หลังแมตช์เดย์ที่ 16 เกิดการเปลี่ยนแปลงจ่าฝูงจนได้ และการกลับมาเป็นผู้นำอีกครั้งของเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค คงยากที่จะยอมเสียตำแหน่งไปอีกครั้ง ในความเป็นจริงแมตช์เดย์ที่ 16 มีเกมการแข่งขันที่น่าพูดถึงหลายเกม โดยเฉพาะการพ่ายแพ้แบบพลิกความคาดหมายเล็กๆของแอร์เบ ไลป์ซิก ที่สู้รบตบสู้กับทีมใหญ่ได้อย่างสูสีจนไร้พ่ายถึง 15 เกม แต่มาตกม้าตายง่ายๆกับทีมระดับอิงโกลสตัดท์
อีกเกมที่น่าสนใจ อยู่ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า การกลับมาท็อปฟอร์มของเสือใต้ บวกกับการเปิดซิงประตูแรกของ โธมัส มุลเลอร์ ในเกมถล่มหมาป่า โวล์ฟสบวร์ก แบบหายห่วง 5-0 ทำให้ทวงคืนจ่าฝูงได้สำเร็จ แต่แมตช์ที่ผมสนใจไม่ใช่ 2 เกมนี้แต่อย่างใด ผมกลับอยากชี้เป้าไปที่ถิ่นเฟลตินส์ อารีน่า ราชันสีน้ำเงิน ชาลเก้ 04 พบ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่ก่อนเกมจะมองเป็นคู่ใหญ่ประจำสัปดาห์ ยิ่งหลังเกมมีดราม่า ยิ่งสมควรเป็นแมตช์ ออฟ เดอะ วีค
ชาลเก้ 04 เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการแพ้ 5 เกมติดต่อกัน แถมยิงได้เพียง 2 ประตู ทำให้หล่นไปอยู่โซนตกชั้นอย่างน่าตกใจ ทั้งที่กุนซือคนใหม่อย่างมาร์คุส ไวน์ซีเริ่ล คือความหวังใหม่ของเหล่าแฟนคลับราชันสีน้ำเงิน แต่พอเข้าสู่แมตช์ที่ 6 กุนซือหนุ่มวัย 41 ปี เริ่มพาทีมเข้าสู่ลู่ทางที่ควรจะเป็น ด้วยการพาทีมถล่มโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคไปแบบถล่มทลาย 4-0 ก่อนที่เหล่าพลพรรค ราชันสีน้ำเงิน จะรักษาฟอร์มด้วยการไม่แพ้ใครถึง 7 เกม และเก็บชัยได้ถึง 3 นัดติดต่อกันอีกด้วย ก่อนสถิติที่กำลังไปได้สวยจะมาหยุดในเกมไปเยือนจ่าฝูง ณ ตอนนั้น อย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักไปแบบได้เสียว 2-1 ทำให้ไวน์ซีเริ่ลและลูกทีม หมายมั่นปั้นมือ กลับมาสู่ชัยชนะอีกครั้งในการรับมือกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่สำคัญได้เล่นในบ้านของตัวเองด้วย
กุนซือเลือดด๊อยท์ช พบแผนการเล่นที่ลงตัวกับลูกทีมชุดปัจจุบัน ในระบบ 3-1-2-2-2 ดูแปลกหน้าแปลกตาไป แต่เหมาะกับกุนซือหัวสมัยใหม่ที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบดั้งเดิม ให้เข้ากับตัวผู้เล่นที่มีอยู่ให้มากที่สุด ด้านไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ฟอร์มตก 3 เกมหลังก่อนเยือนถิ่นเฟลตินส์ อารีน่า สะกดคำว่าชนะไม่เป็น แถมแพ้ถึง 2 เกมด้วยกัน ทำให้โรเจอร์ ชมิดท์ ต้องเน้นเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้สภาพจิตใจของลูกทีมดาวน์ลงไปมากกว่านี้
ไลน์อัพของทั้ง 2 ทีม คือชุดที่ดีที่สุด เจ้าบ้านนำทัพมาโดย เพลย์เมคเกอร์มากพรสวรรค์ มักซ์ เมเยอร์ คอยสนับสนุน เยฟเฮน โคโนปลีเยนก้า กับเอริค มักซิม ชูโป-โมติง คอยจบสกอร์ ส่วนทีมเยือนจัดศูนย์หน้าคู่ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ “ชิชาริโต้” กับสเตฟาน คีสลิ้งก์ คอยเล่นงานราชันสีน้ำเงิน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก เมื่อเกมดำเนินไปเพียง 4 นาที ก็เกิดภัยพิบัติขึ้น ซูอาด โคลาซินัช ที่ถูกถอยจากแบ็คซ้ายมาเป็นสต็อปเปอร์ฝั่งซ้าย หวังส่งบอลคืนให้นัลโด้ เซ็ทเกมขึ้นมาใหม่ แต่กลับดันส่งย้อนหลัง เปิดโอกาสให้ ชิชาริโต้ ที่จมูกไวอยู่แล้วฉกบอลไป หวังซัดเต็มข้อล่อเต็มแข้ง ถึงแม้นัลโด้ จะไหวตัวทันแต่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพุ่งเสียบอดีตศูนย์หน้าปีศาจแดง ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษ และแน่นอน นัลโด้ รับใบแดงทันที
ชาลเก้ 04 ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน ในการสู้รบอีก 86 นาที ความฝันที่กลับมาชนะอีกครั้งคงต้องพับเก็บลงทันที และต้องเน้นตั้งรับ เพื่ออย่างน้อยมี 1 คะแนนในบ้านตัวเอง รูปเกมเป็นไปตามเนื้อผ้า เมื่อห้างขายยาเป็นฝ่ายคุมเกมไว้ทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ยังทำไม่ได้ คือ การเจาะเข้าไปในเขตโทษของราชันสีน้ำเงิน แถมจังหวะสวนกลับของ ชาลเก้ 04 เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเจ้าถิ่นได้แถบทุกครั้ง
จุดเด่นของชาลเก้ 04 ยุคไวน์ซีเริ่ล คือ การขึ้นเกมเร็ว และจังหวะการเข้าทำไม่มาก ก็หาจังหวะจบสกอร์ได้แล้ว ทำให้การสวนกลับของราชันสีน้ำเงิน สร้างความสั่นสะเทือนให้กับแนวรับทีมเยือนได้ เหลือเพียงจังหวะสุดท้ายเท่านั้น ที่ขาดหายไป ชาลเก้ 04 ทำได้ดีมากตลอด 85 นาที ตั้งรับอย่างมีสมาธิและวินัย จนเลเวอร์คูเซ่น เจาะไม่ถึงเขตโทษ และมักเสียบอลบริเวณเลยกึ่งกลางสนาม แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ทำงานอีกครั้ง นาทีที่ 89 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นมาได้ฟรีคิกทางริมเส้น ก่อนที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู จะปั่นโค้งไปเข้าหัวสเตฟาน คีสลิ้งก์ ที่สลัดหลุด เอริค ชูโป-โมติง ก่อนเทคขึ้นโขกโล่งๆเป็นประตูชัยไปท้ายที่สุด
สร้างความเจ็บปวดให้กับเหล่าสาวก รวมถึงเหล่าขุนพลราชันสีน้ำเงิน ได้มากโข เพราะแทบไม่เหลือเวลาให้โอกาสได้แก้ตัวอีกเลย กับจำนวนผู้เล่นและพละกำลังที่เหลืออยู่ ในวันที่โชคชะตาไม่เข้าข้างคุณ ต่อให้คุณทำดีมากเท่าไหร่ โชคชะตา มักจะตอกย้ำเสมอว่า ยังไงก็ไม่ใช่วันของคุณ ฟุตบอล ก็เช่นกัน
สาลิกา ณ เยอรมัน
AFP Photo / JENS SCHLUTER
AFP Photo / PATRIK STOLLARZ
AFP Photo / CHRISTOF STACHE