เงินบาทเสี่ยง! ผันผวนสองทาง เปิดที่ 33.79 บาท/ดอลลาร์ จับตาผลประชุม Fed
เงินบาทเปิดที่ 33.79 บาท/ดอลลาร์ เสี่ยงผันผวนสองทิศทาง โดยเฉพาะช่วงตลาดรับรู้ผลประชุม Fed หากส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าคาด อาจกดดันเงินบาทให้อ่อนค่า
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.79 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.77 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน (แกว่งตัวในกรอบ 33.72-33.80 บาทต่อดอลลาร์) แม้ว่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ได้อานิสงส์จากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor และบรรดาบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ รวมถึงแรงกดดันต่อเงินยูโร (EUR) จากประเด็นความกังวลฐานะการคลังของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ยังคงอยู่ แต่การอ่อนค่าของเงินบาทได้ถูกชะลอลงบ้าง จากความหวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจลดความร้อนแรงลงในระยะสั้น ตามความพยายามในการเจรจาของหลายฝ่าย รวมถึงผลการเลือกตั้งล่าสุดของอิสราเอลที่ยังไม่มีผู้ชนะเด็ดขาด ซึ่งภาพดังกล่าวได้ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวลดลง ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถรีบาวด์สูงขึ้น เหนือโซน 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง 33.70-34.00 บาท/ดอลลาร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงในหุ้นกุล่ม AI/Semiconductor ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ โดยรวมที่ออกมาสดใส ยังคงช่วยหนุนบรรยากาศของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันบ้าง ตามการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ จากความหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจลดความร้อนแรงลงในระยะสั้น ส่งผลให้ หุ้นกลุ่มพลังงานต่างปรับตัวลดลง ในภาพรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.03% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.6% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 1.2%
ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวน ไร้ทิศทางที่ชัดเจน แถวโซน 4.96%-5.01% แม้ว่า ราคาน้ำมันดิบจะทยอยปรับตัวลดลง ตามความหวังสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจลดความร้อนแรงลงในช่วงนี้ แต่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ได้จำกัดการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดยังไม่เร่งรีบปรับสถานะถือครองบอนด์มากนัก เพื่อรอลุ้นผลการประชุม FOMC ของ Fed ในสัปดาห์นี้ เราคงมองว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเคลื่อนไหวผันผวนสูงในระยะสั้น
ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีส่วนกดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลง และการอ่อนค่าลงของเงินยูโร (EUR) จากประเด็นความกังวลฐานะการคลังของฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี ความหวังต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจลดความร้อนแรงลงในระยะสั้น ได้จำกัดการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และที่สำคัญ ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นผลการประชุม FOMC ก่อนปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้น สู่โซน 102.3 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 102.1-102.4 จุด)
ทองคำ – ความหวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจลดความร้อนแรงลงในระยะสั้น ได้ช่วยหนุนการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังคงถูกกดดันและจำกัดโดยบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับสถานะถือครองมากนัก เพื่อรอลุ้นผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลางหลักในสัปดาห์นี้ ทำให้ ราคาทองคำยังคงไม่สามารถปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างชัดเจน
Krungthai Global Markets มองเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
ทั้งนี้ เรามองว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ ผลการประชุม FOMC ของ Fed แม้เราและบรรดานักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ รวมถึงบรรดาผู้เล่นในตลาดจะมองว่า Fed อาจเลือกคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่หาก Fed “ขึ้นดอกเบี้ยเซอร์ไพรส์” ตลาด (ซึ่งแม้โอกาสจะเกิดต่ำมาก) เรามองว่า เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น เร็ว แรง พร้อมสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำและเงินบาทได้พอสมควร โดยเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก
และแม้ Fed จะคงดอกเบี้ยตามคาด พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ตามที่ตลาดได้คาดหวังไปพอสมควรแล้ว เรามองว่า เงินบาทอาจไม่ได้แข็งค่าขึ้นมากนัก เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างคงคาดหวัง ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก 1 ครั้ง ในเดือนธันวาคมนี้ และอีกราว 2 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ อาจต้องรอลุ้นผลการประชุม FOMC เดือนธันวาคม ว่าจะมี Dot Plot ใหม่อย่างไร หาก Dot Plot ใหม่ ยังคงย้ำว่า Fed อาจคงดอกเบี้ย หรือมีโอกาสลดดอกเบี้ยมากขึ้นในปีหน้า อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยใหม่ กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงบ้าง พร้อมหนุนเงินบาทได้
ในระยะกลาง-ยาว เราคงมุมมองเดิมว่า Fed มีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนที่จะคงดอกเบี้ยจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 ก่อนที่จะทยอยลดดอกเบี้ยลง ทำให้ เงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง เนื่องจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ยังคงมากกว่าที่เราประเมินไว้พอควร กอปรกับ เงินบาทจะเริ่มได้รับอานิสงส์จากช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ และไตรมาส 1 ของปีหน้า ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วและมากกว่าที่เราประเมินไว้ ได้เพิ่มสูงขึ้น หลังราคาพลังงานเสี่ยงที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาทวีความร้อนแรงขึ้นและยืดเยื้อกว่าคาด
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ 33.78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้ โดยค่าเงินเยนเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ปรับตัวได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ โดยแข็งค่าขึ้นราว 0.75% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ทำสถิติดีดตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดหุ้น ส่งผลให้มีแรงซื้อเข้าสู่เยนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ค่าเงินยูโรดิ่งลงมากที่สุดในเดือนต.ค. โดยอ่อนค่าลง 1.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ความผันผวนของตลาดพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศส และความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของฝรั่งเศส
ราคาทองคำปิดบวก เพิ่มขึ้น 36.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 4,074.60 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมทั้งจับตาถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
ราคาน้ำมันปรับตัวลง 1.86 ดอลลาร์ ปิดที่ 99.90 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลงและอาจทำให้ภาวะชะงักงันด้านอุปทานลดน้อยลงด้วย โดยซาอุดีอาระเบีย ตุรกี ปากีสถาน และอิหร่าน ได้จัดการประชุม 4 ฝ่ายที่กรุงเตหะรานเมื่อวานนี้ เพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สัปดาห์นี้ได้ชื่อว่าเป็น Central Bank Super Week เนื่องจากจะมีธนาคารกลางถึง 5 แห่ง ที่จัดการประชุมนโยบายการเงิน โดยวันนี้จะมีธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ธนาคารกลางแคนาดา (BOC) และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) วันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และสุดท้ายธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค.
สำหรับ Fed นั้น มีรายงานว่า Fed ไม่ต้องการปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ ก่อนที่สหรัฐจะจัดการเลือกตั้งกลางเทอมในวันอังคารที่ 3 พ.ย.เพียงไม่กี่วัน เนื่องจากเฟดไม่ต้องการถูกมองว่าทำการปรับขึ้นหรือปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อเอื้อประโยชน์หรือกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีกำหนดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2569 ในวันนี้(28 ต.ค.) โดยนักวิเคราะห์คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ต่อปี
ผลสำรวจของ Conference Board ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้น 7.5 จุด สู่ระดับ 91.7 ในเดือนต.ค. เป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 81.2 จากระดับ 84.2 ในเดือนก.ย. ขณะที่ชาวอเมริกันมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อตลาดแรงงานและภาวะธุรกิจ
ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.65 - 33.95 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.65/ขาย 33.95
- EUR/THB 37.35 - 37.85 แนะนำ ซื้อที่ 37.35/ขาย 37.85
- JPY/THB 0.2120 - 0.2160 แนะนำ ซื้อที่ 0.2120/ขาย 0.2160
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB