"วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เห็นซ้อมแบบพร้อมเพรียงกัน เพราะก่อนหน้านี้ก็จะเจาะซ้อม ตื่นเต้นและรู้สึก ภูมิใจทุกก้าวที่จะก้าวต่อไป นี่เป็นงานสมโภชพระราชพิธีราชาภิเษก ซึ่งตอนนี้พวกเราก็มีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทุกอย่างคือความภูมิใจในทุกด้าน ครั้งนี้เราได้รับบทเป็นหนึ่งในเสียงเพลงสมัยก่อน เป็นเสียงเพลงไทยเดิม ซึ่งยังไม่เคยมีใครได้ยินเราร้องเลย เคยร้องตอนเรียน จากนั้นไม่เคยร้องอีกเลย และพอมีงานสมโภชฯ ครั้งนี้เกิดขึ้น “พ่ออี๊ด สุประวัติ” ก็ได้ติดต่อมา และไม่ทราบว่าท่านทราบได้ไงว่าเราร้องเพลงแบบนี้ได้ ก็เลยติดต่อมา
และที่เราทราบมาว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงโปรดอยู่ 2 เพลงคือ “ลาวดวงเดือน” และ “ลาวคำหอม” ซึ่งลาวดวงเดือนเราเคยได้ฟังแล้ว แต่เพลงลาวคำหอม ตอนแรกเราก็ไม่เคยฟัง แต่พอทางทีมงานเปิดให้ฟัง เราก็อ๋อ...ขึ้นมาทันที เพราะเป็นเพลงที่คุณพ่อเคยเปิดให้ฟังตอนเด็ก ฉะนั้นถ้าไม่มาร่วมงานไม่ได้เลย เราเกิดบนแผ่นดินนี้ วันเป็นอีกวันนึงที่มีภาคภูมิใจและเป็นสิริมงคลกับตัวเรา วงศ์ตระกูลเรา รวมไปถึงแฟนๆ เพลงของเรา เราก็ขอเป็นตัวแทนของคนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ มาร่วมกันถวายความจงรักภักดี
หากถามถึงความยากของเพลง “ลาวคำหอม” เป็นเพลงที่ยากมาก ลืมตามาก็ซ้อมเลยครับ ก่อนจะหลับก็ซ้อม ซ้อมทั้งวัน เพลงนี้เป็นรากฐาน รากเหง้าของไทยเลย ที่ผ่านมาเราต้องเรียนร้องเพลงให้เข้าใจ แต่พอร้องลาวคำหอม ทำให้รู้สึกว่านี่คือบทเรียนที่แท้จริง เราไหว้พระขอพรขอให้ทำได้ ทำให้ได้ดีที่สุด ( ยิ้ม ) เราทำเต็มที่แน่นอน และไม่ใช่เราคนเดียว รวมไปถึงนักแสดงอีกมากมายที่ตั้งใจมาร่วมในงานครั้งนี้ เรามาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง เป็นหนึ่งเสียง เป็นหนึ่งคน เป็นหนึ่งชีวิตที่มาร่วมถวายความจงรักภักดีต่อองค์ท่าน
และนี่เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เราได้มีโอกาสถวายงาน ยังมีความรู้สึกตื่นเต้นและมีความภูมิใจละคนกันตลอดเวลา รู้สึกต้องทำให้ดีที่สุดดีเท่าที่คนอีกหลายล้านคนอยากจะมาทำ เราจะเป็นตัวแทนของทุกๆคนทำให้ดีที่สุด
ซึ่งงานจะมีตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม จนไปถึงวันที่ 28 พฤษภาคม ใครอยู่ใกล้ก็มา ใครอยู่ไกลก็มา คือยังไงก็ต้องมา คราวนี้เป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยทุกคนที่จะแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน แค่เรามาก็เป็นการบอกว่าเรารักท่านแล้วครับ"