ภาพการยิงประตูชัยของซาดิโอ มาเน่ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 คว้า 3 คะแนนออกจากรังกูดิสัน ปาร์ค ยังอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคน โดยเฉพาะบรรดาเดอะ ค็อป เลือดข้น ... ชาวสเก๊าช์ (ชื่อเรียกคนที่เกิดในเมืองลิเวอร์พูล) ชัยชนะเหนือคู่ปรับร่วมเมืองเป็นอะไรที่หอมหวานเสมอ ผมเห็นใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของแฟนบอลเดอะ ค็อป ช่างตรงกันข้ามกับแฟนบอลเอฟเวอโตเนี่ยนที่ทุกคนใบหน้าแสดงความผิดหวัง เดินออกจากสนามพร้อมสบถคำหยาบทุก 10 วินาที ก็พอจะรู้ว่าพรุ่งนี้แฟนทีมทอฟฟี่เมนจะใช้ชีวิตยากลำบากขนาดไหนในเมืองนี้ นี่คือเสน่ห์ของ “เมอร์ซี่ไซด์ดาร์บี้” ที่แฟนบอลทั้ง 2 ทีมต่างมีความใกล้ชิด สนิทสนม บ้างเป็นพี่น้อง บ้างเป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งแม้จะชื่นชอบกันคนละทีม แต่ในชีวิตประจำวันพวกเขาก็อยู่ร่วมกันได้ อาจจะมียกเว้นวันหลังแข่ง ที่แฟนทีมฝ่ายที่พ่ายแพ้อาจจะขอลาป่วยแบบไม่ทราบสาเหตุ 555
ย้อนกลับไปวันแข่งขัน ผมโชคดีที่ตัดสินใจหอบผ้าหอบผ่อน ย้ายก้นจากเมืองบาร์เซโลน่าจับเครื่องบินไปลงลิเวอร์พูล ซึ้งแม้จะไม่มีตั๋วเข้าชมการแข่งขัน แต่ด้วยความที่อยากซึมซับบรรยากาศก่อนและหลังเกมจากกองเชียร์ทั้ง 2 ทีม ก็เลยตัดสินใจ เอาวะ ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า เดี๋ยวไปหาตั๋วผีหน้าสนามเอา ไม่ก็นั่งดูถ่ายทอดสดแถวผับใกล้ๆสนามซดเบียร์เย็นๆแก้หนาว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเดินทางไปแบบไม่มีตั๋วฟุตบอลในมือ การไปหาตั๋วผีหน้าสนามจึงเป็นสกิลใหม่ที่ได้ลองจากเกมนี้ ก่อนเกมบรรยากาศในเมืองก็คึกคักครับ ผมไปถึงสนามตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ก่อนเกมเริ่มชั่วโมงครึ่ง แฟนบอลเจ้าบ้านเริ่มทยอยมากันแล้ว ใครที่คิดว่าบรรยากาศดาร์บี้แมทช์ต้องคึกคัก ร้องเพลงกันหน้าสนามล้อเลียนกันไปมา บอกได้เลยว่า ผิดครับ แฟนบอลทั้ง 2 ทีมต่างพากันไปสิงตามผับประจำตัว ของทีมทอฟฟี่เมนก็ใกล้หน่อยเพราะ ผับอยู่หน้าสนาม บรรยากาศเลยคึกคักตรงแถบระแวกนั้น ส่วนแฟนบอลทีมเยือนนัดรวมตัวกันไปดื่มที่ผับประจำแถวแอนฟิลด์ ซึ่งกว่าจะเดินเท้ามาสนามเกมก็เกือบเริ่มแข่งกันแล้ว ผมถามน้องคนไทยที่มาเรียนที่เมืองลิเวอร์พูล เค้าบอกว่านี่เป็นเรื่องปกติเลยครับ แฟนบอลที่นี่ไม่เน้นเข้าสนามเร็ว แต่เน้นดื่มให้เมาก่อน เข้าสนามปุ๊บจะได้เชียร์สนุก ส่วนมากพวกที่เข้าสนามเร็วๆจะเป็นนักท่องเที่ยว ไม่ก็ครอบครัวที่มีผู้ใหญ่หรือเด็กเล็ก ระหว่างรอผมก็พยายามเดินสอดส่ายหาตั๋วเข้าชมเกมไปด้วย อยากจะรู้เหมือนกันว่า ตั๋วผีบ้านเค้าจะหาง่ายเหมือนตั๋วผีแถวสนาราชมังคลากีฬาสถานมั้ย ?
โดยผมเริ่มจากหาฝั่งกองเชียร์ทีมเยือนก่อนเชื่อมั้ยครับว่า ยื่นเป็นชั่วโมงไม่มีคนเอามาขายสักคน มีแต่คนเดินมาหาขอซื้อ ระหว่างยืนรอก็คุยกับนักท่องเที่ยวเอเชียหลายคนที่ซื้อตั๋วผ่านทางเวบขายตั๋วในอินเตอร์เนต แต่ละคนบอกราคามาได้น่ากลัวมาก เพราะตั๋วฝั่งลิเวอร์พูลเกมนี้ ราคา 300-400 ปอนด์ เลยทีเดียว เป็นอันว่าเลิกคิดที่จะหาตั๋วฝั่งทีมเยือนได้ เพราะยืนรอนานมาก รอจนถึงช่วง 15 นาทีก่อนเตะ แฟนเดอะ ค็อป เดินมาถึงสนามกันแล้วก็ยังไม่มีตั๋ว พูดถึงเรื่องแฟนบอล ตอนเดินมานี่นอกจากกลิ่นแอลกอฮอลล์จะหึ่งแล้ว กลิ่นกำมะถันยังแรงมากอีกต่างหาก แน่นอนว่าผมรู้ทันที ณ นาทีนั้นว่า หากลิเวอร์พูลยิงประตูได้ จะเกิดอะไรขึ้นในกลุ่มกองเชียร์เหล่านี้ นี่ขนาดการ์ดหน้าสนามคุมเข้าแล้วนะ ก็ยังเอาพลุแฟลร์เข้าสนามได้ พวกนี้มันแสบจริงๆ โอเคในเมื่อหาตั๋วฝั่งทีมเยือนไม่ได้ นั่งฝั่งเจ้าบ้านก็ได้ ผมเลยย้ายตัวเองไปแถวหน้าสนามแทน คราวนี้ง่ายแล้ว มีคนขายตั๋วอยู่หลายคน ยิ่งเราเป็นเอเชียนี่ยิ่งง่ายเลย พวกพี่ตั๋วผีเห็นคนเอเชียนี่ยิ่งกว่าเห็นทองครับ รีบเดินมาประกบกระซิบข้างหูใหญ่เลย tickets tickets ? เป็นอันรู้กันว่ามีตั๋วขายสนใจมั้ย ผมลองคุย 4-5 เจ้า ครับ บ้างก็ขายแพงกะขูดเต็ม แต่ที่ทีเด็ดจริงๆ คือ ตั๋วปลอมครับ ไอ้พวกนี้กะหากินกับความไม่รู้ของนักท่องเที่ยว วิธีการคือ มันจะบอกราคามา จะแพงหรือถูกอันนี้อยู่ที่ความชั่วของแต่ละคนครับ แต่พอขอดูตั๋ว พวกนี้จะลีลาบอกตั๋วไม่อยู่กับตัว และให้เราเดินตามมันไปตามซอกตามหลืบ แล้วเอาตั๋วมาให้ ถ้าเจอแบบนี้ให้คิดไว้เลยว่าตั๋วปลอมครับ ผมอยากรู้เลยเดินตามมันไปดูกับน้องคนไทยที่มาด้วยกัน เดินไปเกือบ 500 เมตร พี่ค่อยควักตั๋วออกมา โอโห้ !! ตั๋วพี่หัวตั๋วยังเป็น บาร์เคลย์ พรีเมียร์ลีก อยู่เลย 555 ใครไม่รู้นี่ก็บ้าแล้ว แต่ใช่ว่าไม่มีนะครับ มีแน่นอน บางคนรีบๆหรือเจอลูกเล่นลดราคาให้เยอะๆ เสียเงินฟรีมานักต่อนักแล้ว ใครจะมาอังกฤษแล้วคิดจะมาหาเอาดาบหน้าต้องระวังครับ เคยมีข่าวคนไทยที่บอกว่าตัวเองเป็นเซียนเสื้อ เอ๊ย เซียนบอล โดนหลอกซื้อตั๋วผีเข้าสนามไม่ได้ โวยวายลง นสพ เมืองไทยมาแล้ว ไม่อยากจะให้ใครเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพพวกนี้อีกครับ ใจผมนี่อยากจะเรียกตำรวจมาจับมาก แต่ก็กลัวจะโดนยำหมกซอกอยู่แถวนั้น เลยขอตัวออกมาดีกว่า ประจวบเหมาะกับเวลานั้น เกมเริ่มเตะไปแล้วเลยคิดว่า เราไปดูผับหน้าสนามกันก็ไม่เลวนะ อากาศหนาวๆจิบเบียร์ ดูบอล มองตัวสนามไป ก็สุนทรีย์ไปอีกแบบ ว่าแล้วก็เดินเข้าผับหน้าสนามกูดิสัน ปาร์ค นั่นแหละ เข้าไปนี่อย่างโล่งครับ แต่สภาพในผับเหมือนผ่านสงครามโลกมา เละเทะมาก เพราะก่อนเกมแฟนบอลเจ้าบ้านมาทิ้งบอมบ์ไว้นั่นเอง ไม่เป็นไร ขอแค่มีที่ดูบอล ในร้านมีนั่งกันอยู่ 3-4 โต๊ะ มีแฟนลิเวอร์พูลอยู่โต๊ะเดียวคือ โต๊ะผม 555 ที่เหลือก็แฟนเอฟเวอร์ตันล้วนๆฮะ ระหว่างเชียร์ก็มีแซวกันบ้าง โดยเฉพาะจังหวะรอส บาร์คลีย์ ย่ำจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่โต๊ะผมตะโกนลั่นเลยว่า ใบแดง ลุงๆแกเลยสวนมาว่า ไม่ใช่ ไอ้เฮนโด้สำออย 555 แต่พอภาพช้ามาเท่านั้นแหละ ลุงๆเงียบกริบ ตะโกน โอ้ว ชิท !! ละก้มหน้ากินเบียร์ไม่พูดอะไรต่อเลย 5555 แอบสะใจเล็กๆ
ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม ร้านเริ่มคนแน่นขึ้น เพราะมีแฟนบอลเจ้าบ้านที่เดินออกจากสนามมาก่อนตามเข้ามาสมทบ และแล้วก็ถึงช่วงไครแม็กซ์ครับ ... ทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ได้บอลทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนลากตัดมาทางซ้ายแล้วยิงหักข้อไปเสาแรกชนเสา ซาดิโอ มาเน่ วิ่งตามซ้ำเข้าไป 1-0 ลิเวอร์พูลนำแล้ว
ผมกะน้องนี่เฮลั่นร้านเลยครับ จนลืมไปว่าทั้งร้านมันแฟนทอฟฟี่เมนนี่หว่า ไอ้พวกลุงๆที่นั่งดูด้วยกันตั้งแต่แรกนั่นคงไม่มีอะไร แต่พวกพี่ๆที่เพิ่งมาใหม่นี่สิ ดูอารมณ์บูดเบี้ยว เริ่มตบโต๊ะ เตะเสา สบถด่า ฟักแฟงแตงไท ดูแล้วท่าทางไม่ค่อยจะดี ทันทีที่กรรมการเป่าจบเกมผมนี่รีบโยกก้นออกจากร้านทันทีเลยครับ ขอไปยืนแอคท่าเท่ๆถ่ายรูปหน้าสนามหน่อย ไหนๆก็มาแล้ว เป็นอันว่า 8 เกมล่าสุดที่ผมมาชมลิเวอร์พูล(ขอนับเกมนี้ด้วย) ทีมชนะรวดนะครับ ธรรมดาที่ไหน ฮ่าๆ ผมยืนทำ Facebook live ส่งนักฟุตบอลและทีมงานโค้ชลิเวอร์พูลขึ้นรถบัสกลับแอนฟิลด์เสร็จ ก็เป็นอันเสร็จภารกิจในครั้งนี้ครับ มาเน่นี่ยิ้มแฉ่งเห็นแต่ฟันจริงๆ
ชัยชนะในนัดนี้ืทำให้ลิเวอร์พูลขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 ในตาราง มี 37 คะแนน ตามจี้จ่าฝูงอย่างเชลซี ที่มี 43 คะแนน ก็ยังไม่รู้ว่านาทีนี้ทีมไหนจะหยุดความฮอตของลูกทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ ได้ แต่ในเมื่อเรามีเจอร์เก้น คล็อปป์ แล้ว เรื่องที่เป็นไปไม่ได้มักเกิดขึ้นได้เสมอ !! เฉกเช่นการยิงประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่คล็อปป์และลูกทีมทำให้เห็นกันบ่อยๆ ผมไปค้นสถิติตั้งแต่คล็อปป์เข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูล ตุลาคม 2015 เป็นต้นมา ลิเวอร์พูลสามารถทำประตูในช่วงเวลาบาดเจ็บได้มากถึง 8 ครั้ง (7 ครั้ง ในเกมลีก 1 ครั้ง ในฟุตบอลถ้วย) ซึ่ง 6 จาก 8 ครั้งนั้นเป็นการยิงเพื่อเปลี่ยนผลการแข่งขันจากแพ้ เป็นเสมอ จากเสมอ เป็นชนะ ... หลายคนคงจำลูกยิงชนะนอริช 5-4 ของ อดัม ลัลลาน่า และลูกโหม่งของเดยัน ลอฟเรน ที่เป็นประตูชัย 4-3 ถีบโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตกรอบยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลที่แล้วได้ เมื่อรวมกับฮีโร่คนล่าสุดซาดิโอ มาเน่ นั่นทำให้เรายังพอมีความหวัง จนกว่ากรรมการจะเป่าหมดเวลา กลับมาดูที่ตัวเลขกันต่อ สถิติจาก Opta บริษัทเก็บสถิติที่พรีเมียร์ลีกใช้ ยังระบุไว้อีกว่า ตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกมาในปี 1992/93 ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่สามารถทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บได้มากที่สุด คือ 29 ประตู ซึ่งถ้าคิดเป็นค่าเฉลี่ยแล้ว 1 ฤดูกาล ลิเวอร์พูลจะยิงประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บได้แค่ราว 1.2 ประตูเท่านั้น แต่ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้เวลาแค่ 1 ฤดูกาลครึ่ง กดไปแล้ว 7 ประตู (คิดเป็น 24.14% ของทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอด 24 ปี ของพรีเมียร์ลีก ตัวเลขนี้น่าจะบอกถึงคาแรคเตอร์ของทีมนี้เป็นอย่างดี และเราน่าจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้อีกบ่อยครั้งภายใต้การคุมทีมของกุนซือเฮฟวี่ เมทัล คนนี้
ถ้าอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เริ่มต้นความยิ่งใหญ่จากประตูชัยของสตีฟ บรูช ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนำทีมคว้าชัยชนะในเกมสุดท้าย พร้อมกับเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกได้ จนเป็นเจ้าของวลีฮิตที่เราเรียกกันติดปากว่า “เฟอร์กี้ ไทม์ (Fergie's time) ได้ ทำไมเจอร์เก้น คล็อปป์ จะทำบ้างไม่ได้
ถึงเวลาของยุค เจอร์กี้ ไทม์ (Jurgie’s time) บ้างแล้วครับ
8 เกมแห่ง "เจอร์เก้น ไทม์"
13 ธ.ค. 2015 Liverpool 2 - 2 West Bromwich Albion โอริกิ นาทีที่ 90+6
23 ม.ค. 2016 Norwich City 4 - 5 Liverpool อดัม ลัลลาน่า นาทีที่ 90+5
6 มี.ค. 2016 Crystal Palace 1 - 2 Liverpool คริสติย็อง เบนเตเก้ นาทีที่ 90+6
14 เม.ย. 2016 Liverpool 4 - 3 Borussia Dortmund เดยัน ลอฟเรน นาทีที่ 90+1
11 พ.ค. 2016 Liverpool 1 - 1 Chelsea คริสติย็อง เบนเตเก้ นาทีที่ 90+2
6 พ.ย. 2016 Liverpool 6 - 1 Watford จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม นาทีที่ 90+1
26 พ.ย. 2016 Liverpool 2 - 0 Sunderland เจมส์ มิลเนอร์ นาทีที่ 90+1
19 ธ.ค. 2016 Everton 0 - 1 Liverpool ซาดิโอ มาเน่ นาทีที่ 90+4
ต้น วโรดม
AFP Photo / OLI SCARFF
AFP Photo / LINDSEY PARNABY
AFP Photo / GLYN KIRK
AFP Photo / PAUL ELLIS