หลังจากพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับน้องใหม่ แอร์เบ ไลป์ซิก ทำให้เกิดความกังวลใจของเหล่าสาวกเสือเหลืองว่า โธมัส ทูเคิ้ล จะไหวไหม???
แต่กุนซือผมบาง สร้างความประหลาดใจ เมื่อสามารถเรียกความคึกคักกลับมายัง ซิกนั่ล อิดูน่า ปาร์คได้สำเร็จ จากผลงานอันยอดเยี่ยม ชนะ 3 เกมติดต่อกันหลังจากแพ้ทีมกระทิงหนุ่ม แถมถล่มประตูคู่แข่งอย่างเมามันถึง 14 ประตู และเสียความบริสุทธิ์แค่ 2 ตุงเท่านั้น
สิ่งหนึ่งที่ ทูเคิ้ล กำลังสร้างดอร์ทมุนด์ชุดนี้ให้แตกต่างจากยุคคล็อปป์ นั่นก็คือทุกคนสามารถทำประตูได้ และ 14 ประตูที่เกิดขึ้น กองหลังยันกองหน้ามีส่วนร่วมกับทุกประตู และไม่ได้พึ่งเพียงแค่ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง เพียงคนเดียวอีกต่อไป
แน่นอนเมื่อทุกตำแหน่งทำประตูให้ทีมได้ คู่ต่อสู้ก็ไม่รู้จะจับทางยังไง ทำให้เกมบุกของเสือเหลืองมาได้ทุกทิศทาง ทั้งซ้าย ขวา รวมถึงเซ็ทพีชที่เปลี่ยนเป็นสกอร์ก็มีมากขึ้น
และดูเหมือน ทูเคิ้ล จะพบคีย์แมนใหม่ในการสร้างเกมรุกให้กับทีมได้แล้ว
ถ้าถามแฟนๆหลายๆคนคงจะตอบ มาริโอ เกิ๊ทเซ่ อันเดร เชือร์เล่ หรือชินจิ คางาวะ
ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เขาคนนั้นกลับเป็น กอนซาโล่ กาสโตร
มิดฟิลด์สัญชาติเยอรมัน วัย 29 ปี กลับมาเล่นได้ท็อปฟอร์มอีกครั้ง หลังมีช่วงเวลาที่ดีกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และซีซั่นก่อนพบความยากลำบากพอสมควรกับปีแรกในถิ่นซิกนั่ล อิดูน่า ปาร์ค
ซึ่ง 3 เกมหลัง กาสโตรโชว์ความยอดเยี่ยมในการสร้างสรรค์เกมรุก โดยทำแอสซิสต์ถึง 3 ครั้ง และยิงเองอีก 2 ประตู กับบทบาทใหม่ เพลย์เมคเกอร์
นอกจากอดีตกุนซือไมนซ์05 จะสร้างเซอร์ไพรส์ในการจับ กาสโตร มาเป็นหัวหน้าแก๊งค์ในเกมบุกแล้ว ระบบการเล่นที่เปลี่ยนไป ทำให้ผลงานกลับมามาสเตอร์พีชอีกครั้ง
จาก 4-2-3-1 หรือบางครั้งวาง 4-3-3 ตอนนี้ทูเคิ้ลโละ 2 แผนออกจากสารบบ พร้อมปรับมาเล่น 4-1-4-1 การมีแนวรุกอยู่หลังกองหน้าถึง 4 คน ทำให้สร้างความต่างในการเข้าทำได้
4 เกมรุกในแผนนี้ มีเพียง อุสมาน เดมเบเล่ที่ได้ลงเป็นตัวหลัก ส่วนอีก 3 คนถูกหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันลงสนาม ซึ่งทุกคนที่ได้รับโอกาส ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนสร้างความปวดหัวให้กับทูเคิ้ลในการจะส่งใครลงสนาม
อีก 1 คนที่กุนซือหนุ่มวัย 43 ปี เปลี่ยนบทบาทแล้วเล่นได้ดีมากๆ นั่นคือ ราฟาเอล เกร์เรโร่ จากตำแหน่งแบ็กซ้ายสู่กองหน้าตัวต่ำ อย่าพึ่งตกใจกันไป ผมเขียนไม่ผิดแน่นอน
การโชว์กึ๋นในครั้งนี้ถือว่าสอบผ่าน กับการเป็นกุนซือยุคใหม๋ ที่ต้องปรับเปลี่ยนและขบคิดตลอดเวลาในการหาแผนการเล่นใหม่ๆ โดยทักษะอันเหลือล้นรวมถึงการหาพื้นที่ว่างได้ดีของนักเตะทีมชาติโปรตุเกส ชุดแชมป์ยูโร 2016 ทำให้เป็นอีก 1 ตัวความหวังในกรอบเขตโทษ
หลังจากคว้าชัยมาได้ 4 จาก 5 เกมในบุนเดสลีกา เยอรมัน ทำให้อันดับของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลับไปอยู่ในตำแหน่งรองจ่าฝูง และตามหลังเสือใต้เพียง 3 คะแนนเท่านั้น
การกลับมาผงาดครั้งนี้ของเสือเหลือง น่าติดตามว่าจะไปได้ไกลดั่งหวังแค่ไหน เมื่อเป้าหมายที่แฟนบอลตั้งไว้ มันคงไม่ใช่ที่ 2 อีกต่อไป แชมป์อีกสักสมัยเท่านั้นที่แฟนบอลฝันหวานถึง
สาลิกา ณ เยอรมัน
AFP Photo / PATRIK STOLLARZ