ดอลลาร์กดดันเงินบาท! จับตาสัปดาห์นี้ กรอบ 33.10-33.80 บาท/ดอลลาร์
เงินบาทสัปดาห์ก่อนแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนอ่อนค่ากลับ ขณะที่หุ้นไทยร่วงหลุด 1,500 จุด ต่ำสุดรอบ 6 เดือนครึ่ง สัปดาห์นี้จับตาเงินบาทในกรอบ 33.10-33.80 บาท
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท สัปดาห์ที่ 2 - 6 พ.ย. 69 เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนท่ามกลางแรงขายดอลลาร์ฯ รับผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนท้ายสัปดาห์ตามภาวะ Risk-off ในตลาดหุ้น ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดในช่วงที่เหลือของปี
อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 33.50 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับสกุลเงินเอเชียในภาพรวมแข็งค่าขึ้นสวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงรับท่าทีที่เปิดรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังเผชิญแรงขายและอ่อนค่ากลับลงมาตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมและครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ซึ่งตลาดมองว่าจะเพิ่มข้อจำกัดต่อการผลักดันนโยบายลดภาษีและการใช้จ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณ Risk-off ในตลาดหุ้นฝั่งเอเชีย และแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
คาดการณ์ สัปดาห์ที่ 9-13 พ.ย. 2569 กรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.10-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ดัชนี CPI และ PPI เดือนต.ค. ของสหรัฐฯ และจีน รวมถึงจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของอังกฤษและยูโรโซน
ในขณะที่ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ดัชนีมีการปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ ก่อนจะร่วงหลุดแนว 1,500 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ SET index ร่วงลงแรงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงขายเพื่อปรับลดสถานะเสี่ยงของนักลงทุนระหว่างรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยกดดันจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกท่ามกลางความคาดหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม รวมถึงหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งปรับตัวลงตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศจากความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์จากแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ก่อนจะปรับตัวลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 เดือนครึ่งที่ระดับ 1,461.08 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศจากความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจชะลอแผนการลงทุนใน Data Center และ AI หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ แรงขายในช่วงท้ายสัปดาห์กระจายไปในหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มพลังงานและกลุ่มแบงก์
คาดว่าสัปดาห์ที่ 9-13 พ.ย. 2569 แนวรับที่ 1,445 และ 1,430 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,490 และ 1,500 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย ดัชนี CPI และ PPI เดือนต.ค. ของสหรัฐฯ และจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของยูโรโซน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB