนไทย
หนี้ครัวเรือนไทยลดเหลือ 85.2% ต่อ GDP ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส แต่ไม่ได้แปลว่าคนไทยมีฐานะดีขึ้น เมื่อสินเชื่อเข้าถึงยาก รายได้ไม่แน่นอน และน้ำท่วมซ้ำเติมสภาพคล่อง
หนี้ครัวเรือนไทยลดเหลือ 85.2% ต่อ GDP แต่คนยังเปราะบาง กู้ยาก-รายได้หด น้ำท่วมซ้ำเติมเสี่ยงชำระหนี้
แม้หนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ลดลงเหลือ 85.2% ในไตรมาส 2 ปี 2026 ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาหนี้ของคนไทยคลี่คลายลง เพราะเบื้องหลังตัวเลขยังมีทั้งข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ รายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ตลาดแรงงานที่อ่อนแอ และผลกระทบจากน้ำท่วมที่ซ้ำเติมสภาพคล่องของครัวเรือน
SCB EIC ประเมินว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP มีแนวโน้มลดลงเหลือ 83.5–84.5% ณ สิ้นปี 2026 แต่ความเสี่ยงด้านความสามารถในการชำระหนี้ยังต้องจับตา โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้ไม่แน่นอนและเงินสำรองจำกัด
หนี้ลด เพราะกู้ยาก ไม่ใช่ฐานะการเงินดีขึ้น
ไตรมาส 2 ปี 2026 หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 16.43 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพียง 0.59% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ที่หนี้ขยายตัวในระดับต่ำ ขณะที่สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ลดลง เพราะ GDP ที่เป็นตัวเงินขยายตัวเร็วกว่ายอดหนี้
SCB EIC มองว่า การลดลงส่วนหนึ่งสะท้อนข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจากสถาบันการเงินยังเข้มงวดในการปล่อยกู้ ประกอบกับครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายและก่อหนี้ตามรายได้ที่ฟื้นตัวช้า จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนดีขึ้นอย่างชัดเจน
เมื่อพิจารณาโครงสร้างหนี้ พบว่าสินเชื่อยังขยายตัวจากการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อเพื่อการศึกษาและสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจยังหดตัว สะท้อนว่าการก่อหนี้เพื่อการลงทุนและสร้างรายได้ในอนาคตยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ข้อจำกัดดังกล่าวเห็นได้จากสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่หดตัว 2.3% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ขณะที่สินเชื่อผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์และโรงรับจำนำยังขยายตัวสูง สะท้อนว่าครัวเรือนบางส่วนต้องพึ่งพาแหล่งเงินกู้ที่เข้าถึงง่ายกว่า แม้อาจมีต้นทุนสูงกว่าหรือมีระยะเวลากู้สั้นกว่า
สถานการณ์นี้ทำให้การลดลงของหนี้ครัวเรือนต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจเกิดจากข้อจำกัดในการกู้ยืม มากกว่าการที่ประชาชนมีเงินเพียงพอสำหรับลดหนี้
ตลาดแรงงานอ่อนแอ รายได้ไม่พอรับภาระหนี้
อีกปัจจัยสำคัญคือภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง โดยอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.2% ในเดือน ส.ค. 2026 สูงสุดในรอบ 26 เดือน ขณะที่การว่างงานของเยาวชนอายุ 15–24 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 6.9%
นอกจากการว่างงานแล้ว คุณภาพการจ้างงานยังน่ากังวล ผู้ทำงานต่ำระดับเพิ่มขึ้น ขณะที่ชั่วโมงทำงานเฉลี่ยลดลง สะท้อนว่าคนทำงานบางส่วนมีชั่วโมงทำงานและรายได้ไม่เต็มศักยภาพ แม้ยังมีงานทำก็ตาม
ด้านค่าจ้างแรงงานโดยรวมเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปีหดตัว 0.4% โดยค่าจ้างแรงงานอิสระหดตัวมากกว่าแรงงานในระบบ ขณะที่ค่าจ้างที่แท้จริงของแรงงานอิสระลดลงมากกว่า 10% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับปี 2024
SCB EIC ประเมินว่า ค่าจ้างที่แท้จริงยังมีความเสี่ยงหดตัวต่อเนื่อง เพราะเงินเฟ้อเร่งตัวเร็วกว่าการปรับขึ้นของค่าจ้าง ส่งผลให้กำลังซื้อและเงินที่เหลือสำหรับชำระหนี้ถูกกดดัน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานอิสระที่ไม่มีรายได้ประจำและสวัสดิการรองรับ
น้ำท่วมซ้ำเติม รายได้สะดุด-รายจ่ายเพิ่ม
สถานการณ์น้ำท่วมช่วงเดือน ก.ย.–ต.ค. ยังเป็นปัจจัยซ้ำเติมความเปราะบางของครัวเรือน โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 16 ก.ย. ถึง 7 ต.ค. พบว่ามีครัวเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 1.48 ล้านครัวเรือน ขณะที่ SCB EIC ประเมินว่ามีแรงงานได้รับผลกระทบราว 1.69 ล้านคน
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงการเดินทางไปทำงานที่ยากลำบาก ธุรกิจที่ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว และชั่วโมงทำงานที่หายไป ซึ่งทำให้แรงงานบางส่วนสูญเสียรายได้ในช่วงที่ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้น
กลุ่มที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือแรงงานภาคบริการและแรงงานนอกระบบที่รับค่าจ้างรายวัน เพราะเมื่อหยุดงานอาจไม่มีรายได้เข้ามาทันที ขณะที่ยังต้องรับภาระค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัย และค่าซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหาย
สำหรับครัวเรือนที่มีรายได้ผันผวนและเงินสำรองจำกัด สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ขาดสภาพคล่องและเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในระยะสั้น
หนี้ลด แต่ความเสี่ยงชำระหนี้ยังอยู่
แม้ SCB EIC คาดว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะลดลงเหลือ 83.5–84.5% ณ สิ้นปี 2026 แต่ตัวเลขที่ลดลงยังไม่ใช่หลักฐานว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยคลี่คลายแล้ว
ความเสี่ยงกำลังเปลี่ยนจากการก่อหนี้เพิ่ม ไปสู่การรักษาสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ ท่ามกลางรายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ตลาดแรงงานที่อ่อนแอ และผลกระทบจากน้ำท่วมที่ทำให้บางครัวเรือนสูญเสียรายได้กะทันหัน
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ลดลง แต่ต้องช่วยให้ครัวเรือนกลุ่มเปราะบางมีเงินหมุนเวียนเพียงพอ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดและทันการณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาขาดสภาพคล่องระยะสั้นลุกลามเป็นปัญหาผิดนัดชำระหนี้ในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB