OR เปิดงบไตรมาส 3/2569 กำไรพุ่ง 100% ที่ 5,138 ล้านบาท รับธุรกิจน้ำมันฟื้น– Lifestyle โต
OR เปิดงบไตรมาส 3/2569 กำไรพุ่ง 100% ที่ 5,138 ล้านบาท รับธุรกิจน้ำมันฟื้น– Lifestyle โต เรือธง Cafe Amazon ขายได้ 116 ล้านแก้ว ลุยเดินหน้าขยายอาณาจักร เปิดโรงแรม Virtual Bank ร้านอาหารราเมง สเต็ก พิซซ่า ฯลฯ
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,912 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน หรือเติบโตมากกว่า 100% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.43 บาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 7,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,455 ล้านบาท หรือมากกว่า 100% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้ขายและบริการลดลง 10.3% แต่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจ Mobility และ Global
ขณะที่ธุรกิจ Lifestyle ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมต่อยอดธุรกิจ EV โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และ Digital & AI Transformation เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 184,425 ล้านบาท ลดลง 21,242 ล้านบาท หรือลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถทำ EBITDA ได้ 7,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,455 ล้านบาท หรือมากกว่า 100% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 5,138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,912 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.43 บาท
โดยการฟื้นตัวของผลประกอบการในไตรมาสนี้มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจ Mobility ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรเพิ่มขึ้นจากน้ำมันดีเซลและเบนซิน รวมถึงกลุ่มธุรกิจ Global ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์ สปป.ลาว และกัมพูชา ประกอบกับภาพรวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวลดลง ช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังมีความท้าทาย ทั้งจากความผันผวนของตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก
9 เดือนแรกปี 2569 รายได้เพิ่ม 12.5%
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 OR มีรายได้จากการขายและบริการรวม 566,217 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63,029 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Global ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 11.6% และ 22.5% ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญมาจากราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าปริมาณจำหน่ายโดยรวมจะลดลงก็ตาม
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.5% จากการขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเติบโตของธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของ OR ในการสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้
อย่างไรก็ตาม EBITDA ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 14,661 ล้านบาท ลดลง 1,253 ล้านบาท หรือลดลง 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของน้ำมันอากาศยานในกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่ลดลง
นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ Global ยังได้รับผลกระทบจากกำไรขั้นต้นที่ลดลงในประเทศกัมพูชาเป็นหลัก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ส่งผลให้ภาพรวม EBITDA ในช่วง 9 เดือนแรกปรับตัวลดลง แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตขึ้นก็ตาม
Café Amazon ขาย 116 ล้านแก้ว โต 6.4% เร่งขยายเครือข่าย Lifestyle
ซึ่งธุรกิจ Lifestyle ยังคงมีทิศทางการเติบโต โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่ง OR เดินหน้าขยายเครือข่ายสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
เหตุการณ์สำคัญของปี 2569
การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) โดย Modulus ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ร่วมกับ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL) โดย Modulus ถือหุ้นในสัดส่วน 49% การเข้าลงทุนดังกล่าวเพื่อพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)
โดยการลงทุนใน บริษัท ไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ซึ่ง Modulus ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR เข้าถือหุ้น 55.41% ใน TPN ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจระบบขนส่งน้ำมัน ทางท่อจากจังหวัดสระบุรีไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเข้าลงทุนดังกล่าวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มธุรกิจ Mobility เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ต่อมาคือ การได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) โดยธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อนุญาตให้ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) และให้บริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ โดยความร่วมมือระหว่าง OR และพันธมิตรจะผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ความเชี่ยวชาญทางการเงิน และ Ecosystem เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม Unserved และ Underserved สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่เหมาะสม ปลอดภัย และเป็นธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวร้าน Cafe Amazon Experience ซึ่ง OR เปิดตัวร้าน Cafe Amazon Experience ที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นร้าน Flagship แห่งแรก ของโลก ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสู่ Lifestyle Destination ที่เน้นสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า ที่มีทั้งเครื่องดื่มและเบเกอรี่ระดับ Premium พื้นที่ทำงาน รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้ง สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Cafe Amazon โดยพร้อมสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์กาแฟไทยในระดับสากล
รวมถึง การลงนามสัญญาพันธมิตรในการขยายสาขากับบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (MINOR) โดยบริษัท ฟู้ดเดลลัส จำกัด (FDL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR ได้ลงนามสัญญาพันธมิตรในการขยายสาขา ร้านอาหาร 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ The Pizza Company, Dairy Queen, The Steak & More และ CHIHO Ramen
โดยตั้งเป้าการขยาย สาขากว่า 150 สาขาภายในปี 2573 เพื่อยกระดับสถานีบริการและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ให้เป็น Food & Lifestyle Destination และ สร้างการเติบโตของธุรกิจLifestyle รวมทั้งสร้างความหลากหลายให้กับระบบนิเวศน์ของ OR (OR Ecosystem)
นอกจากนี้ ยังมีการขยายธุรกิจ Cafe Amazon สู่ประเทศบังกลาเทศ ซึ่ง OR ร่วมกับบาชุนดารา กรุ๊ป (Bashundhara Group) เปิดร้าน Cafe Amazon สาขาแรก ณ กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ โดยตั้งเป้าขยายสาขาปี 2569 รวม 8 สาขา และในอนาคตอีกกว่า 100 สาขา นับเป็นก้าวแรกของการขยายธุรกิจ สู่ภูมิภาคเอเชียใต้และขยายธุรกิจ Lifestyle สู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB