สวัสดีจากลอนดอนครับ
ตอนนี้ผมอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษครับ หลายๆคนคงสงสัยว่าเอ็งจะไปทำอะไรบ่อยๆ เดือนก่อนก็เพิ่งมาไม่ใช่หรอ 555 คำถามแบบนี้ผมโดนถามมาบ่อยมาก จริงๆแล้วที่เดินทางมาถึงลอนดอนนี่ ก็ตั้งใจที่จะมาดูบอลพรีเมียร์ลีกนี่แหละครับ มีเหตุผลเดียวที่ให้เลย และยิ่งเป็นเกม"บิ๊กแมทช์" อย่าง เชลซี vs ลิเวอร์พูล แล้ว ต้องมาดูและสัมผัสกับบรรยากาศให้เห็นกับตาสักหน่อย !! แน่นอนว่า ผมไม่พลาดที่จะเก็บบรรยากาศก่อนและหลังเกมกลับไปฝากเพื่อนๆแฟนคอลัมน์ต้นทางฟุตบอลแน่นอนครับ เริ่มจากคืนนี้ติดตาม Facebook Live สดก่อนเกมจากสนามได้เลย ติดตามได้ในเฟสบุคส่วนตัวของผมนะครับ ถ้าใครยังไม่มีรีบมา follow นะ ส่วนที่เหลือจะเป็นควันหลงในคอลัมน์ครั้งหน้าครับ
กลับมาที่ฟุตบอลกันต่อ อาจจะแปลกตาสักหน่อยที่ซีซั่นนี้ ศึกพรีเมียร์ลีก มีเกมเตะที่เรียกว่า Friday night เพิ่มขึ้นมา จริงๆแล้วไอ้ Friday night อะไรนี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรในอังกฤษนะครับ เพราะในยุค 70-80 ก็มีโปรแกรมที่ลงเตะคืนวันศุกร์กันเป็นประจำ และเกมที่โด่งดังที่สุด คงหนีไม่พ้น เกมตัดสินแชมป์ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซน่อล ในฤดูกาล 1988/89 ที่ไมเคิ่ล โธมัส ยิงประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บคว้าชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลไปได้ 2-0 ปาดถ้วยแชมป์ไปอย่างเจ็บแสบ ชนิดที่ว่าถึงทุกวันนี้แฟนบอลลิเวอร์พูลยังบ่นอุบกันอยู่เลย (ส่วนผมเกิดไม่ทันนะเกมนี้ แฮร่)
สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ใช่สนามที่น่าจดจำนักสำหรับนักเตะและแฟนบอลลิเวอร์พูล เพราะมาเล่นที่นี่ทีไรเหมือนจะโดนเจ้าบ้านอย่างเชลซี ตบกลิ้งกลับบ้านไปเสียทุกครั้ง ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะจากที่นี่กลับบ้านไปแบบ 2 ฤดูกาลติดต่อกันได้แค่ครั้งเดียว ตลอดระยะเวลา 40 ปีหลังสุด คือ ฤดูกาล 2010/11 และ 2011/12 !! นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายของเจอเก้น คล็อปป์ เป็นอย่างมาก เพราะเมื่อซีซั่นก่อนคล็อปป์พาทีมมาเก็บชัยชนะ"นัดแรก"ในการคุมทีมลิเวอร์พูลของเขาที่นี่ด้วยสกอร์ 3-1และก็เป็นนัดสุดท้ายของเชลซีกับโจเซ่ มูรินโญ่ ด้วย หากคล็อปป์ทำได้อีกครั้ง ก็ถือว่าลบอาถรรพ์ตรงนี้ได้
แฟนบอลลิเวอร์พูลคงตื่นตาตื่นใจไม่น้อยกับฟอร์มการเล่นในนัดเปิดบ้านไล่ต้อน"แชมป์เก่า"อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 4-1 เมื่อสัปดาห์ก่อน แนวรุกที่เต็มไปด้วยความหวือหวา แผงมิดฟิลด์ที่วิ่งกันเป็นม้า ... ทั้งหมดที่เห็นกรุณาลืมไปให้หมดเลยฮะ เพราะเกมนี้ จะเป็นเกมที่สู้กันด้วยแทคติก ชิงจังหวะเข้าทำ ที่พูดเลยว่าใครพลาดก่อนถึงแพ้เลย วัดกึ๋นกุนซือของทั้ง 2 ทีม โดยเฉพาะเจอเก้น คล็อปป์ ที่ต้องหาทางเจาะแทกติกของอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือต้นตำรับรถบัส ที่มีสถิติไม่แพ้ในการคุมทีมสโมสรในบ้านตัวเองมาแล้ว 30 เกม (ชนะ 28 เสมอ 2) แถมยังปล่อยให้คู่แข่งยิงเข้ากรอบแค่ 7 ครั้งเท่านั้น ตลอด 4 เกมแรกที่เข้ามาคุมเชลซี นับเป็นบททดสอบที่หินเอามากๆ เพราะใครๆก็รู้ว่าลิเวอร์พูลแพ้ทางทีมรถบัส แถมรถบัสที่จะเจอคืนนี้ยังเป็นรถบัสต้นตำรับจากอิตาลีซะด้วย !! โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่กำลังฮอตจะต้องปะทะกับเพื่อนรักอย่างดาวิด ลุยช์ เหล้าเก่าในขวดใหม่ของเชลซี ที่จะประเดิมสนามในเกมนี้แทนจอห์น เทอร์รี่ ที่เจ็บ ในขณะที่ดิเอโก้ คอสต้า เตรียมตัวรับน้องใหม่เต็มที่เมื่อต้องดวลกับโจเอล มาติป ที่เพิ่งจะย้ายมาลีกอังกฤษปีแรก นี่ยังไม่นับตัวทำเกมของทั้ง 2 ฝั่งอย่างซาดิโอ มาเน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เอดอง อาซาร์ และวิลเลี่ยน ที่พร้อมจะอาศัยจังหวะผิดพลาดลงโทษคู่แข่งได้ตลอดเวลา
เกมนี้อาจจะไม่ยิงกันเลือดสาด แต่สำหรับคอบอลแล้ว ผมว่าพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ครับ และเราจะได้รู้กันว่า เกมนักวิ่ง(เพลสซิ่ง)หรือเกมรถบัส แบบไหนจะแน่กว่ากัน !!
ผมว่า"ลิเวอร์พูลเกมนี้มีแต้มครับ"
ต้น วโรดม
AFP Photo / ADRIAN DENNIS
AFP Photo / PAUL ELLIS