คอลัมน์ ต้น...ทางฟุตบอล by ต้น วโรดม : เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คอลัมน์ ต้น...ทางฟุตบอล by ต้น วโรดม

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

          ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ผ่านมามีการพลิกล็อคมากมายหลายคู่ โดยเฉพาะทีมในกลุ่มนำ “ท็อป 6” ที่พากันพลาดท่าไม่สามารถเก็บ 3 คะแนน กันถึง 4 ทีม แต่ที่เรียกว่าล็อกถล่ม ทำเอาแฟนบอลทั้งพันธุ์แท้ชนิดเข้าเส้นและขาจรต้องร้องกันไปตามๆกัน คือ เกมที่สนามแอนฟิลด์ ที่เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3 ที่มีเกมรุกอันเอกอุ ยิงประตูได้มากที่สุดในบรรดา 20 ทีม เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของสวอนซี ซิตี้ ที่รั้งบ๊วยพ่วงตำแหน่งทีมที่เสียประตูมากที่สุดในลีกเวลานี้ ดูจากดีกรีและสถิติที่ว่ามา สวอนซี ไม่มีประตูไหนที่สู้กับที่เจ้าบ้านได้เลย และยิ่งเจ้าบ้านไม่แพ้ทีมใดเลยในเกมลีกที่เล่นในบ้านมานานถึง 1 ปีเต็ม เชื่อว่าก่อนเกมหากบอกแฟนสวอนซีว่าเกมนี้จะมาเก็บ 1 คะแนน จากแอนฟิลด์ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ และคงจะรีบคว้าไว้แบบไม่ต้องเตะให้เสียเวลา ... แต่ฟุตบอล คือ เกมที่เราไม่สามารถคาดการณ์ผลการแข่งขันได้ 100% จนกว่ากรรมการจะเป่าหมดเวลา (ตอนแรกจะเขียนว่า 90 นาที แต่ยุคนี้แค่ 90 นาที มันไม่พอแล้ว นาที 95 ยังมียิง อิอิ)  ใครจะไปคาดคิดว่าสวอนซีไม่ใช่แค่บุกมาเก็บได้แค่ 1 แต่ได้กลับไปถึง 3 คะแนนเต็มจากแอนฟิลด์ชนิดที่ว่า “เดอะ ค็อป” และแฟนบอลหงส์ขาวไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

          สกอร์ 2-3 ที่ออกมา แม้จะไม่ได้สะท้อนรูปเกมที่เกิดขึ้น เพราะทีมเยือนมีโอกาสยิงทั้งเกมเพียง 6 ครั้ง ตรงกรอบ 3 ครั้ง เป็น 3 ประตู ในขณะที่เจ้าบ้านเดินเกมอยู่ฝั่งเดียว มีโอกาสยิงทั้งเกมรวมมากถึง 18 ครั้ง (ตรงกรอบ 5) ครองบอลได้มากถึง 73.5 % แต่ก็ไม่สามารถส่งบอลเข้าไปนอนก้นตาข่ายของทีมเยือนมากกว่า 2 ประตูที่ทำได้ สิ้นลายทีมที่มีเกมรุกดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกชั่วโมงนี้ แถมยังเป็นการสิ้นลายคารังแอนฟิลด์เป็นครั้งแรกในรอบปี ไม่แปลกใจเลยที่หลังเกมแฟน “เดอะ ค็อป” ทุกทั่วสารทิศจะพากันอารมณ์เสีย และผิดหวังในผลการแข่งขันนัดนี้ แม้ว่าสุดท้ายแล้วยังโชคดีที่ผลการแข่งขันเกมอื่นยังเป็นใจ ทำให้ทีมยังไม่หลุดจากตำแหน่ง “ท็อป 4” แต่หากจะพูดถึงการลุ้นแชมป์ ที่โดนเชลซีทิ้งห่างออกไปถึง 10 คะแนน แล้วเวลานี้ ต้องถือว่าแทบจะช้อยปิดฉากอย่างไม่เป็นทางการ และอาจจะเป็นทางการหากลิเวอร์พูลปล่อยเชลซีสามารถบุกมาคว้า 3 คะแนนในแอนฟิลด์ได้ในสัปดาห์หน้า

               อะไรคือ สิ่งที่ทำให้ลิเวอร์พูลแพ้ วันนี้ เราลองมาไล่เรียงสาเหตุกันอย่างคร่าวๆกันครับ

 

1 ดวง

               “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” คำๆนี้ใช้ได้กับทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลก่อนได้เป็นอย่างดี เลสเตอร์ทีมที่มากับดวงของจริง ในฤดูกาลทีมอื่นประสบปัญหาอาการบาดเจ็บกันมากมาย มีแต่จิ้งจอกสยามทีมเดียวที่อยู่เหนือปัญหานี้ได้อย่างเหลือเชื่อ ผู้เล่นตัวจริงแทบไม่มีใครบาดเจ็บเลย ในขณะที่ลิเวอร์พูลฤดูกาลนี้เชื่อหรือไม่ว่าครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลสามารถใช้ผู้เล่นในเกมรุกแบบลงครบครันกันทุกคนนั้น ต้องย้อนกลับไปถึงนัดที่ถล่ม วัตฟอร์ด 6-1 พาลิเวอร์พูลเถลิงตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ... ผู้เล่นในเกมรุกที่ผมหมายถึง นั่นคือแก๊ง “แฟนตาสติก 4” ที่ประกอบไปด้วย อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และซาดิโอ มาเน่ นี่คือ 4 ผู้เล่นเกมรุกที่ดีที่สุดที่ลิเวอร์พูลมีในเวลานี้ และเมื่อพวกเขาทั้ง 4 คนลงสนามพร้อมเพรียงกันทีมไม่เคยแพ้ เป็นเวลากว่า 2 เดือนที่พวกเขาทั้ง 4 คน ไม่ได้ลงตัวจริงพร้อมหน้าพร้อมตากัน

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

ลองกวาดตาไปดูทีมลุ้นแชมป์ทีมอื่น ต้องบอกว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เปลี่ยนแนวรุกตัวจริงบ่อยที่สุด ซึ่งถ้าเกมพบกับสวอนซีมีทั้ง 4 คนนี้ลงสนามพร้อมกัน ผมเชื่อว่าเกมรุกของลิเวอร์พูลจะมีอาวุธเข้าทำที่หลากหลายขึ้นแน่ การขาดซาดิโอ มาเน่ ในการเจอกับทีมที่มาเล่นรถบัสรับลึกหน้ากรอบเขตโทษตัวเอง ทำให้การเลี้ยงกินตัวผู้เล่นเพื่อเจาะแนวรับคู่แข่ง เป็นไปได้ยาก ผู้เล่นสวอนซีวางกำลังเกมรับได้ดี ถึงเวลานี้ก็ได้แต่ภาวนาแล้วว่าหลังจากมาเน่กลับมาจากทีมชาติขอให้อย่ามีใครต้องบาดเจ็บจนต้องหายไปจากทีมอีกเลย  ... เกมรุกว่าโชคร้ายแล้ว การไม่ได้ลงสนามของ โจเอล มาติป ในเกมนี้เพราะปัญหาระหว่างนักเตะกับทีมชาติแคเมอรูน เป็นอะไรที่ต้องบอกว่ารับไม่ได้อย่างแรงในโลกฟุตบอลสมัยนี้ กว่าฟีฟ่าจะจัดการเรื่องทุกอย่างได้ก็ปาไปวันศุกร์ เท่ากับว่ามาติปแทบจะหมดโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงพบสวอนซีเพราไม่ได้ลงซ้อมกับทีม 11 ตัวจริง การขาดมาติปที่หายจากอาการบาดเจ็บพร้อมลงสนามไปถึง 3 เกม สร้างความเสียหายให้กับทีมเป็นอย่างมาก และนี่จะเป็นบทเรียนสำคัญในอนาคตที่ต้องจัดการตรวจสอบเอกสารให้ชัดเจนหากต้องการนักเตะสัญชาติแอฟริกาเข้ามาร่วมทีม

2 เกมรับที่พลาดง่ายๆ

               เดยัน ลอฟเรน กับ รักนาร์ คลาวาน เป็นกองหลังที่เก่งครับ แต่ยังขาดสิ่งที่กองหลังชั้นดีพึ่งมีอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ “ความสม่ำเสมอ” นัดไหนเล่นดี ก็ดีจริงๆ อย่างเช่นเกมเยือนแมนฯยูไนเต็ด หรือเกมเปิดบ้านพบแมนฯซิตี้ ทั้งคู่เล่นได้ดีจนได้รับคำชมจากแฟนบอลอย่างมาก

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

กลับกันนัดไหนเล่นแย่ ทั้งคู่ถือเป็นตัวตลกที่คู่แข่งลูบปากเวลาเจอเลยทีเดียว อย่างเกมล่าสุด ลอฟเรนดูจะมีปัญหาในการยืนตำแหน่งประกบ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ หัวหอกตัวเก๋าของสวอนซี จนเป็นเหตุให้เสียประตูแรกจากลูกเตะมุม มิหนำซ้ำลูกที่ 3 ที่เสีย ลอฟเรนก็ยังเข้าบอลพลาด จนหลุดตำแหน่ง โดนทอม แคร์โรลล์ เลี้ยงผ่านไปได้แบบสบายเท้าจนเป็นเหตุให้เสียประตู เช่นเดียวกับน้าหงา คราวาน ที่เจอกับความเร็วของเวย์น เราท์เล็ดจ์ป่วนเกือบตลอดเกม แถมยังโดนใบเหลืองตั้งแต่ครึ่งแรกทำให้เล่นยากในครึ่งหลังไปกันใหญ่ ส่วนนาธาเนียล ไคล์นก็ไม่ใช่วันที่เจ้าตัวเล่นได้เข้าฟอร์มนัก โดยรวมทำให้แผงหลังวันนี้ค่อนข้างอ่อนยวบ โดยเฉพาะเมื่อเจอเกมโต้ของสวอนซีที่ต่อบอลกันได้อย่างดี โชคดีของลิเวอร์พูลที่หลังจบเกมนี้โจเอล มาติป ปราการหลังเบอร์ 1 จะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง หวังว่ากลับมาคราวนี้จะได้ลงเล่นยาวๆ จะได้ไม่ต้องมาลุ้นให้ลอฟเรนหรือคลาวานผีเข้าอีกให้เหนื่อยใจ

3 เอมเร่ ชาน + จอร์จินโญ่ ไวจ์นาลดุม ต้องมีสักคนที่สำรอง

               ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ร้อนแรงในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นของเอมเร่ “เมสซี่” ชาน ที่ทำเอาแฟนหงส์แดงแบ่งกันออกมาเป็น 2 ก๊ก

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

1 คือ พวกยังสนับสนุนชานให้ได้ลงสนาม กับ 2 คือ พวกที่บอกว่าดรอปชานได้แล้ว ไอ้นี่แหละเป็นตัวทำเกมรุกเกมรับทีมพัง ช้า แถมยังเล่นยาก เช่นเดียวกับจอร์จินโญ่ ไวจ์นาลดุม ที่มีแฟนๆหลายคนบอกเช่นกันว่า ไม่ได้สร้างประโยชน์อันใดให้แก่ทีมเลย ได้แต่แปะบอลไปมา ผลงานส่วนตัวของแต่ละคนเป็นอย่างไรผมคงไม่ลงรายละเอียดมากนัก แต่สิ่งที่ผมจะพุ่งประเด็นไป คือ เมื่อลิเวอร์พูลส่งทั้งคู่ลงสนามพร้อมกันเมื่อไหร่ ผลงานของทีมจะดีสู้ยามที่ส่งในลงสนามตัวจริงมาคนเดียวไม่ได้ ... จากสถิติที่มีทั้งคู่ลงตัวจริงพร้อมกันนับเฉพาะในลีก 7 เกม ลิเวอร์พูลชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 2 หรือ คิดเปอร์เซ็นต์การชนะได้เพียง 28.6% เท่านั้น ในขณะที่ถ้าส่งใครคนใดคนหนึ่งลงตัวจริงจะมีเปอร์เซ็นต์คว้าชัยชนะได้มากถึง 73.33% (ชนะ 11 จาก 15 เกม) เลยทีเดียว ... ไม่รู้ว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ จะทราบถึงตัวเลขนี้บ้างมั้ย ภาวนาให้คล็อปป์รู้ไวๆทีเถอะ !!

4 อดัม ลัลลาน่า ต้องเล่นมิดฟิลด์ตัวกลางเท่านั้น !!

               ผลพวงจากการที่เอมเร่ ชาน และจอร์จินโญ่ ไวจ์นาลดุม ถูกส่งลงมาพร้อมกันในแดนกลาง นั่นคือการที่อดัม ลัลลาน่า ต้องถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งที่สูงกว่า และนั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เอาลัลลาน่าออกไปเล่นไกลจากตำแหน่งที่เจ้าตัวทำผลงานได้ดีที่สุด ... อดัม ลัลลาน่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ยิง 7 ประตู กับอีก 7 แอสซิส ตลอด 20 เกมที่ลงสนามในลีกฤดูกาลนี้ โดยประตูที่ลัลลาน่าทำได้ทั้งหมดนั้นมาจากการเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวกลางทั้งสิ้น !

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

สถิติจากเวบไซด์ http://www.transfermarkt.co.uk บอกไว้ว่า ลัลลาน่า ยิงได้ 7 ประตู กับจ่ายให้เพื่อนทำประตูได้ 6 แอสซิสต์ ยามเมื่อเล่นปักหลักตำแหน่งกองกลางที่พร้อมเติมเข้ากรอบเขตโทษเป็นกองหน้าคนที่ 2 ของทีม นี่คือตำแหน่งที่ดีที่สุดของเทพม้วนวัย 28 ปี คนนี้

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

นอกจากจะยิงและจ่ายแล้ว การเล่นตรงกลางยังทำให้ลัลลาน่าสามารถไล่เพลสซิ่งบอลในแดนกลางได้อย่างอิสระ ด้วยพละกำลังที่ล้นเหลือ บวกกับความคล่องตัว ทำให้ทีมสามารถเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ น่าเสียดายจริงๆที่ผลพวงจากอาการบาดเจ็บนักเตะในเกมรุก ทำให้คล็อปป์ต้องโยกลัลลาน่าขึ้นไปยืนสูงกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ประสิทธิภาพเกมในแดนกลางของลิเวอร์พูลด้อยลงไปถนัดตา

5 ตัดเกมไม่ได้ ก็เท่ากับปล่อยให้คู่แข่งได้ใจ

               มาถึงเหตุผลสำคัญว่าทำไมลิเวอร์พูลวันนั้น ถึงแพ้ให้กับสวอนซี คาบ้าน ลองดูชอล์กบอร์ดสถิติจากออปต้า บริษัทจัดเก็บสถิติข้อมูลกีฬา ที่ผมเอามาแปะประกอบสิครับ เหลือเชื่อว่าทั้งเกมลิเวอร์พูลจะตัดเกมได้แค่ 4 ครั้งเท่านั้น(เทียบกับเกมในบ้านล่าสุดที่พบกับแมนฯซิตี้ ตัดบอลได้ 19 ครั้ง) แถม 3 ใน 4 ครั้ง เป็นการทำได้ในครึ่งแรก

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

เท่ากับว่าในเกมที่ยิงประตูกันถึง 5 ประตูในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลสามารถตัดบอลจากสวอนซีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งผิดจากวิถีการเล่นในสไตล์กีเก้น เพลสซิ่ง เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะลูกที่สวอนซีได้ประตูที่ 3 ที่ถ้าหากสามารถตัดบอลหรือตัดฟาวล์จากกลางสนามได้ ทีมคงไม่เสียประตูที่ 3  ตรงกันข้ามกับสวอนซีที่ตัดการลำเลียงบอลของทางฝั่งเจ้าบอลได้ถึง 13 ครั้ง (ครึ่งแรก 7 ครึ่งหลัง 6) สร้างปัญหาให้เกมรุกของลิเวอร์พูลติดๆขัดๆ ต้องยกความดีความชอบให้กับกองกลางของสวอนซีอย่างแจ็ค คอร์ก และ ทอม แคร์โรลล์ ที่ช่วยกันเล่นตามแทกติกได้ดี เช่นเดียวกันกับ พอล คลีเม้นช์ ที่วางแผนมาเล่นได้อย่างรัดกุม

6 การเสริมทีมของสวอนซี

               สวอนซีจัดการคว้าตัว ทอม แคร์โรลล์ มาจากท็อทแน่ม ฮอตสเปอร์ส และมาร์ติน โอลสัน มาร่วมทีมก่อนเกมมาเยือนแอนฟิลด์ และก็เป็น 2 คนนี้นี่เองที่โชว์ฟอร์มได้อย่างเยี่ยมยอด ทอม แคร์โรลล์ จากนักเตะที่ทั้งฤดูกาลได้เล่นเพียงแค่ 20 นาทีที่สเปอร์ส มาเป็นตัวจริงตลอด 90 นาทีในเกมที่แอนฟิลด์ ทำแอสซิสต์ในประตูที่ 2 ของสวอนซี เปิดโค้งให้ญอเรนเต้โถมเข้าโขกเป็นประตู

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  เมื่อศรัทธาถูกทดสอบ

เช่นเดียวกับประตูที่ 3 ที่แคร์โรลล์เลี้ยงบอลหลบลอฟเรนก่อนที่จะโดนคลาวานสกัดมาเข้าทางซิกรูด์สสันยิงเข้าไป นอกจากเกมรุกแล้ว แคร์โรลล์ยังช่วยเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม ตัดบอลได้ 3 ครั้ง เคลียร์บอลจังหวะอันตราย 2 ครั้ง ในขณะที่มาร์ติน โอลสัน แบ็คซ้ายที่เพิ่งย้ายมาจากนอริชก็ป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้ง 2 คนถือเป็นส่วนเติมเต็มให้กับสวอนซีพลิกสถานการณ์จากทีมที่กำลังจะตกชั้น ให้ได้ลุ้นในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ ด้วยกึ๋นของกุนซือพอล คลีเม้นท์ บวกกับนักเตะของทีมที่ถือว่าดีอยู่แล้วอย่าง เฟอนานโด้ ญอเรนเต้, กิลฟี่ ซิกรูด์สสัน, เลอรอย เฟอ รวมไปถึงเวย์น เราท์เล็ดจ์ สวอนซีอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาลนี้ก็เป็นได้

          ความพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูลอาจจะทำให้แฟนบอลไม่พอใจ แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วเราไม่สามารถแก้ไข หรือเปลี่ยนผลการแข่งขันของทีมได้ ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้ มี 45 คะแนน ยังคงรั้งอันดับ 4 ห่างจากอันดับที่ 5 อย่างแมนฯซิตี้ 2 คะแนน เหล่าเดอะ ค็อปต้องท่องให้ขึ้นใจไว้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของทีมในฤดูกาลนี้คือการทำอันดับเพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในขณะที่การลุ้นแชมป์ถือเป็นโบนัสที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น ซึ่งถือว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ พาทีมมาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ก่อนเปิดฤดูกาลได้ ลิเวอร์พูลยังมีโปรแกรมที่ได้เปรียบกว่าทีมอื่น นั่นคือ 16 เกม ที่เหลืออยู่นั้น เป็นโปรแกรมที่เล่นในบ้านถึง 9 เกม มากกว่าทีมอื่นๆทุกทีมในลีก ใน เดือนกุมภาพันธ์ลิเวอร์พูลจะได้ซาดิโอ มาเน่ กลับมาจากการรับใช้ชาติ นั่นน่าจะทำให้ทีมได้กลับมาใช้ผู้เล่น 11 ตัวจริงที่ดีที่สุดอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อถึงเวลานั้นการเดินหน้ากวาดแต้มเข้ากระเป๋าแบบที่เราได้เห็นในช่วงต้นฤดูกาลอาจจะกลับมาอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลานั้นถ้าสถานการณ์เป็นใจ เราอาจจะได้กลับมาลุ้นเก็บโบนัสกันอีกครั้ง

               แต่สำหรับเวลานี้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรักษาอันดับ 1 ใน 4 และเดินหน้าคว้าแชมป์บอลถ้วยในประเทศให้ได้สัก 1 รายการ ถ้าทำได้ ผมถือว่านี่เป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายของทีมแล้วครับ

               เมื่อศรัทธาถูกผลการแข่งขันที่ไม่ถูกใจสั่นครอน สิ่งที่เราทำได้ก็คงได้แค่ เชื่อ ... เชื่อแบบไม่ต้องสงสัยอะไรให้ปวดหัว

ถ้าไม่เชื่อในทีม ก็ลองเชื่อในชายที่ชื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูก็ได้ครับ ... ผมน่ะเชื่อแล้ว พวกคุณหน่ะ เชื่อหรือยัง ?

 

ต้น วโรดม

 

AFP Photo / PAUL ELLIS
AFP Photo / GLYN KIRK
AFP Photo / OLI SCARFF
AFP Photo / ANTHONY DEVLIN

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ