คอลัมน์ ต้น...ทางฟุตบอล by ต้น วโรดม : ชัยชนะเหนือหงส์ขาว ก้าวสู่แดงเดือดด้วยความมั่นใจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คอลัมน์ ต้น...ทางฟุตบอล by ต้น วโรดม

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ชัยชนะเหนือหงส์ขาว ก้าวสู่แดงเดือดด้วยความมั่นใจ

          1 พฤษภาคม 2016 ... สวอนซี 3-1 ลิเวอร์พูล ความพ่ายแพ้ของเจอเก้น คล็อปป์และลูกทีมในครั้งนั้นเป็นการยืนยันด้วยตัวเลขว่า โอกาสในการไปเล่นฟุตบอลยุโรปสำหรับลิเวอร์พูลในฤดูกาลหน้าด้วยโควต้าของลีกได้ปิดฉากไปอย่างสมบูรณ์ ทางเดียวที่ลิเวอร์พูลจะได้กลับไปเล่นถ้วยยุโรปนั่นคือ คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก เท่านั้น (ซึ่งผลสุดท้ายเราทราบกันดีว่า เราทำไม่ได้) ในขณะชัยชนะของสวอนซีเองก็ยืนยันว่าทีมหงส์ขาวจะไม่ตกชั้นเป็นที่แน่นอน

 

          1 ตุลาคม 2016 ... หรือ 5 เดือนต่อมา ลิเวอร์พูล กลับไปเยือนที่สนามลิเบอตี้ สเตเดี้ยม อีกครั้ง กับเดิมพันครั้งใหม่ ที่แม้ครั้งนี้จะเจอกันตั้งแต่นัดที่ 7 แต่ความสำคัญของเกมไม่ได้ยิ่งหยอนไปกว่าเดิม สวอนซีของฟรานเชสโก้ กุยโดลิน กำลังร้อนเป็นไฟจากผลงานที่เก็บได้แค่ 4 คะแนน จาก 6 เกมที่ลงสนาม รั้งอันดับที่ 17 ในขณะที่ผลงานของลิเวอร์พูลสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อทีมหงส์แดงไล่ปราบทีมใหญ่ๆอย่างอาร์เซน่อล, เชลซี และเลสเตอร์ เก็บ 13 คะแนน รั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนน และจะขึ้นเป็นอันดับ 2 (ชั่วคราว) ทันที หากทีมชนะเกมนี้

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ชัยชนะเหนือหงส์ขาว ก้าวสู่แดงเดือดด้วยความมั่นใจ

          5 เดือนเต็ม คือ ความห่างของระยะเวลาในการเจอกันของทั้ง 2 ทีมนี้ ... 5 เดือนเต็มๆที่เราได้เห็นลิเวอร์พูลของเจอเก้น คล็อปป์ มีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ก่อนเกมแฟนบอลและกูรูหลายๆคนบอกว่า เกมนี้ลิเวอร์พูลจะเป็นฝ่ายกำชัยไปอย่างชิวๆ ยิงสลุดส่งกุยโดลินกลับอิตาลีแน่นอน (มีข่าวว่าสวอนซีจะปลดโค้ชหากทีมแพ้ในเกมนี้) ความมั่นใจก่อนเกมสูงปรี๊ด ยิ่งทำให้บรรยากาศมันดูไม่ชอบมาพากลแล้วสำหรับผม เพราะที่ผ่านๆมาหากลิเวอร์พูลมาทรงนี้ทีไร มักจะจบไม่สวยทุกที ... โดยเฉพาะการเจอกับทีมที่กำลังจะเปลี่ยนโค้ช !! สำหรับผมทีมที่ฟอร์มไม่ดีแล้วมีข่าวจะเปลี่ยนโค้ช เปลี่ยนผู้จัดการทีม เป็นทีมที่เล่นด้วยยากเอามากๆ อย่างที่เราเห็นกัน ทีมพวกนี้ถ้าไม่ฮึดไปเลยเพื่อต่อลมหายใจอีกเฮือก ก็จะเป็นอารมณ์บอลลงมาเดิน เตะไล่โค้ช รอโค้ชใหม่มาพร้อมไอเดียใหม่ๆ แล้วค่อยมาพยายามกันอีกครั้ง ถ้าลิเวอร์พูลโชคดีก็จะเจอกับทีมเตะไล่โค้ช แบบนี้ไม่หนักหนาสาหัสเท่าไหร่ แต่ถ้าโชคร้ายก็จะเจอกับทีมวิ่งบ้าเป็นม้าในแบบแรก ... และแน่นอนครับ ลิเวอร์พูลโชคร้าย !!

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ชัยชนะเหนือหงส์ขาว ก้าวสู่แดงเดือดด้วยความมั่นใจ

          เกมเมื่อวันเสาร์ สวอนซีวางแผนมาได้ดีเกินคาด หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง หงส์ขาวเลือกที่จะบีบพื้นที่เร็ว จนลิเวอร์พูลที่กะมาดูเชิงก่อนรวนหาบอลไม่เจอ จนกระทั่งได้ประตูออกนำไปตั้งแต่นาทีที่ 8 จากลูกตั้งเตะ(อีกแล้ว) !! … โดนนำเร็วกับทีมที่เป็นรองภาพเกมเยือนเบิร์นลีย์ลอยขึ้นมาในหัวเหล่า เดอะ ค็อป อีกครั้ง หรือเราจะกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว ชนะทีมใหญ่ แล้วเสียแต้มให้ทีมเล็ก ตลอดครึ่งแรกการเล่นของลิเวอร์พูลเต็มไปด้วยความอึดอัด และยิ่งแฟนๆเห็นฟอร์มของลอริส คาริอุส นายทวารรูปหล่อที่เกมนี้ได้โอกาสลงเฝ้าเสาเป็นเกมที่ 2 ก็น่าจะทำให้แฟนๆเสียวไส้มากขึ้นไปกว่าเดิมอีก เพราะเกมนี้คาริอุส ดูขาดความมั่นใจในการออกมาตัดบอลลูกโด่งเสียเหลือเกิน โชคยังดีที่เกมนี้สวอนซีไม่มีเฟอนานโด ญอเรนเต้ กองหน้าจอมโขก ไม่งั้นแผนของสวอนซีคงเน้นโยนให้เหล่าบรรดา เดอะ ค็อป ได้เสียวสันหลังมากกว่านี้เป็นแน่ แต่แค่นี้ก็เสียวจนนั่งไม่ได้กันละ 555

 

          ในขณะที่แฟนบอลต่างพากันคิดถึงเกมกับเบิร์นลีย์ ผมกับเห็นความแตกต่างกันระว่าง 2 เกมนี้ เกมกับเบิร์นลีย์ ลิเวอร์พูลไม่สามารถเจาะพื้นที่สุดท้ายของเบิร์นลีย์ได้เลย แม้จะครองบอลได้แทบจะทั้งเกม มีโอกาสยิงทั้งเกมกว่า 30 ครั้ง แต่เกินครี่งนั้นมาจากลูกยิงไกล ที่เกิดจากความลนลานเพราะเจาะแนวรับคู่แข่งไม่ได้ ในขณะที่เกมกับสวอนซี เจอเก้น คล็อปป์ และลูกทีมพยายามเล่นบอลตามเกมของตัวเองไปเรื่อยๆ หากไม่ชัวร์จริงๆ ก็จะขึงบอลแล้วเซตเกมขึ้นใหม่ โดยปราศจากท่าทีลนลานแต่อย่างใด แม้ฟอร์มการเล่นจะไม่เหลือเค้าจากเกมถล่มฮัลล์เมื่อสัปดาห์ก่อน การเคลื่อนไหวเวลามีและไม่มีบอลจะยังช้า แต่ทั้งหมดแสดงถึงความมั่นใจและความนิ่งของผู้เล่นในทีม ที่เชื่อมั่นในแผนของผู้จัดการทีม แม้ผลลัพธ์จะออกมาว่าครึ่งแรกทั้งครึ่งนั้น ลิเวอร์พูลไม่สามารถยิงเข้ากรอบได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว !!

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ชัยชนะเหนือหงส์ขาว ก้าวสู่แดงเดือดด้วยความมั่นใจ

          ช่วงพักครึ่ง เจอเก้น คล็อปป์ พูดกับลูกทีมถึงความผิดหวังที่ลูกทีมไม่สามารถเล่นตามเกมของตัวเองได้ และอยากจะให้รับรู้ถึงความโกรธที่ตัวคล็อปป์เองมีต่อลูกทีม “ผมอายุ 49 ปี ผมแพ้เกมฟุตบอลมามากมาย โชคร้ายที่อนาคตผมจะแพ้เพิ่มมากกว่านี้อีก 2-3 เกม แต่วันนี้มันไม่สามารถเข้าใจได้(ที่จะแพ้เกมแบบนี้)” แค่คำพูดไม่กี่ประโยคในห้องแต่งตัวของคล็อปป์ นั่นทำให้ครึ่งหลังเราได้เห็นลิเวอร์พูลกลับมาเป็นลิเวอร์พูลในปัจจุบันอีกครั้ง เป็นลิเวอร์พูลที่เต็มไปด้วยพละกำลังและความฟิต ที่จะบีบคู่แข่งให้เสียบอล บีบคู่แข่งให้เล่นผิดพลาด แล้วบุกใส่คู่แข่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตามปรัชญาของ “กีเก้นเพลสซิ่ง” !! ด้วยอายุเฉลี่ยของผู้เล่นลิเวอร์พูลชุดนี้อยู่ที่ 26.02 ปี น้อยกว่าสวอนซีร่วม 2 ปี (28.43) นั่นทำให้เรี่ยวแรงของผู้เล่นหงส์แดงดีกว่า ยิ่งช่วงท้ายเกมเราจะเห็นชัดเจนว่าผู้เล่นสวอนซีมีอาการ ”ลิ้นห้อย” จากการโดนผู้เล่นลิเวอร์พูลเข้าบีบเร็วตลอด จนนำมาซึ่งประตูชัย อังเคล แรงเคล โดนฟีร์มิโน่ชิงเหลี่ยมได้ก่อนจนต้องทำฟาวล์เป็นจุดโทษ และเจมส์ มิลเนอร์ ยิงเข้าไปทำให้ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะได้ 1-2 ทะยานขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงแบบสะใจ เดอะ ค็อป ทั่วโลก เพราะไม่บ่อยครั้งที่ลิเวอร์พูลที่โดนนำไปก่อนจะสามารถพลิกกลับมาชนะได้ โดยเฉพาะกับเกมที่เล่นกับทีมเล็กๆแบบนี้ นี่ถือเป็นมิติใหม่อย่างแท้จริง เล่นนอกบ้าน ตาม 1-0 แต่สามารถพลิกกลับมาชนะได้ ในวันที่เล่นได้ไม่ดีนัก

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ชัยชนะเหนือหงส์ขาว ก้าวสู่แดงเดือดด้วยความมั่นใจ

          ผมชอบเกมแบบนี้มากกว่าเกมที่ชนะฮัลล์ 5-1 เมื่อสัปดาห์ก่อนเสียอีก เกมนี้เราได้เห็นหัวจิตหัวใจของผู้เล่นหงส์แดงที่เติบโตขึ้น ความมีวินัย ความเชื่อมั่นที่มีต่อผู้จัดการทีม สำหรับ เจอเก้น คล็อปป์ หลายๆคนอาจจะคิดว่าคล็อปป์แก้เกมเก่งทำให้ทีมกลับมาได้ สำหรับผมผมมองต่างออกไป คล็อปป์ไม่เคยแก้เกมอะไร แผนของคล็อปป์มีเพียงแผนเดียว คือ กีเก้นเพลสซิ่ง คล็อปป์ต่างจาก เบรนแดน รอดเจอร์ส ที่เรียกร้องหาแผนบี หรือ แผน 2 แต่กับคล็อปป์ คล็อปป์มีแผนเดียว สิ่งที่คล็อปป์ต้องการ คือ การพัฒนาให้แผนของตัวเองดียิ่งขึ้นๆไปอีกจนกว่าจะหมดเวลา  การขายนักเตะอย่างคริสเตียน เบนเตเก้ ที่สไตล์แตกต่างออกไป ยืนยันชัดเจนว่า คล็อปป์ไม่มีแผนอื่นในยามฉุกเฉิน และท้ายที่สุดเกมนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าอย่างน้อยครั้งนี้คล็อปป์คิดถูกต้อง

 

          ลิเวอร์พูลเดินทางผ่าน 1 ใน 5 ของฤดูกาลนี้ไปได้อย่างสวยงาม การมี 16 คะแนน จาก 7 เกม ถือเป็นสถิติที่ดีมาก เป็นรองแค่ฤดูกาล 1996/67 และ 2008/09 ที่ทำได้ 17 คะแนน และถือว่าเป็นการเรียกความมั่นใจให้กับทีมก่อนจะเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก “แดงเดือด” ในนัดหน้าหลังจากเบรกเกมทีมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นครั้งแรกตั้งแต่ฤดูกาล 2013/14 ที่ลิเวอร์พูลมีอันดับอยู่เหนือ แมนฯยูไนเต็ด บนตารางเมื่อถึงวันแดงเดือด

 

อย่างน้อยอีก 2 อาทิตย์ เชิญชวนเดอะ ค็อป ออกมาโม้ให้เต็มที่เลยนะครับ ... เราจะไปแดงเดือดในฐานะทีม “ลุ้นแชมป์” กันครับ

 

มีอันดับในตารางเหนือทีมไหน ก็ไม่สุขใจเท่าเหนือกว่าแมนฯยูไนเต็ด ... จริงมั้ยฮะ เหล่าเดอะ ค็อป  ^__^

 

 

ปล. “ศึกแดงเดือด” ลิเวอร์พูล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด PPTVHD ช่อง 36 ถ่ายทอดสดเอาใจคอบอล คืนวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม เวลาตี 2 ใครนอนดึกได้อย่าลืมติดตามกันนะครับ

 

ต้น วโรดม

 

AFP Photo / GEOFF CADDICK

AFP Photo / PAUL ELLIS

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ