26 พ.ย. 2016, ลิเวอร์พูล ... สวัสดี สตีวี่ ถึงแม้ว่านายจะไม่รู้จักเรา แต่เราและเพื่อน ๆ รู้จักนายดี ก่อนอื่นเราก็ต้องขอแสดงความยินดีกับนายก่อน ที่นายได้เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองในรูปแบบใหม่นั่นคือการแขวนสตั๊ด ยุติช่วงเวลากว่า 18 ปี ที่นายได้อยู่ในระเบียบวินัยมา ต่อไปนี้นายจะกินได้อย่างที่นายอยากกิน เที่ยวได้อย่างที่นายอยากเที่ยว แน่นอนว่าเราเชื่อว่านายคงไม่คุ้นกับเหตุการณ์เหล่านี้ แต่เดี๋ยวนายก็จะชินเอง เพื่อน ๆ นายแต่ละคนก็เลิกเล่นกันไปเกือบหมดแล้วคงไม่ต้องถามนะ พวกนี้พร้อมจะโทรหานายแน่นอน ถึงแม้ในสายตาแฟนบอลการแขวนสตั๊ดของนายจะเป็นอะไรที่น่าใจหาย แต่เราเชื่อว่าคนที่ใจหายที่สุดก็คงเป็นนายอย่างไม่ต้องสงสัย เรายังจำได้ถึงวันแรกที่เรารู้จักนายผ่านหน้าจอทีวี มันเป็นวันที่ 29 พ.ย. 1998 วันนั้นทั่วโลกต่างสงสัยว่านายเป็นใคร(วะ) เราเองยังสงสัยเลย นายอาจจะไม่เชื่อแต่เวลานั้นเรารู้จักผู้เล่นเยาวชนลิเวอร์พูลในชุด เอฟเอ ยูธ คัพ ทุกคน เรารู้จัก ไมเคิ่ล โอเว่น, เจมี่ คาร์ราเกอร์, เดวิด ธอมป์สัน, จอน นิวบี้, เจมี่ แคสซิดี้ ฯลฯ พวกนี้ก่อนที่จะได้ลงเล่นชุดใหญ่ซะอีก แต่นาย ... นายเป็นใครวะ จู่ๆก็โผล่มาโดยที่เราไม่รู้จัก นั่นเป็นความทรงจำแรกที่เรามีต่อนาย เราต้องรู้จักนายให้ได้ หลังจากนั้นนายก็โผล่มาอยู่ในทีมบ่อยๆ หนังสือพิมพ์ต่างเริ่มนำประวัติของนายมานำเสนอ เราจึงได้รู้ว่าที่นายไม่อยู่ในชุดแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 1996 เพราะว่านายมีปัญหาด้านพัฒนาการที่โตอย่างรวดเร็วเกินไปจนกระทั่งเจ็บหลัง ฮ่าๆ เป็นโรคที่ฟังดูโคตรงี่เง่าเลย แต่ก็เอาหล่ะ เราได้รู้จักนายแล้ว เราตามดูนายมาตลอดตั้งแต่วันนั้น เราเห็นนายตั้งแต่นายเล่นเป็นแบ็คขวา โดนปีกชาวบ้านเค้าพาทัวร์ จนต่อมานายมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง
นายก็ชอบไปโดดเสียบขาคู่ใส่ชาวบ้านเค้า แต่ดูแฟนๆสะใจกับความทุ่มเทของนายนะ แม้นายจะโฉ่งฉ่างเยอะไปหน่อยก็ตาม เรายังจำประตูแรกที่นายยิงได้เลย มันเกิดขึ้นในแอนฟิลด์ 5 ธ.ค. 1999 นายเลี้ยงบอลหลบ 2 กองหลังเข้าไปยิงประตู โอ้โห โคตรเจ๋งเลยว่ะ เกมนั้นเราชนะไป 4-1 แต่หลังเกมทุกคนต่างพากันพูดถึงนาย หลังจากวันนั้นนายก็เริ่มมีชื่อเสียง แต่เชื่อเราเหอะ ไม่มีใครคิดหรอกว่านายจะมาไกลถึงตรงนี้
หลังจากนั้นไม่นานนายก็ติดทีมชาติเป็นรุกกี้หน้าใหม่ เป็นน้องเล็กของพี่ๆ นายเติบโตขึ้นตามวันและเวลาที่เดินไป ฤดูกาล 2000/01 นายเริ่มเป็นตัวหลักของทีม แถมพาทีมได้ 3 แชมป์ สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนๆได้ทั่วโลก ทุกคนคิดว่าการมีนายและไมเคิ่ล โอเว่น อยู่ในทีมจะทำให้ทีมเราได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแน่นอนในอนาคต
ฤดูกาลต่อมาเราจบอันดับ 2 ยิ่งทำให้แฟนๆมีความหวังเรืองรองขึ้นไปอีก ยิ่งวันเวลาผ่านไปนายก็ยิ่งเล่นดีขึ้น เป็นหัวใจในแดนกลางของทีม จน อุลลิเย่ร์ คิดว่าได้เวลาที่เหมาะสมที่จะตั้งนายเป็นกัปตันทีมแล้ว ตั้งแต่วันนั้นปลอกแขนกัปตันกับนายไม่เคยห่างกันอีกเลย นายทำหน้าที่กัปตันทีมได้สมบูรณ์แบบ นายครองหัวใจเพื่อนร่วมทีม นายครองหัวใจโค้ช และแน่นอนนายครองหัวใจแฟนบอลอย่างเราๆ ทุกอย่างดูดีมีความหวังไปหมด
แต่แล้ววันที่นายไม่คาดคิดก็มาถึง คือ วันที่เพื่อนรักของนาย ไมเคิ่ล โอเว่น นักเตะที่นำหน้านายมาตลอดทั้งชื่อเสียง และความรักที่แฟนๆมีให้ ดันเลือกที่จะย้ายทีม เราเชื่อว่านายเองก็เจ็บไม่แพ้กองเชียร์ ทุกคนหน้าชา สับสน แต่ก็เป็นนายที่ลุกขึ้นและบอกทุกคนให้อยู่กับปัจจุบัน นับตั้งแต่วันนั้นนายก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะเบอร์ 1 ในใจของแฟนๆไปโดยปริยาย เราได้โค้ชใหม่ คนนั้นคือ ราฟาเอล เบนิเตซ ภายใต้การคุมทีมของราฟา นายกลายเป็นนักเตะที่เก่งขึ้น สมบูรณ์ขึ้น 25 พ.ค. 2005 คงเป็นวันที่นายและแฟนๆไม่มีทางลืมตลอดชั่วชีวิต การคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก ทั้งๆที่ต้นฤดูกาลเราเสียนักเตะหมายเลข 1 ไป
เท่ากับนายทำได้ในสิ่งที่นายพูดในวันนั้นว่าต่อไปนี้นายจะดูแลทีมเอง นับตั้งแต่วันนั้น แฟนๆไม่เคยมองหรือเสียดายเพื่อนนายที่ชื่อไมเคิ่ล โอเว่น อีกเลย ฤดูกาลต่อมานายก็พาทีมประสบความสำเร็จอีกกับถ้วยเอฟเอ คัพ กับนัดชิงที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น “สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไฟนั่ล” ลูกยิงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเพื่อตีเสมอเวสต์แฮม มันเฟี้ยวฟ้าวอย่าบอกใคร อย่างที่นายบอก ถ้าอนาคตมีคนถามว่านายเป็นนักเตะแบบไหน เราก็ไม่รู้จะตอบยังไง เรารู้แต่นายโหม่งบอลดี, ยิงใกล้-ไกลได้, ผ่านบอลได้ไม่เกี่ยงระยะ, เข้าสกัดได้ดี, แย่งบอลเก่ง, เลี้ยงบอลได้ และที่สำคัญ นายเป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม เวลาเห็นนายอยู่ในสนาม แฟนๆอย่างเรารู้สึกมั่นใจและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แม้ 90 นาทีจะหมดลง แต่ตราบใดที่บอลอยู่กับนาย ปาฎิหาริย์เกิดขึ้นได้เสมอ
การไม่ได้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เรารู้ว่าเป็นเรื่องที่นายรู้สึกตะขิดตะขวงใจ การได้รองแชมป์ 3 ครั้ง ครั้งแรกเราพลาดให้กับทีมที่ดีกว่าจริงๆ แต่กับ 2 ครั้งสุดท้าย เราว่ามันยากที่จะทำใจ ฤดูกาล 2008/09 คือ ลิเวอร์พูลชุดที่ดีที่สุดที่นายเคยได้เล่นมา เราเข้าใกล้คำว่าแชมป์มาก 86 คะแนน คือ แต้มที่สูงที่สุดที่เราทำได้ในยุคพรีเมียร์ลีก แต่เรากลับไม่ได้แชมป์ นั่นว่าน่าเจ็บปวดแล้ว แต่กับฤดูกาล 2013/14 ที่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นในเกมที่ 36 นั่นน่าจะทำให้นายช้ำใจที่สุด
เราอ่านหนังสือที่นายเขียน จะบอกว่าไม่ใช่แค่นายที่เจ็บปวด พวกเราทุกคนก็เจ็บปวด แต่นี่คือ ฟุตบอล บางทีมันก็โหดร้าย บางทีมันก็สวยงาม เราว่าพวกเราโตพอที่จะเข้าใจ ยอมรับ และอยู่กับมันให้ได้แล้วหล่ะ นายเองก็เลิกโทษตัวเองซะ ไม่มีใครโทษนายสักคน หลังจากเหตุการณ์นั้น ฤดูกาลถัดมานายเองก็ตัดสินใจว่าจะเล่นที่บ้านของเราเป็นปีสุดท้าย เรารู้นะว่าบางทีนายก็อยากจะหนีไปที่ไหนที่มันไกลๆ เราว่าเรื่องเมื่อปีก่อนมันยังตามหลอกหลอนนายอยู่ มันเป็นทางเลือกที่ดีมั้ย เราเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่ถ้านายว่าโอเค มันก็คงโอเค หลายๆคนโทษคนนู้นคนนี้ทำให้นายจากไป แต่เราเชื่อลึกๆว่าคนที่ต้องการไปคือ ตัวนายเอง นายรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นายเองคงไม่อยากให้แฟนๆเห็นภาพตัวเองแบบนั้น อยากให้ทุกคนจำแต่ภาพดีดี เหมือนกับที่นายให้เหตุผลกับการตัดสินใจเลิกเล่นในครั้งนี้ เพราะนายอยากให้ทุกคนจดจำ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” ที่เป็นยอดนักเตะ มากกว่า “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” สิงห์เฒ่าที่เชื่องช้า มันยากนะที่จะเดินจากสิ่งที่รัก อาชีพที่รัก แต่นายก็กล้าและเด็ดเดี่ยวมากพอที่จะทำมัน นี่แหละข้อดีของนาย
กับอาชีพหลังเลิกเล่นของนาย เรารู้ว่านายเองก็คงไม่อยากจากสนามฟุตบอลไปไหน ตอนนี้นายกำลังอบรมโค้ช A licence กับทางยูฟ่าอยู่ อนาคตนายคงไม่พ้นที่จะเข้ามาอยู่บนเส้นทางของผู้จัดการทีม แต่ถนนสายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะ หลายคนดังมากสมัยค้าแข้ง แต่ต้องมาตกม้าตายตอนเป็นผู้จัดการทีม เราอยากให้นายได้สั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ อย่าพึ่งด่วนใจร้อน ลิเวอร์พูลชุดใหญ่ในตอนนี้ อาจจะไม่ใช่ที่ๆดีนักสำหรับนาย แต่ถ้าเป็นชุดเยาวชน เริ่มไต่เต้ามาจากทีมเด็ก สร้างแรงบรรดาลใจให้กับเด็กๆรวมถึงเรียนรู้ถึงเรื่องการจัดการทีมไป ก็เป็นสิ่งที่ไม่เลว ถ้านายอยากเริ่มต้นที่ไหนสักที ที่อคาร์เดมี่น่าจะเหมาะสม
หรือถ้านายร้อนวิชาอยากร่วมทำทีมชุดใหญ่จริงๆ สำหรับเรา เราคิดว่า ราฟาเอล เบนิเตซ น่าจะเหมาะสมที่จะเป็น mentor ให้กับนาย สิ่งที่นายต้องการ คือ ที่สักที่ที่นายได้เรียนรู้โดยที่ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ซึ่งที่ที่ว่าไม่ใช่ชุดใหญ่ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้ เราคงไม่ใช่คนเดียวที่พูดแบบนี้ เชื้อว่าคนรอบข้างนายในชีวิตจริงก็คงพูดด้วยเช่นกัน
เราได้แต่หวังว่านายจะโชคดีกับอาชีพใหม่ที่นายเลือกนะ บางทีถ้าเราโชคดี เราคงได้พบกันที่แอนฟิลด์วันนี้
จากเพื่อนของนายที่ตามติดนายมาตั้งแต่วันแรก
ต้น วโรดม
AFP Photo / ADRIAN DENNIS
AFP Photo / MARTYN HARRISON
AFP Photo / PAUL BARKER
AFP Photo / ODD ANDERSEN
AFP Photo / ANDREW YATES
AFP Photo / OLI SCARFF
AFP Photo / Filippo MONTEFORTE
AFP Photo / ALBERTO PIZZOLI
AFP Photo / STEVEN PARKIN