คอลัมน์ ต้น...ทางฟุตบอล by ต้น วโรดม : หลังเกมกับแฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูล (เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คอลัมน์ ต้น...ทางฟุตบอล by ต้น วโรดม

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  หลังเกมกับแฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูล (เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล)

หลังเกมกับ #แฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูล (เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล)

เมื่อคืนว่าจะเขียนหลังเกมแต่กว่าจะกลับถึงที่พักก็ปาไปตี 1 ที่อังกฤษละ เลยขอนอนเอาแรงก่อน ค่อยตื่นมาเขียนแล้วกัน

    อย่างที่ผมเขียนไปก่อนเกม เกมนี้จะเป็นการวัดกันที่แทกติกล้วนๆ ไม่ใช่แค่ในสนามแต่รวมถึงนอกสนามด้วย การปู Story ก่อนเกม ต้องบอกว่าฝั่งลิเวอร์พูลทำได้ดีเอามากๆ มีการให้ปล่อยบทสัมภาษณ์ฟีร์มิโน่ออกมา (ทั้งๆที่น่าจะทราบละว่าเจ็บ) มั่นใจว่า ลงดวลกับดาวิด ลุยซ์ได้สนุกแน่ ตรงนี้อาจจะทำให้แผนของคอนเต้มึนตึบได้ สับขาหลอกกันเนียนๆ รวมไปถึงสัมภาษณ์ก่อนเกมของโจเอล มาติป ที่บอกว่าไม่กลัวที่จะต้องเผชิญกับดีเอโก้ คอสต้า ซึ่งตลอดทั้งเกม มาติปทำได้ดีและทำให้คอสต้าหายไปจากเกมได้เกือบตลอดทั้งเกม ก็ถือเป็นสตอรี่ที่น่าสนใจ ปลุกขวัญกำลังใจของเพื่อนร่วมทีม

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  หลังเกมกับแฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูล (เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล)

    ในสนาม รายละเอียดเยอะมาก ตั้งแต่ตอนซ้อม ถ้าใครได้ดูสิ่งที่ผมทำ Facebook live จะได้ยินผมพูดตลอดว่าคล็อปป์ไม่ได้สนใจลูกทีมตัวเองซ้อมเลย เขา"หันหลัง"ให้กับทีมตัวเอง เพื่อยืนดูนักเตะเชลซีซ้อม ตลอดเซสชั่นการอบอุ่นร่างกาย 30 นาที ในขณะที่คอนเต้น่าจะอยู่แค่ข้างสนามเท่านั้น หลายคนมองว่าแค่อบอุ่นจะมีอะไร แต่เชื่อผมครับ ตลอดการดูบอลมาหลายสิบนัด การซ้อมก่อนเกมนี่แหละ บอกอะไรเราได้เยอะเลย รูปแบบการเล่น เซตเพลย์ รวมถึงดูความมั่นใจของผู้เล่นแต่ละคนด้วย ของแบบนี้มันเป็น"รายละเอียด"เล็กๆน้อยๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจและเตรียมตัวมา ไม่ใช่คำว่า "ฟลุค" ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นถึงความตั้งใจของทีม"ตลอดสัปดาห์"ที่ผ่านมานะ ทุกอย่างเกิดจากการจัดเตรียมทั้งนอกและในสนาม

    การดูฟุตบอลอยู่ที่บ้านผ่านจอทีวีต่างจากการมาดูสดๆกับตาที่สนามครับ การมาชมสดๆที่สนามนอกจากจะได้บรรยากาศกองเชียร์แล้ว ยังได้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนทั้งในและนอกสนามอีกด้วย อย่างที่ผมเกริ่นไปในคราวก่อน ว่าตั้งแต่ตอนอบอุ่นร่างกายก่อนลงสนามก็มีรายละเอียดให้ได้จับตามองกันแล้ว มาถึงช่วงที่ต้องลงสนามกันบ้าง ก่อนเกมฝั่งเจ้าบ้านข่มขวัญทีมเยือนเล็กๆโดยการจัดงานโชว์แสงสีในสนามสักเล็กน้อย(คิดภาพงานสะพานแม่น้ำแควบ้านเรานะ อิอิ) ก็ดูดีครับ แต่ผมเหมือนเคยเห็นอะไรคล้ายๆแบบนี้ที่สนามของปารีส แซง แชร์แมง มาแล้ว เลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ ใครอยากดูผมมีคลิปให้ดูนะ อดใจรอแปปจะมี #ต้นทางฟุตบอล EP1 รวมบรรยากาศทั้งก่อนและหลังเกมนี้มาออนแอร์ให้ได้ชมในเฟสผมนี่แหละ (แอบโปรโมท) 

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  หลังเกมกับแฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูล (เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล)

    และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย คือ ผู้เล่นทั้ง 2 ทีม ต่างเดินลงสู่สนาม วันนี้แฟนเชลซีได้ต้อนรับขวัญใจคนเดิมอย่าง ดาวิด ลุยช์ ที่ย้ายกลับมาร่วมทีมด้วยอีกครั้งหนึ่ง แถมได้ลงสนามเป็นตัวจริงแทนจอห์น เทอร์รี่ที่บาดเจ็บซะด้วย เสียงเชียร์ของฝั่งเจ้าบ้านจึงมีชื่อลุยซ์ ลุยซ์ ลุยซ์ ดังเป็นพิเศษ นี่ถ้าบ้านเราเชียร์แบบนี้ คงหมายถึงให้ทีมมาเล่นเกมบุก(ลุย)เต็มที่เลย แต่ที่นี่ดันฟังไทยไม่ออก เชลซีจึงลงมาเล่นรับเป็นหลักซะอย่างนั้น 555 ในขณะที่ทีมเยือนแม้จะขาดโรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ แต่ก็ได้ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กลับลงมาลงสนามประสานพลังกับอดัม ลัลลาน่า และซาดิโอ มาเน่ อีกครั้ง แทกติกของทั้ง 2 ทีมมันชัดเจนจากตัวผู้จัดการทีมอยู่แล้ว คอนเต้ เจ้าพ่อรถบัส เกมรับต้องมาก่อน ในขณะที่เจอเก้น คล็อปป์ บิดาแห่งกีเก้นเพลสซิ่ง ทำไงก็ได้ให้บอลกลับมาอยู่กับฝ่ายตัวเองมากที่สุด และด้วยคุณภาพของผู้เล่น หมายความว่าเกมในลักษณะเช่นนี้ ใครฉวยโอกาสที่คู่แข่งผิดพลาดไดเก่อน ฝ่ายนั้นน่าจะกำชัยได้ไม่ยาก ... และทีมๆนั้น คือ ลิเวอร์พูล !!

    การขาดตัวหลักของทั้ง 2 ทีมอย่างจอห์น เทอร์รี่ และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ดูตามหน้ากระดาษแล้วก็เหมือนจะเจ๊าๆกันนะ ขาดทีมละคน แต่จากรูปเกมที่เกิดขึ้น การขาดจอห์น เทอร์รี่ของเชลซีส่งผลกระทบมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้ดาวิด ลุยซ์จะได้ลูกสด ลูกขยัน มาทดแทน แต่ยิ่งเล่นยิ่งชัดเลยว่ากองหลังเชลซี มีปัญหาทางด้านการประสานงานระหว่างผู้เล่น นำไปถึงการเสียประตูจากจังหวะเสียลูกตั้งเตะ จังหวะนั้นผมนั่งในสนาม ยังแปลกใจว่าทำไมเชลซีตั้งเกมรับเน้นมาทางเสาแรกมากเกิน ทั้งๆที่ตัวเล่นลูกกลางอากาศดีๆของลิเวอร์พูลอย่างเดยัน ลอฟเรน แอบอยู่ตรงบริเวณจุดโทษกับนักเตะลิเวอร์พูลอีกคน (จำไม่ได้ละว่าใคร) โดยมีผู้เล่นเชลซีตามประกบแค่ 1 คนเท่านั้น ซึ่งก็โดนลงโทษด้วยประตูของลอฟเรนในที่สุด เหตุการณ์เช่นนี้ผมว่ายากที่จะเกิดขึ้นหากกัปตันทีมอย่าง จอห์น เทอร์รี่ ที่ลงคุมแนวรับเชลซีลงสนาม 4 เกมแรก โดนยิงเข้ากรอบไปแค่ 7 ครั้ง เท่านั้นลงสนามมาด้วย ซึ่งพอหลังจากลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำ เชลซีก็ต้องเดินออกจากมุมเพื่อเปิดเกมแลก ซึ่งต้องชมแนวรับลิเวอร์พูลโดยเฉพาะโจเอล มาติป ที่ตามประกบดีเอโก้ คอสต้า ได้เกือบทั้งเกม จะว่าไปในทีวีนี่ไม่เห็นแน่ๆ แต่ในสนามนี่เห็นชัดเลย (ผมจ้องอยู่) ดีเอโก้ คอสต้า เล่นบอลตุกติกได้สมกับคำเล่าลือมาก ก่อนบอลจะมาถึงตัวเอง ต้องมีผลัก มีดึง มีชนตัวประกบก่อนตลอด มาติปนี่ก็ใจเย๊น เย็น ก็เล่นเกมของตัวเองไป โดนชนก็นิ่ง โดนดึงก็นิ่ง สนใจแต่บอล ไม่หลงเหลี่ยมคอสต้าเลย ทำได้แบบที่ตัวเองให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนเกมจริงๆว่า ตัวเองไม่สนหรอกคอสต้าจะเล่นบอลแบบไหน เขาสนใจแต่เกมรับของทีมอย่างเดียว ซึ่งพอคอสต้าเล่นไม่ออก เก็บบอลหรือพลิกบอลไม่ได้ ก็ทำให้เกมรุกเชลซีได้แต่วูบวาบ เพราะจังหวะสุดท้ายทั้งอาซาร์ วิลเลี่ยน หรือออสการ์ เมื่อโดนรุมเยอะๆก็ออกบอลพลาดหรือโดนแย่งบอลไปในที่สุด

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  หลังเกมกับแฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูล (เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล)
คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  หลังเกมกับแฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูล (เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล)

    กลับมาที่เกมรับเชลซีอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีจังหวะหลุดหลายครั้งในครึ่งแรก อีกจังหวะที่ลิเวอร์พูลน่าได้ประตู คือ จังหวะที่แดนกลางเชลซีพลาดโดนตัดบอล กองหลังจะสกัดบอลทะลักมาหามิลเนอร์ที่แทงต่อให้สเตอริดจ์ได้บอลหลุดไปสับๆก่อนยิงผ่านหน้าปากประตูออกไป จังหวะนี้ถ้าหริดพีคๆมีใส่สกอร์ได้แน่ เป็นสัญญาณเตือนเชลซีอีกครั้ง ว่าวันนี้เกมรับมีปัญหาละนะ และก็มาโดนลูกที่ 2 เข้าให้จริงๆ จากการยิงปั่นโค้งสุดสวยของกัปตันทีม "อาแปะ" จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ไม่ยิงมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ปลดล็อคเพิ่มความมั่นใจได้สักที เฮนโด้เป็นคนที่มีทักษะทางฟุตบอลค่อนข้างดีนะ แต่ยังนำออกมาใช้เป็นอาวุธได้ไม่หมดสักที และยิ่งโดนเปรียบเทียบว่าจะเป็นตัวแทนของสตีเว่น เจอร์ราร์ด ยิ่งกดดัน ฟอร์มหายเข้ารกเข้าพงกันไป แฟนๆเอือมกันเป็นแถบ มีแค่เจอเก้น คล็อปป์ นี่แหละที่ยังเชื่อมั่นในตัวเฮนโด้ และในที่สุดเฮนโด้ก็ตอบแทนความไว้ใจให้บอสด้วยประตูสุดสวยประตูนี้

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  หลังเกมกับแฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูล (เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล)

    พูดถึงเฮนเดอร์สัน ผมคงอดพูดต่อไปถึงอดัม ลัลลาน่า ไม่ได้ กองกลางคู่ซี้ของกัปตันทีม สถาปนาเป็นตัวเลือกแรกของเจอเก้น คล็อปป์ ได้อย่างน่าแปลกใจ ผมเองก็เคยสงสัยคล็อปป์เห็นอะไรในตัวลัลลาน่า พยายามหาคำตอบอยู่นาน ก็ยังคิดไม่ตก ได้แต่เห็นลัลลาน่าเล่นพร้อมกับอ่านสถิติว่าเจ้าตัวเป็นนักเตะที่วิ่งมากที่สุดของทีม"แทบทุกนัด" ก็เลยคิดว่าข้อดีของลัลลาน่าต้องเกี่ยงข้องกับอะไรที่เกี่ยวกับวิ่งๆนี่แน่นอน และจาก 2 เกมที่ผมเดินทางมาดูในสนาม (4-3 อาร์เซน่อล, 2-1 เชลซี) ผมว่าผมได้คำตอบในใจของผมแล้วครับ ... ลัลลาน่า คือ "คอนดักเตอร์" ของลิเวอร์พูล ในการเล่น "กีเก้นเพลสซิ่ง" หลายคนอาจจะคิดว่าโม้ป่าว ทองม้วน เนี่ยนะ ... เออวะ ทองม้วน นี่แหละ ตัวกำหนดจังหวะของทีมเลย ลัลลาน่าจะเป็นคนแรกๆที่วิ่งเข้าบีบพื้นที่ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเวลาไม่มีบอล ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมตั้งกระบวนท่า ใครชอบดูหนังจีน ลองคิดภาพพวกค่ายกล 7 ดาวดึงส์ หรือค่ายกลตระกูลหยางอะไรแบบนั้นดูครับ จะมี 1 ตัว ที่เป็นคนนำเสมอ และที่นี่ คือ อดัม ลัลลาน่า คนนี้นี่เอง วิ่งบีบให้เล่นยาก วิ่งบีบให้เพื่อนได้ไปตั้งเกม วิ่งบีบให้เพื่อนเติมมาช่วยซ้อน ลัลลาน่า มาเสมอ ไม่แปลกใจที่ทำไมสถิติมันถึงออกมาวิ่งเยอะแบบนี้ นี่ก็อีกคนที่พลิกฟอร์มกลับมาดีต่อเนื่อง แบบนี้เรียกว่าคล็อปป์มีคู่มือจริงมั้ย ? ในเกมนี้คล็อปป์ว่าเกมมาให้บีบเกมตรงกลางของเชลซีเป็นหลัก หลายจังหวะเห็นลัลลาน่าไปบีบเอนโกโล่ กองเต้ จนกองเต้เล่นไม่ออกเกมนี้ และนี่คือ เคล็ดลับที่คล็อปป์บอกว่าเตรียมทีมมาท้ัังสัปดาห์ 
1 ตัดคอสต้าออกจากเกม 
2 บีบกองเต้ กองกลางที่คล่องตัวน้อยที่สุดของเชลซีให้เสียบอลแล้วโต้กลับเร็ว 
3 ห้ามเข้าพรวดในจังหวะหน้ากรอบเขตโทษตัวเอง

    3 ข้อนี้ ทำให้เกมรุกของเชลซีคลายความน่ากลัวได้เยอะเลย ในส่วนของลูกที่เราเสียให้เชลซี ก็ต้องให้เครดิตเชลซีและคอนเต้ที่แก้เกมมาดี บีบเกมจนเราพลาด แถมเนื่องจากข้อ 3 ที่ผมสังเกตคือ นักเตะลิเวอร์พูลพยายามไม่ฟาวล์บริเวณ 30 หลาหน้าประตู (มาเริ่มทำตอนลูคัสลงมา) ก็ทำให้ขาดคนตัดเกมจบบอลเข้าพื้นที่สุดท้าย ที่มาติปต้องเข้ามาซ้อน จนเปิดโอกาสให้คอสต้าโล่ง จนทำประตูได้นั่นแหละ

    5 เกม 10 คะแนน ถือเป็นการออกสตาร์ทที่ดีเทียบเท่าปีที่ได้รองแชมป์ในยุคของเบรนแดน รอดเจอร์ส แถม 7 คะแนนที่ได้จากทั้งหมด 10 คะแนนนั้น ยังเป็นการบุกไปคว้าคะแนนมาจาก 3 ทีมใหญ่แห่งกรุงลอนดอนอีกต่างหาก ไม่มีใครสงสัยในศักยภาพของเจอเก้น คล็อปป์และลูกทีม เพราะในวันที่ลิเวอร์พูลเล่นได้ดี ทีมสามารถสู้ได้กับยอดทีมทุกทีมบนโลกใบนี้ หากแต่ควาทสม่ำเสมอต่างหากที่เป็นเครื่องหมายคำถามตัวโตๆว่า ลิเวอร์พูลจะสามารถทำได้หรือไม่ ?

    เจอเก้น คล็อปป์ เคยให้สัมภาษณ์เมื่อท้ายซีซั่นก่อนว่า "ผมรู้สึกว่าลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่มีพลังพิเศษ เรามีพลังที่จะก้าวไปเป็นแชมป์ได้ ผมเชื่อเสมอในพลังพวกนี้ สโมสรที่มีพลังจะเป็นสโมสรที่มักจะประสบความสำเร็จเสมอ ผมรู้สึกแบบนั้นครั้งแรกที่ดอร์ทมุนต์ ตอนนี้ผมรู้สึกเช่นเดียวกันที่นี่ ผมเชื่อแบบนั้น และเชื่อว่าแฟนๆของพวกเราก็เช่นกัน"

แล้วแฟนบอล เดอะ ค็อป ชาวไทย เชื่อ !! แบบบอสแล้วหรือยังครับ ??

ปล. เดี๋ยวจะมีคลิป #ต้นทางฟุตบอล EP1 ตามรอยดูฟุตบอล เชลซี - ลิเวอร์พูล มาให้ชมฝากติดตามด้วยนะครับ

 

ต้น วโรดม

AFP Photo / GLYN KIRK

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ