เงินบาทเปิดเช้า 33.58 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า เสี่ยงผันผวนสองทาง
เงินบาทเปิดเช้า 33.58 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า กรุงไทยเตือนเสี่ยงผันผวนสองทาง จับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed สถานการณ์ตะวันออกกลาง และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.58 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน (แกว่งตัวในกรอบ 33.54-33.60 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามการทยอยปรับตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง
สะท้อนผ่านการรีบาวด์ขึ้นของบรรดาหุ้น AI/Semiconductor ทว่า ภาวะเปิดรับความเสี่ยงดังกล่าว กลับลดทอนความน่าสนใจถือครองเงินดอลลาร์ลงบ้าง อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนจากทั้ง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความวุ่นวายของประเด็นการเมืองยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส ที่ยังคงสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์ฝั่งยุโรป รวมถึงเงินยูโร (EUR)
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรยากาศฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนบ้าง ตามการรีบาวด์ขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ท่ามกลางแรงซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาดที่คงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการลงทุนใน AI และแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะหลังมีข่าวการลงทุนใน Cloud Computing ระหว่าง Nscale กับ Anthropic ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มการเงิน รวมถึงกลุ่ม Healthcare ทำให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ย่อลง -0.07% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด +0.4% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น +1.1%
ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบโซน 5.15% อีกครั้ง ท่ามกลาง ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน แม้ว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เสี่ยงผันผวนสูงขึ้นในระยะสั้น แต่เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ โดยเน้นกลยุทธ์ Buy on Dip เข้าซื้อตอนบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น โดยเราคงมองว่า หาก Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะสอดคล้องกับคาดการณ์ของเรา หรือผู้เล่นในตลาด
การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง Fed มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในระยะข้างหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทะลุโซน 5.20% โดย Risk-Reward ในการถือครองบอนด์ระยะยาวมีความน่าสนใจมาก (Asymmetric Risk-Reward ชัดเจน)หากประเมินในกรณีที่บอนด์ยีลด์อาจปรับตัวขึ้น/ลงเช่น +/-50bps จนถึง +/-100bps
ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน แม้จะได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความวุ่นวายการเมืองฝรั่งเศสที่กดดันเงินยูโร (EUR) แต่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ได้ลดความน่าสนใจในการถือครองเงินดอลลาร์ลงบ้าง ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 101.9 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 101.7-102.0 จุด) มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง ที่ระดับ 33.45-33.70 บาท/ดอลลาร์
ทองคำ – ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ทยอยปรับตัวลดลงสู่โซน 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่หนุนการปรับตัวสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
Krungthai Global Markets มองเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.60 บาท/ดอลลาร์อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.58 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 82.8% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ แต่ให้น้ำหนักมากถึง 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
นอกเหนือจากการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้าแล้ว นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ
ทั้งนี้เงินดอลลาร์ได้รับปัจจัยบวกท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดของการเมืองฝรั่งเศส ซึ่งกดดันเงินยูโรให้อ่อนค่า
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 2,136.33 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 1,245 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.40 - 33.70 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.40/ขาย 33.70
- EUR/THB 37.40 - 37.90 แนะนำ ซื้อที่ 37.40 /ขาย 37.90
- JPY/THB 0.2100 - 0.2150 แนะนำ ซื้อที่ 0.2100 / ขาย 0.2150
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB