ยังวิกฤต! คลังสินค้าสุวรรณภูมิ ของตกค้าง เสี่ยงกระทบส่งออกไตรมาส4
คลังสินค้าสุวรรณภูมิติดคอขวด ของนำเข้าและวัตถุดิบตกค้างจนบางโรงงานเสี่ยงต้องชะลอหรือหยุดสายการผลิต ขณะที่ผู้ประกอบการแบกต้นทุนเพิ่ม สรท. จี้ 3 หน่วยงานเร่งแก้ ก่อนกระทบส่งออกไตรมาส 4 ////////////////////////////
วิกฤตคลังสินค้าสุวรรณภูมิ! ของค้างหาตำแหน่งไม่เจอ โรงงานเสี่ยงหยุดผลิต กระทบส่งออกไตรมาส 4 จี้รัฐเร่งแก้ก่อนเศรษฐกิจเสียหายหนัก
วิกฤตคลังสินค้าทางอากาศท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย หลังเกิดปัญหาความแออัดและความล่าช้าในการตรวจปล่อยสินค้า ส่งผลให้สินค้านำเข้าและวัตถุดิบจำนวนมากตกค้างในคลัง บางส่วนไม่สามารถระบุตำแหน่งเพื่อเบิกจ่ายได้ตามปกติ จนเริ่มกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตและการส่งออกของไทย
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามประสานงานแก้ไขปัญหาเบื้องต้น แต่สถานการณ์หน้างานยังไม่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยขณะนี้มีผลกระทบสำคัญ 3 ด้าน
1. วัตถุดิบติดค้าง โรงงานเสี่ยงหยุดสายการผลิต
ปัญหาการระบุตำแหน่งสินค้าในคลัง ทำให้สินค้านำเข้าและวัตถุดิบจำนวนมากไม่สามารถค้นหาเพื่อนำออกมาใช้งานได้ ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งเริ่มขาดแคลนวัตถุดิบ ต้องชะลอหรือหยุดสายการผลิตบางส่วน และเสี่ยงผิดนัดส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าต่างประเทศ
2. ผู้ประกอบการแบกต้นทุนเพิ่ม
ความล่าช้าในการรับสินค้า ทำให้ภาคเอกชนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งค่าล่วงเวลาแรงงานและรถขนส่ง รวมถึงความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บค่าปรับจากการส่งมอบล่าช้า หรือถึงขั้นถูกคู่ค้ายกเลิกสัญญา
3. เสี่ยงกระทบส่งออกไตรมาสสุดท้าย
ปัญหาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่การส่งออกไทยกำลังเติบโต โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีมูลค่าสูงที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางอากาศ หากไม่สามารถระบายสินค้าตกค้างได้ทันเวลา อาจกระทบทั้งการส่งออกไตรมาส 4 ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ และการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2570
สรท. จี้ 3 หน่วยงานเร่งปลดล็อกคลังสุวรรณภูมิ
สรท. เสนอให้การบินไทย (THAI Cargo) เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเพิ่มระบบสแกนตรวจสอบตำแหน่งสินค้า แยกโซนสินค้าค้างเก่าออกจากสินค้าใหม่ พร้อมพัฒนาระบบติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบตำแหน่งสินค้าก่อนเดินทางมารับ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ควรจัดสรรพื้นที่ว่างภายในสนามบินให้เป็นพื้นที่คัดแยกสินค้าชั่วคราว ลดความแออัดในคลังหลัก พร้อมจัดช่องทางพิเศษ (Fast Lane) และระบบคิวรถบรรทุกสำหรับสินค้าที่พร้อมจ่ายออกจากคลังแล้ว
ส่วนกระทรวงคมนาคม กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้า ขยายเวลาการตรวจนอกเวลาทำการ และผ่อนผันให้สินค้าที่พร้อมออกจากคลังสามารถทยอยนำออกไปก่อนได้ โดยไม่ต้องรอสินค้าส่วนที่เหลือ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งผลักดันระบบตรวจสอบสินค้านอกสนามบิน (Off-Site Screening) รวมถึงเตรียมความพร้อมรับรองผู้ส่งออกที่ทราบตัวตน (Known Consignor: KC) และตัวแทนควบคุม (Regulated Agent: RA) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคอขวดซ้ำในอนาคต
ส่งออกโตแรง แต่ระบบขนส่งทางอากาศกำลังเป็นคอขวด
นายธนากร ระบุว่า สรท. ปรับคาดการณ์การส่งออกไทยปี 2569 เติบโตเป็น 17-19% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 390,000-405,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังช่วง 9 เดือนแรกการส่งออกขยายตัว 19.6% ขณะที่การนำเข้าเติบโตสูงถึง 37.8% มีมูลค่า 348,282.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากสินค้าที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางอากาศ ทั้งแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ AI และ Data Center รวมถึงการนำเข้าชิ้นส่วนเทคโนโลยีและวัตถุดิบขั้นสูงเพื่อใช้ในการผลิต
สรท. เตือนว่า เมื่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าเทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว คลังสินค้าทางอากาศจึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย หากยังปล่อยให้ปัญหาสินค้าตกค้างที่สุวรรณภูมิยืดเยื้อ ความเสียหายอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ผู้ประกอบการหรือการส่งออกระยะสั้น แต่ยังลุกลามไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและศักยภาพการแข่งขันของไทยในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB