15 ทริกออมเงินฉบับกรุงไทย เปลี่ยนพฤติกรรมใช้จ่าย สร้างเงินเก็บให้งอกเงย
ธนาคารกรุงไทยแนะ 15 วิธีออมเงิน ตั้งแต่แบ่งเงินเดือนเก็บ 10% เก็บแบงก์ 50 ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ไปจนถึงลงทุน DCA และลดรายจ่าย เพื่อสร้างเงินก้อนในอนาคต
การมีเงินเก็บไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่เริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การแบ่งเงินเดือนออมก่อนใช้ ไปจนถึงการลดรายจ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะหากทำอย่างสม่ำเสมอ เงินจำนวนเล็กน้อยก็สามารถสะสมเป็นเงินก้อนสำหรับเป้าหมายในอนาคตได้
ธนาคารกรุงไทยรวบรวม 15 วิธีออมเงินที่สามารถเลือกปรับใช้ให้เหมาะกับรายได้และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ตั้งแต่การจัดการรายรับรายจ่าย การออมเงินแบบมีเป้าหมาย ไปจนถึงการลงทุนและปรับพฤติกรรมการใช้เงิน
มาดูกันว่ามีวิธีไหนที่น่าสนใจและเริ่มทำตามได้ตั้งแต่วันนี้
1. จดรายรับรายจ่าย รู้เงินเข้า-ออกก่อนเงินหมด
จุดเริ่มต้นของการออมเงินคือการรู้ว่าแต่ละเดือนมีรายรับเท่าไร และเงินถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง การทำบัญชีรายรับรายจ่ายช่วยให้เห็นภาพรวมทางการเงิน สามารถแบ่งสัดส่วนเงินสำหรับใช้จ่ายและเงินออมได้อย่างเหมาะสม รวมถึงมองเห็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและนำไปปรับแผนการเงินในอนาคตได้ง่ายขึ้น
ข้อดีคือช่วยควบคุมพฤติกรรมการใช้เงินและวางแผนการเงินได้เป็นระบบ แต่ต้องอาศัยวินัยในการบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
2. เงินเดือนออก แบ่งออม 10% ก่อนใช้
แทนที่จะรอให้เหลือเงินแล้วค่อยเก็บ ลองเปลี่ยนเป็นแบ่งเงินออมทันทีที่เงินเดือนเข้า เช่น เงินเดือน 20,000 บาท แบ่งออม 10% หรือ 2,000 บาทต่อเดือน จะมีเงินเก็บ 24,000 บาทเมื่อครบหนึ่งปี โดยยังไม่รวมดอกเบี้ย หากมีภาระค่าใช้จ่ายสูง อาจเริ่มจาก 5% แล้วค่อยเพิ่มตามความพร้อม
อีกวิธีที่ช่วยให้ทำได้ต่อเนื่องคือเปิดบัญชีออมทรัพย์แยกจากบัญชีเงินเดือน และตั้งโอนเงินออมอัตโนมัติทุกเดือน เช่น บัญชี Krungthai NEXT Savings ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งข้อมูลต้นฉบับระบุว่าให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.5% ต่อปี คำนวณดอกเบี้ยรายวันและจ่ายปีละ 2 ครั้ง โดยเปิดบัญชีและทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ได้
ข้อดีคือช่วยสร้างวินัยและแยกเงินออมออกจากเงินใช้จ่ายได้ชัดเจน ส่วนข้อควรระวังคือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอนต้องปรับสัดส่วนเงินออมให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น
3. เก็บเงินตามลำดับวัน เปลี่ยนปฏิทินเป็นเงินก้อน
ใครที่ชอบทำภารกิจท้าทายตัวเอง ลองเก็บเงินตามลำดับวันที่ในหนึ่งปี เช่น วันที่ 19 เก็บ 19 บาท หรือวันที่ 350 เก็บ 350 บาท หากเก็บครบทุกวันตามวิธีนี้ จะมีเงินสะสมรวม 66,795 บาท
ข้อดีคือช่วงแรกใช้เงินเก็บไม่มาก ทำให้เริ่มต้นได้ง่าย และยังรู้ล่วงหน้าว่าแต่ละวันต้องเตรียมเงินเท่าไร แต่เมื่อเข้าใกล้ปลายปี จำนวนเงินที่ต้องเก็บจะสูงขึ้น จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีรายได้น้อยหรือมีเงินเหลือจำกัดในแต่ละเดือน
4. เจอแบงก์ 50 เมื่อไร เก็บเมื่อนั้น
อีกหนึ่งวิธีออมเงินที่ทำให้การเก็บเงินสนุกเหมือนเล่นเกม คือการเก็บธนบัตร 50 บาททุกใบที่ได้รับจากการใช้จ่าย แล้วสะสมไว้จนครบปีจึงค่อยนำมานับ บางคนอาจสะสมจนมีเงินเก็บรวมหลักหมื่นบาทได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนธนบัตรที่ได้รับ
ข้อดีคือไม่ต้องกำหนดเงินออมตายตัว และช่วยสร้างแรงจูงใจในการเก็บเงิน แต่หากวันไหนได้รับแบงก์ 50 หลายใบ ก็ต้องระวังไม่ให้การเก็บเงินกระทบกับค่าใช้จ่ายจำเป็นจนต้องนำเงินกลับมาใช้
5. ตั้งเป้าหมายผ่านตารางออมเงิน
สำหรับคนที่ต้องการเก็บเงินให้ได้ตามเป้าหมายในเวลาที่กำหนด การทำตารางออมเงินจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น เช่น ต้องการเก็บเงิน 2,000 บาทภายใน 60 วัน ก็สามารถวางแผนแบ่งเงินเก็บในแต่ละวันให้ครบตามเป้าหมาย
วิธีนี้ช่วยให้จัดสรรเงินออมล่วงหน้าได้ตามไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้เป็นรายวัน แต่ควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนและเหมาะสมกับกำลังของตัวเอง เพราะหากตั้งเป้าสูงเกินไปก็อาจทำให้ท้อและหยุดออมกลางทาง
6. ออมเงินสกุลต่างประเทศ กระจายความเสี่ยงค่าเงิน
สำหรับผู้ที่มีรายรับหรือวางแผนใช้จ่ายเป็นเงินสกุลต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐหรือยูโร การฝากเงินสกุลต่างประเทศอาจเป็นอีกทางเลือกในการบริหารเงินออม โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนใช้เงินสกุลนั้นในอนาคต เพราะช่วยให้ถือเงินในสกุลที่ต้องการใช้ได้โดยตรง และอาจได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของบัญชี
ธนาคารกรุงไทยมีผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้ในต้นฉบับ ได้แก่ บัญชี Global Savings ซึ่งรองรับ 20 สกุลเงินและให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 2.5% ต่อปี รวมถึงบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ (FCD) ประเภทฝากประจำ ระยะเวลา 1, 2 หรือ 3 เดือน ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 3.85% ต่อปี สำหรับลูกค้าบุคคลที่ฝากเงินสกุล USD โดยไม่มีขั้นต่ำ ไม่มีค่ารักษาบัญชี และไม่มีค่า Commission in Lieu ทั้งนี้ บัญชี Global Savings สามารถเปิดผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ได้
ข้อดีคือช่วยรองรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศและอาจสร้างผลตอบแทนจากดอกเบี้ย แต่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หากต้องแปลงเงินกลับมาเป็นเงินบาท มูลค่าเงินที่ได้รับอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ยข้างต้นเป็นข้อมูลตามต้นฉบับ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
7. ใช้เลขท้ายสามตัวเป็นโจทย์ออมเงิน
ใครที่ชอบลุ้นผลสลากกินแบ่งรัฐบาล อาจนำเลขท้ายสามตัวที่ออกรางวัลมาเป็นโจทย์ในการเก็บเงิน เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับการออมและสร้างแรงจูงใจในการเก็บเงินอย่างต่อเนื่อง
ข้อดีคือทำให้การออมมีสีสันและอาจสะสมเงินได้ถึงหลักพันบาทต่อเดือน แต่จำนวนเงินที่ต้องเก็บในแต่ละครั้งไม่แน่นอน จึงควรเลือกจำนวนเงินที่เหมาะสมกับงบประมาณ และไม่ทำให้การออมกลายเป็นภาระค่าใช้จ่าย
8. เปิดบัญชีฝากประจำ บังคับตัวเองให้ออมทุกเดือน
สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการสร้างวินัยทางการเงิน การฝากประจำเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เก็บเงินได้ตามเป้าหมาย เพราะต้องนำเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรดึงเงินออกมาใช้ก่อนกำหนด
ธนาคารกรุงไทยมีบัญชีเงินฝากปลอดภาษี Krungthai ZERO TAX MAX ซึ่งให้เลือกฝากได้ 24 เดือน 36 เดือน หรือ 48 เดือน โดยฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท และฝากจำนวนเท่ากันเดือนละหนึ่งครั้งตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ผู้ฝากที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก
ข้อดีคือช่วยสะสมเงินเป็นก้อนพร้อมรับดอกเบี้ย และสามารถตั้งตัดเงินจากบัญชีอัตโนมัติได้ ส่วนข้อควรระวังคือหากต้องการนำเงินออกมาใช้ก่อนกำหนด อาจต้องปิดบัญชีและเป็นไปตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
9. ใช้บัตรเครดิตให้เป็น ไม่สร้างภาระหนี้เพิ่ม
บัตรเครดิตไม่ได้มีไว้เพื่อใช้จ่ายอย่างเดียว แต่ยังมีสิทธิประโยชน์ที่ช่วยประหยัดเงินได้ เช่น เครดิตเงินคืน คะแนนสะสมแลกส่วนลด และการผ่อนชำระสินค้าและบริการ อย่างไรก็ตาม ต้องวางแผนใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ และชำระยอดเต็มจำนวนตรงเวลาทุกเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น
ข้อดีคือช่วยลดค่าใช้จ่ายผ่านสิทธิประโยชน์ และหากใช้อย่างรับผิดชอบก็ช่วยสร้างประวัติทางการเงินที่ดี แต่หากใช้เกินกำลังหรือชำระไม่เต็มจำนวน ก็อาจกลายเป็นภาระดอกเบี้ยที่ทำให้เงินเก็บลดลงแทน
10. ลงทุนแบบ DCA ทยอยสะสมเงินในระยะยาว
สำหรับคนที่อยากเริ่มลงทุนแต่ไม่ต้องการจับจังหวะตลาดด้วยตัวเอง การลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) เป็นวิธีทยอยลงทุนในกองทุนรวมด้วยเงินจำนวนเท่า ๆ กันตามรอบเวลา เช่น ลงทุนทุกเดือน โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินใจลงทุนทั้งหมดในครั้งเดียว
วิธีนี้ช่วยสร้างวินัยในการลงทุน และทำให้ซื้อหน่วยลงทุนได้ในช่วงที่มีราคาต่างกัน ช่วยลดการพึ่งพาการคาดเดาจังหวะตลาด แต่ไม่ได้รับประกันกำไรหรือป้องกันการขาดทุน หากเลือกกองทุนไม่เหมาะกับเป้าหมายหรือระดับความเสี่ยงที่รับได้ ก็อาจไม่ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง
ธนาคารกรุงไทยระบุว่ามีกองทุนรวมให้เลือกหลายประเภทตามระดับความเสี่ยง พร้อมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรศึกษานโยบายลงทุน ค่าธรรมเนียม และความเสี่ยงของแต่ละกองทุนก่อนตัดสินใจ
ข้อดีคือช่วยให้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอและเหมาะกับการสะสมเงินระยะยาว ส่วนข้อควรระวังคือผลตอบแทนไม่แน่นอน และต้องใช้เวลาเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ตามเป้าหมาย
11. เก็บเงินทอนทีละนิด เปลี่ยนเศษเงินเป็นเงินก้อน
เงินทอนจากการซื้อของในแต่ละวันอาจดูเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย แต่หากนำมาเก็บสะสมอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถกลายเป็นเงินก้อนหนึ่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องแบ่งเงินจำนวนมากจากรายได้หลักในทันที
ข้อดีคือเริ่มได้ง่ายและไม่กระทบค่าใช้จ่ายประจำวันมากนัก แต่สำหรับคนที่ใช้จ่ายผ่านบัตรหรือช่องทางดิจิทัลเป็นส่วนใหญ่ เงินทอนอาจมีไม่มาก จึงอาจต้องใช้วิธีออมอื่นควบคู่กัน หากมีเป้าหมายเก็บเงินจำนวนสูง
12. มนุษย์เงินเดือนอย่ามองข้ามกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
การออมเพื่ออนาคตไม่จำเป็นต้องรอจนใกล้เกษียณ สำหรับพนักงานบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การเข้าร่วมกองทุนเป็นอีกทางเลือกในการสะสมเงินระยะยาว โดยเงินส่วนหนึ่งจะถูกหักจากเงินเดือนของลูกจ้าง และนายจ้างจะสมทบเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ของบริษัท
นอกจากช่วยสะสมเงินไว้ใช้ในอนาคตหรือวัยเกษียณแล้ว เงินสะสมยังอาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยพนักงานควรศึกษาอัตราเงินสะสม เงินสมทบจากนายจ้าง เงื่อนไขการรับเงิน และแผนลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตัวเอง
ข้อดีคือช่วยสร้างเงินออมระยะยาวและมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี ส่วนข้อควรระวังคือเงินมีเงื่อนไขการถอน ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้อย่างอิสระเหมือนเงินฝากทั่วไป
13. ลดกินข้าวนอกบ้าน หันมาทำอาหารเอง
ค่าอาหารเป็นรายจ่ายประจำวันที่สามารถปรับลดได้ การทำอาหารกินเองจึงเป็นอีกวิธีช่วยเพิ่มเงินเหลือเก็บ โดยข้อมูลต้นฉบับยกตัวอย่างว่า อาหารที่ซื้อกินนอกบ้านมื้อละ 60–80 บาท อาจลดเหลือประมาณ 20–30 บาทต่อมื้อเมื่อทำกินเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเมนูและต้นทุนวัตถุดิบ
หากวางแผนซื้อวัตถุดิบให้เพียงพอสำหรับหลายมื้อหรือทั้งสัปดาห์ ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อมื้อและลดปัญหาซื้ออาหารเกินความจำเป็นได้ด้วย
14. เข้าซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อมีลิสต์ ลดการซื้อเกินงบ
อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เงินหายไปมากกว่าที่คิด คือการซื้อของนอกแผน โดยเฉพาะเมื่อเจอสินค้าโปรโมชั่นหรือของที่ดึงดูดความสนใจ การจดรายการสิ่งของที่จำเป็นก่อนเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตจึงช่วยให้ซื้อของได้ตรงตามความต้องการและควบคุมงบประมาณได้ง่ายขึ้น
นอกจากลดโอกาสหยิบของที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังช่วยให้ซื้อของได้ครบในครั้งเดียว ลดการเดินทางกลับไปซื้อซ้ำ และช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์ได้ดีขึ้น
15. เปลี่ยนจาก “ของมันต้องมี” เป็น “ของมันต้องใช้”
ทริกสุดท้ายคือการแยกให้ออกระหว่างสิ่งที่จำเป็นกับสิ่งที่อยากได้ เพราะบางครั้งเราอาจซื้อสินค้าเพียงเพราะกำลังเป็นกระแส อยากได้ของใหม่ หรือรู้สึกว่าต้องมีเพื่อให้ทันคนอื่น ทั้งที่ของเดิมยังใช้งานได้ดี
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองถามตัวเองว่าได้ใช้จริงหรือไม่ จำเป็นต้องซื้อในตอนนี้หรือเปล่า และค่าใช้จ่ายนี้กระทบเป้าหมายการออมหรือไม่ หากเป็นเพียงความอยากที่ยังรอได้ การชะลอการซื้อก็ช่วยให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB