นักเตะทีมชาติไทยเรียกความศรัทธาจากแฟนบอลให้กลับมาด้วยผลงานการเสมอกับ ออสเตรเลีย 2-2 แบบไม่น่าแพ้ เสียจุดโทษแบบไม่น่าเสีย แต่เอาเถอะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้
ทีมไทยได้ 1 แต้มแรกในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
นักเตะที่ต้องชื่นชมเล่นได้สมบูรณ์แบบที่สุด คือ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ความเห็นส่วนตัวยกให้เป็น แมนออฟเดอะแมตช์
เพราะพูดถึงเกมรุก ชนาธิป ทำได้ดีทั้งการจ่ายบอล ช่วยทีมสร้างโอกาสในการทำประตู เกมรับชนาธิป ทำหน้าที่ตามที่ “โค้ชซิโก้” บอกได้เป็นอย่างดี ช่วยตัดบอล ทดแทนตำแหน่ง จนทำให้ทีมไทยเสมอออสเตรเลีย
ทำให้เห็นว่า ฝีเท้าของนักเตะไทยเริ่มก้าวเทียบชั้นทีมชั้นนำของเอเชีย ที่สำคัญ นักเตะอย่างชนาธิป ควรก้าวออกจากไทยลีกแล้วไปสู่ลีกชั้นนำของเอเชีย อย่าง เจลีก ที่ยื่นข้อเสนอมาให้กับชนาธิป แบบจริงจัง
การเล่นในลีกที่แข็งแกร่งจะทำให้พัฒนาฝีเท้า และยังเป็นความใฝ่ฝันของ เมสซี่เจ ในการไปค้าแข้งในเจลีก
ก่อนหน้านี้ เมสซี่เจ เลือกการให้เกียรติต้นสังกัด ทำตามผู้ใหญ่ จึงไม่ได้ไปค้าแข้งใน เจลีก เคลีก ทั้งที่มีข้อเสนอยื่นมาแล้วเมื่อ 2 ปีที่แล้ว สุดท้าย การไปค้าแข้งที่ญี่ปุ่นสำหรับ ชนาธิป จึงไม่เกิดขึ้น
แต่วันนี้เชื่อว่า กระดูก ศาสตร์ฟุตบอล เวลา ทุกองค์ประกอบน่าจะหลอมรวมให้ ชนาธิป พร้อมกับการไปโลดแล่นใน เจ ลีก
รอเพียงการตัดสินใจของต้นสังกัด เอสซีจีเมืองทอง ที่จะให้ เมสซี่ เจ ไปค้าแข้งในเจลีกหรือไม่
ส่วนตัวมีความเชื่อว่า ผู้บริหารเมืองทองอย่าง คุณระวิ โหลทอง พร้อมเปิดโอกาสให้ เมสซี่ เจทำตามความฝัน เพราะ คุณระวิ เป็นอีก 1 คนในเมืองไทย ที่รักฟุตบอลและอยากเห็นการพัฒนาของฟุตบอลไทย
การปล่อยให้ไปหาประสบการณ์ที่เจลีก 1 ปี น่าจะเป็นทางเลือกที่ลงตัวของทั้ง เอสซีจีเมืองทอง กับ ชนาธิป
แฟนบอลกิเลนผยอง อาจต้องเสียใจกับการที่ต้องเสียนักเตะฝีเท้าดีที่ช่วยให้ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ เหมือนกับที่เสียใจกับการที่ เอสซีจีเมืองทอง ปล่อย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ออกจากถิ่น เอสซีจีสเตเดี้ยม
แต่ถ้าหากมองเรื่องของการพัฒนาฝีเท้าของนักเตะ เหมือนกับที่ญี่ปุ่น ปล่อยนักเตะไปเล่นในยุโรป เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน
เพราะได้เวลา ที่เรือเล็กควรออกจากฝั่ง