“สวัสดีปีใหม่ 2560 ครับ” คงยังไม่สายเกินไปที่จะพูดคำนี้กับแฟนๆคอลัมน์ “ต้น...ทางฟุตบอล” ทุกคน ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาหลายๆคนคงได้พาครอบครัวไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆกันมาบ้างแล้ว กลับมาทำงานหลังจากชาร์ตแบตเตอรี่กันเต็มที่ ก็ขอให้ทุกคนประสบแต่ความโชคดี มีแต่เรื่องดีดีเข้ามาตลอดปี 2560 นี้นะครับ
ในขณะที่ชาวบ้านชาวช่องเค้าได้ไปเที่ยวฉลองเทศกาลคริสมาสต์ ปีใหม่ กันทั้งโลก แต่สำหรับในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในวงการฟุตบอลแล้ว ช่วงเทศกาลเหล่านี้ ถือว่าเป็นช่วงที่บรรดานักฟุตบอลเกลียดมากที่สุด เพราะนอกจากจะไม่ได้เบรกหนีหนาวพาครอบครัวไปเที่ยวฉลองปีใหม่แล้ว ยังจะต้องลงเล่นติดๆกัน 4 เกม ภายในระยะเวลาแค่ 10 กว่าวัน เพื่อเป็นของขวัญคริสมาสต์และปีใหม่ให้กับแฟนบอลทั่วโลก ถึงขั้นที่บางทีมมีเวลาพักระหว่างแมทช์ไม่ถึง 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ก็ต้องเตะเกมต่อไปอีกแล้ว เรียกได้ว่าโหดมหาโหดเลยทีเดียว อย่าได้แปลกใจที่โปรแกรมช่วงนี้จะมีคู่ พลิกล็อค เพราะมันเกิดขึ้นทุกปี !
ความพ่ายแพ้ของเชลซีอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก แม้ทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ จะฟอร์มสุดลิ่มทิ่มประตูชนะรวดมา 13 เกมในลีกก็ตาม แต่การออกไปเยือน สเปอร์ส ที่ฟอร์มกำลังมาในเวลานี้ไม่ใช่งานง่ายแน่ๆ และก็เป็น สเปอร์ส นี่แหละที่ยัดเยียดความปราชัยให้กับเชลซีทำให้จ่าฝูงแต้มสะดุดสักที น่าเสียดายที่ลิเวอร์พูลและอาร์เซน่อล 2 ทีมที่ทำแต้มไล่บี้จ่าฝูงมา ดันสะดุดเสมอคู่แข่งด้วยกันทั้งคู่ แต่การที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนแข่ง 1 คะแนน ในขณะที่จ่าฝูงสะดุดไม่มีสักคะแนน ก็ทำให้สถานการณ์ดูดีขึ้นกว่าเดิม อย่าลืมว่า นี่คือช่วงเทศกาล เตะแหลกและแหกโค้ง ที่ยากสำหรับทุกทีม มีเพียงทีมอันดับ 5 และ 6 อย่าง ท็อทแน่ม ฮอตสเปอร์ส และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 ทีมที่โกยแต้มได้ 100% (12 คะแนน) ในช่วงเทศกาลสุดโหดนี้ได้ ในขณะที่หงส์แดง ลิเวอร์พูล แม้จะทำได้แค่เสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ในเกมล่าสุด แต่ก็สามารถทำแต้มรวมในช่วงเทศกาลสุดโหดนี้มาเป็นอันดับ 3 (10 คะแนน) ดีกว่าจ่าฝูง เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เก็บได้เพียง 9 คะแนน เท่านั้น
ผลการแข่งขันของทีมในพรีเมียร์ลีก ในช่วงเทศกาลสิ้นปี + ปีใหม่
เหลือบมาดูตารางคะแนนของจริงกันบ้าง เมื่อผ่านไป 20 เกม มีเรื่องน่าสนใจว่า ตอนนี้ ตารางคะแนนถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มแบบชัดเจน นั่นคือ กลุ่มทีมลุ้นแชมป์ ซึ่งมีกันทั้งหมด 6 ทีมด้วยกัน (อันดับ 1-6 ตารางแดง) กลุ่มนี้กำลังทำแต้มบี้กันอย่างสนุก ใครพลาดมีโอกาสสูงที่จะถูกทีมที่เหลือแซงข้ามหัวขึ้นไปทันที ในขณะที่อีกกลุ่มคือ กลุ่มทีมที่ไม่ได้ลุ้นแชมป์ (อันดับ 7-20 –ตารางฟ้า) กลุ่มนี้แม้จะไม่ได้มีลุ้นแชมป์ แต่ก็สำคัญสุดๆ เพราะนอกจากจะต้องสู้เพื่ออันดับที่ดีที่สุดแล้ว การเจอทีมที่อยู่ในโซนหนีตกชั้น มักจะเป็นปัญหาที่ทีมลุ้นแชมป์ต้องเจองานลำบากในทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาล
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016/17 เมื่อผ่านไป 20 เกม
เชลซี ทีมจ่าฝูงในเวลานี้ ดูจะรับมือกับทีมในตารางฟ้าได้ดีที่สุด เพราะตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลนี้มา เชลซีทำแต้มหล่นจากการเจอทีมในกลุ่มนี้เพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น (เสมอสวอนซี) จากการลงเล่น 14 เกม ในขณะที่สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, แมนฯซิตี้ ทำแต้มหล่นใกล้เคียงกัน (8-9 คะแนน) ส่วนแมนฯยูไนเต็ด และลิเวอร์พูลทำแต้มหล่นจากทีมในกลุ่มนี้มากที่สุด (11 และ 12 คะแนนตามลำดับ) จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเชลซีจึงนำจ่าฝูงโดยการทิ้งอันดับ 2 อย่างลิเวอร์พูลถึง 5 คะแนน ในส่วนของลิเวอร์พูล พวกเขาจำเป็นที่จะต้องพัฒนาฟอร์มการเล่นเวลาเจอทีมเล็กๆให้ดีกว่านี้ ลิเวอร์พูลเสียแต้มแบบไม่น่าเสียในหลายๆเกม เชื่อว่าแฟนเดอะ ค็อป ทุกคนยังคงติดตามกับเกมแพ้ เบิร์นลีย์ 2-0 ทั้งๆที่บุกแทบทั้งเกม, แพ้ บอร์นมัธ ทั้งๆที่นำก่อน 3-1, เกมเสมอเวสต์แฮม 2-2 คาแอนฟิลด์ ทั้งๆที่ครึ่งหลังพับสนามบุกทั้งครึ่ง หรือเกมล่าสุดที่เสมอซันเดอร์แลนด์แบบกรรมการตัดสินค้านสายตา 2-2 เกมเหล่านี้ ถ้าเปลี่ยนผลการแข่งขันจากเสมอเป็นชนะ หรือจากแพ้เป็นเสมอได้ ป่านนี้ลิเวอร์พูลก็นำจ่าฝูงไปแบบสบายๆแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องทำการบ้านอย่างหนักกับอีก 18 เกมที่เหลืออยู่ ซึ่งไม่ใช่แค่คล็อปป์เท่านั้น เปป กวาดิโอล่า, อาแซน เวนเกอร์, โชเซ่ มูรินโญ่ และเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต่างก็ต้องทำการบ้านตีโจทย์ตรงนี้ให้หนักๆหากยังหวังเห็นทีมของตัวเองไปถึงฝั่งฝัน
หันมามองการพบกันเองของทีมในกลุ่มตารางสีแดง หรือ 6 ทีมลุ้นแชมป์กันบ้าง เป็น ลิเวอร์พูลที่ทำได้ดีกว่าใครเพื่อน ฤดูกาลนี้ทีมของคล็อปป์ยังไม่แพ้กับการเจอทีมลุ้นแชมป์ด้วยกัน ลงเล่นไป 5 เกม ชนะ 3 เสมอ 2 เก็บได้ 11 จาก 15 คะแนน ในขณะที่เชลซีที่แม้จะชนะทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์มาได้ 3 เกมเท่ากับลิเวอร์พูล แต่ก็แพ้ถึง 3 เกม เช่นกัน เก็บได้เพียง 9 จาก 18 คะแนน เท่านั้น อันดับ 3 สเปอร์สตามมาติดๆทำได้ 8 คะแนนจาก 6 เกม ส่วนแมนฯซิตี้, อาร์เซน่อล และแมนฯยูไนเต็ด มีสถิติที่เจอกันเองกับทีมหัวตารางไม่ดีนัก
น่าจับตามองเกมในสัปดาห์หน้าว่าลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่กำลังฮอตหลังชนะมา 6 เกมติดในลีก จะสามารถเอาชนะทีมที่ทำได้ดีที่สุดในยามที่เผชิญหน้ากับทีมใหญ่ด้วยกันอย่างลิเวอร์พูลได้หรือไม่ เกมนี้ PPTVHD ช่อง 36 ถ่ายทอดสดให้แฟนบอลชาวไทยได้ลุ้นได้เชียร์กัน วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม เวลา 5 ทุ่ม ห้ามพลาดเด็ดขาด !!
---------------------------------------------------------------------------------------------
“ม้าตีนปลาย” ที่ชื่อ ลิเวอร์พูล ...
ถ้าใครติดตามลิเวอร์พูลมานานน่าจะสังเกตได้ว่า ลิเวอร์พูล มักจะทำผลงานช่วงหลังปีใหม่ได้ดีกว่าช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล จะเป็นเพราะ การเสริมทีมช่วงตลาดมกราคม, ความเข้าใจของผู้เล่นที่มีมากขึ้น หรือบรรดานักเตะเป็นพวกเครื่องดีเซลเครื่องร้อนช้า ก็ตาม ผมได้รวบรวมสถิติการเล่นของลิเวอร์พูล 10 ฤดูกาลหลังสุดมา เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผมและหลายๆคนเคยพูดนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่
จากการรวบรวมข้อมูล จะเห็นภาพชัดเจนว่า จาก 10 ฤดูกาลหลังสุด มีถึง 7 ฤดูกาลด้วยกันที่ลิเวอร์พูลสามารถทำคะแนนใน 19 เกมหลังได้ดีกว่า 19 เกมแรก มียกเว้นอยู่ 3 ฤดูกาลด้วยกัน (2006/07, 2011/12 และ 2015/16) ซึ่งทั้ง 3 ฤดูกาลนั้นลิเวอร์พูลมีภาระในการเข้าชิงฟุตบอลถ้วยด้วยกันทั้งสิ้น ทำให้การจัดตัวของผู้จัดการทีมหรือสมาธิของผู้เล่นอาจจะไม่เต็มที่กับบอลลีก จากการคำนวนค่าเฉลี่ย 10 ปี หลังสุด จะได้ว่า ลิเวอร์พูลจะมีคะแนนเพิ่มขึ้น 2.7 คะแนน ซึ่งถ้าวัดกันตามค่าเฉลี่ยนี้ ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลจะจบฤดูกาลโดยมีคะแนนถึง 89 คะแนนเลยทีเดียว (แต่การเข้าชิงบอลถ้วย อาจจะทำให้คะแนนเปลี่ยนแปลงจากตรงนี้ได้)
แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงตรงนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังมีงานที่จะต้องทำอีกเยอะ อย่างน้อยๆก็ฟอร์มการเล่นเจอกับทีมนอกท็อป 6 ที่ต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ เช่นเดียวกับที่ต้องภาวนาให้ผู้เล่นที่มีอย่าต้องมาเจอกับอาการบาดเจ็บอย่างเช่นที่ผ่านมา อาจจะฟังดูยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ... เก่งอย่างเดียวไม่พอ ลิเวอร์พูลชั่วโมงนี้ ต้องหวังพึ่งดวงด้วย เริ่มมันตั้งแต่เกมหน้านี่แหละ
ต้น วโรดม
AFP Photo / Adrian DENNIS
AFP Photo