เกมที่บุกชนะ แมนฯชิตี้ ถึงถิ่น 3-1 คือผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกเกมของ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาลี ที่นำลูกทีมชนะ 8 นัดติดในลีก รั้งจ่าฝูงขณะนี้ 14 นัด 34 คะแนน นำอันดับ 2 อาร์เซน่อล 3 คะแนน ส่วนลิเวอร์พูล และ แมนฯซิตี้ ที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันเรื่องลูกได้เสีย มี 30 คะแนนเท่ากัน อยู่อันดับ 3 และ 4 ตามลำดับ ขณะที่อันดับ 5 เป็นทาง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มี 27 คะแนน
ก่อนเกมที่บุกเยือนเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต้มเดียวน่าจะเพียงพอสำหรับเชลซี เพราะต้องออกไปเยือนทีมกลุ่มลุ้นแชมป์ด้วยกัน แต่ปรากฎว่าผิดคาด! เชลซี ใช้เกมสวนกลับเล่นงาน แมนฯซิตี้ คว้าชัย 3-1 แม้จะเป็นฝ่ายตามหลังก่อนในครึ่งแรก โดย 3 แต้มสำคัญ ส่งผลให้ เชลซี ยังคงรั้งจ่าฝูง เป็นสัปดาห์ที่ 3 ส่วนแมนฯซิตี้ แพ้เกมนี้ทำให้พวกเขาอยู่อันดับ 4
ขณะที่คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนของจ่าฝูง อาร์เซน่อล นัดล่าสุดผลงานสุดโก้เก๋ เล่นเกมลอนดอนดาร์บี้ พบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อเล็กซิส ซานเชซ สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริก ช่วยให้"ปืนใหญ่"บุกชนะเจ้าถิ่นขาดลอย 5-1 พร้อมขยับจากอันดับ 4 ขึ้นไปรั้งอันดับ 2 แทนที่ ลิเวอร์พูล
เกมสุดดราม่าที่สนาม ดีน คอร์ต บอร์นมัธ ได้ประตูชัยจาก นาธาน อาเก้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เปิดบ้านเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล สุดมันส์ 4-3 ชนิดที่แฟนบอลเดอะ ค็อป หงอยและงง ไปตามๆกัน หลังจากทีมนำห่าง 3-1 ก่อนโดน บอร์นมัธ ยิงคืน 3 ลูกรวด อย่างไรก็ตามคะแนนยังคงเกาะกลุ่มกันอยู่ในหัวตาราง พอได้ลุ้นกันยาวๆ
ด้านอันดับ 5 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ผ่านไป 14 นัด พวกเขาก็อยู่อันดับ 5 เช่นนี้ ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ส่วนปีนี้ผลงานก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมากนัก แพ้ไปแค่นัดเดียว แต่เสมอซะเยอะถึง 6 นัด โดยเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม สวอนซี ขาดลอย 5-0
ศึกพรีเมียร์ลีก เข้าสู่เดือนสุดท้ายก่อนปีใหม่ เป็นช่วงที่แฟนๆจะนึกถึง Boxing Day เกมชี้อยู่ชี้ไปของบรรดาทีมลุ้นแชมป์และโซนตกชั้น ด้วยตารางแข่งขันค่อนข้างถี่กว่าปกติที่มีคิวเตะอาทิตย์เว้นอาทิตย์ พอมีเวลาฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมสำหรับเกมถัดไป แต่ Boxing Day บางช่วงมีเวลาพักเพียง 2-3 วันก็ต้องลงเตะแล้ว ร่างกายต้องพร้อมจริงๆ อีกอย่างระบบการจัดการต้องดี แทคติกการเลือกใช้ผู้เล่นให้เหมาะสมกับเกม จะพักใครไว้เจอใครอันนี้บรรดาทีมงาน สตาฟโค้ช คงวางแผนกันไว้แล้ว เรามาดูกันว่าบรรดาทีมนำ (ขอยกมาแค่ Top5 นะครับ) ใครเจอใครกันบ้าง ในช่วง 5 นัดส่งท้ายปี
เริ่มที่ เชลซี จ่าฝูง วันที่ 11 ธ.ค. เปิดบ้านพบ เวสต์บรอมวิช, 15 ธ.ค. เยือนซันเดอร์แลนด์, 17 ธ.ค. เยือนคริสตัล พาเลซ และกลับมาเล่นในบ้าน 2 เกม 26 ธ.ค. พบ บอร์นมัธ และ 31 ธ.ค. พบสโต๊ค ซิตี้
อันดับ 2 อาร์เซน่อล วันที่ 10 ธ.ค.เปิดบ้านพบสโต๊ค ซิตี้, 14 ธ.ค. เยือนเอฟเวอร์ตัน , 18 ธ.ค. เยือนแมนฯซิตี้ , 26 ธ.ค. เปิดบ้านพบเวสต์บรอมวิช และวันแรกของปีหน้า 1 ม.ค. พบคริสตัล พาเลซ
อันดับ 3 ลิเวอร์พูล วันที่ 11 ธ.ค. เล่นในบ้านพบเวสต์แฮม , 15 ธ.ค. บุกเยือนมิดเดิ้ลสโบรช์ , 20 ธ.ค. ทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ พบเอฟเวอร์ตัน จากนั้นเล่นในบ้าน 2 เกม พบสโต๊ค ซิตี้ 28 ธ.ค. และ แมนฯซิตี้ 1 ม.ค.
อันดับ 4 แมนฯ ซิตี้ วันที่ 11 ธ.ค.เยือนแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ , 15 ธ.ค. เปิดบ้านพบวัตฟอร์ด, 18 ธ.ค. พบอาร์เซน่อล , 27 ธ.ค. เยือนฮัลล์ ซิตี้ และ 1 ม.ค. เยือนลิเวอร์พูล
อันดับ 5 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ วันที่ 11 ธ.ค. เยือนแมนฯ ยูไนเต็ด, 15 ธ.ค.เปิดบ้านรับฮัลล์ ซิตี้, 18 ธ.ค. พบเบิร์นลี่ย์ และเยือน 2 เกม 29 ธ.ค.พบเซาธ์แฮมป์ตัน และ 1 ม.ค. พบวัตฟอร์ด
นี่คือ 5 เกมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของทีมหัวตาราง เชลซี ดูเหมือนเจองานจะง่ายกว่าทีมอื่นๆ เพราะทั้ง 5 ทีมล้วนอยู่ในโซนกลางและท้ายตารางทั้งสิ้น มีโอกาสสูงที่ “สิงห์บลู” จะเก็บ 15 คะแนนเต็มนำจ่าฝูงยาวๆจนถึงปีหน้า ด้านอาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ มีคิวโคจรเจอกันเอง ถ้าใครพลาดเก็บ 3 คะแนนไม่ได้ มีผลต่ออันดับตารางคะแนนแน่นอน ส่วนสเปอร์ เจอเกมใหญ่ก่อนเพื่อนบุกเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด อันดับ 6 ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ถ้าสเปอร์ ชนะจะทำแต้มหนีอันดับ 6 ห่างไปอีกอย่างน้อย 7 คะแนน ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด การเล่นในบ้านเป้าหมายคือชัยชนะ เพื่อเก็บคะแนนไล่จี้ทีมนำทั้ง 5 ทีม
ถือว่าเป็นกำไรสำหรับคอบอล มีให้ชมให้เชียร์กันทั้งสุดสัปดาห์และกลางสัปดาห์ ถึงแม้จะผ่านช่วง Boxing Day ไปได้ ก็ไม่ได้การันตีทีมแชมป์หรือทีมตกชั้น เพียงแต่หลังจากผ่านครึ่งทางเราพอจะได้เห็นเค้าลาง ทิศทางของทีมต่างๆชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายเชียร์ทีมอะไร ก็ตามลุ้นตามเชียร์กันได้เลย มีความสุขและสนุกกับการดูฟุตบอลนะครับ...
---TUM Thunder---
AFP Photo/Adrian DENNIS
AFP Photo/Ben STANSALL
AFP Photo/Glyn KIRK
www.premierleague.com