คอลัมน์ Bundes Land by สาลิกา ณ เยอรมัน : อ่อนแอ ก็แพ้ไป


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คอลัมน์ Bundes Land by สาลิกา ณ เยอรมัน

 บุนเดสลีกาผ่านไป 23 นัด เกิดการเปลี่ยนแปลงกุนซือไปพอสมควร ที่บิ๊กเนมหน่อยเห็นจะเป็นดีเตอร์ เฮ็คคิงก์ ที่ตกงานจากโวล์ฟสบวร์ก ได้ไม่นาน โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ก็เรียกตัวไปใช้บริการเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ในถิ่นโบรุสเซีย ปาร์ค ต่อทันที

 และช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม(ตามเวลาบ้านเรา)ที่ผ่านมา ได้มีข่าวใหญ่จากประเทศเยอรมัน ถึงการปลดกุนซือออกจากตำแหน่ง สังเวยผลงานสุดห่วยที่ได้สร้างไว้ ถึงแม้อาจจะไม่เซอร์ไพรส์มากนัก แต่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของห้างขายยา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อหมดความอดทนกับ โรเจอร์ ชมิดท์ กุนซือผู้สร้างห้างขายยาให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

 10 นัดหลังสุดในบุนเดสลีกาของห้างขายยา เอาจริงๆไม่ขี้เหร่มากนัก เมื่อชนะถึง 4 นัด เสมอ 1 และแพ้ไป 5 เกม แต่สิ่งที่ผู้บริหารอาจคำนึงถึง คือ ฟอร์มการเล่น 3 นัดหลังสุด ที่เละเทะเหลือเกิน ทั้งในบุนเดสลีกาและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก

ถ้วยหูใหญ่ของยุโรป ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ถูกจับสลากไปพบกับ แอตเลติโก มาดริด ยอดทีมจากสเปน อาจจะโชคร้ายนิดๆที่ต้องเจอตราหมีแห่งสเปน เพราะฟอร์มในลีก ผลงานไม่ค่อยเข้าตา จนอันดับร่วงลงมา ทำให้ต้องลุ้นอันดับที่ 4 เหนื่อย จนเป้าหมายของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ต้องเบนเข็มมาจริงจังกับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แทน เผื่อจับพลัดจับผลูคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์มาครอง ก็ไม่ต้องลำบากในลีกแล้ว

 ยกแรกลูกทีมของโรเจอร์ ชมิดท์ ได้เล่นในไบ อารีน่า ก่อน ด้วยความหวังที่จะเก็บความได้เปรียบไว้ก่อนที่จะยกพลบุกแดนกระทิงดุ ที่บิเซนเต้ กัลเดร่อน ชมิดท์เลยจัดทัพใหญ่ นำมาโดย ยอดกองหน้าเม็กซิกัน ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ชิชาริโต้ คาริม เบลลาราบี้ และยูเลี่ยน บรันด์ท แต่รูปเกมและผลการแข่งขันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

เมื่อแอตเลติโก มาดริด ทำได้ดีในจังหวะสุดท้าย บุกมานำไปก่อน 0-2 จากซาอูล นิเกซ และอ็องตวน กรีซมันน์ ถือว่าเสียหายหนักมากสำหรับเลเวอร์คูเซ่น กับการเสียอเวย์โกลถึง 2 ประตูภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

 โรเจอร์ ชมิดท์ รู้ว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ครึ่งหลังมาสั่งให้ลูกทีมเปิดแลก และได้ประตูคืนมาอย่างรวดเร็วเพียง 3 นาที จากคาริม เบลลาราบี่ แต่ให้หลังอีก 10 นาที ความหวังของห้างขายยากลับมาเลือนลางอีกครั้ง เมื่อเจอทีเด็ดจังหวะสวนตูมเดียวหายของแอต.มาดริด จากจุดโทษของเกแว็ง กาเมโร่

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น รวมแรงรวมใจสู้อีกครั้ง ก่อนจะตีตื้นเป็นคันรบที่ 2 จากการทำเข้าประตูตัวเองของสเตฟาน ซาวิซ กองหลังตราหมี สกอร์ไล่มาเป็น 2-3 เลเวอร์ฯยังคงเปิดเกมรุกเข้าใส่ผู้มาเยือน แต่สุดท้ายโดนความเฉียบขาดของ แอตเลติโก มาดริด เล่นงานจนได้ในนาทีที่ 86 จาก เฟร์นานโด ตอร์เรส จบเกมไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แพ้ยับให้กับ แอตเลติโก มาดริดไป 2-4 โอกาสเข้ารอบริบหรี่

 

 นัดต่อมาห้างขายยาได้เล่นในบ้านอีกครั้ง คราวนี้ต้อนรับการมาเยือนของไมนซ์05 และกองหลังยังเป็นจุดบอดเหมือนเดิม กับการเสียประตูอย่างรวดเร็วภายใน 12 นาทีแรกของเกม โดยผู้มาเยือนได้ประตูจาก สเตฟาน บอลล์ และเลวิน ออซตูนาลี่ เด็กเก่าของตัวเองเล่นงาน

 เก้าอี้ของโรเจอร์ ชมิดท์ ร้อนฉ่าทันที เกมถัดไปคาดว่าเป็นฝางเส้นสุดท้ายของกุนซือวัย 49 ซึ่งเป็นงานช้างเลย กับการบุกไปเยือนซิกนั่ล อิดูน่า ปาร์ค ถิ่นของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ฟอร์มกำลังร้อนฉ่า ยิงประตูคู่แข่งได้ติดต่อกันถึง 14 เกม และชนะ 8 จาก 14 เกมนี้ด้วย

 พีพีทีวี ออนไลน์ ถ่ายทอดสดเป็นสักขีพยานในเกมนี้ด้วย เกมที่บ่งบอกว่า โรเจอร์ ชมิดท์ กับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น หมดเวลาต่อกันเสียที เพราะสกอร์ที่ออกมามันโหดร้ายต่อแฟนๆ รวมถึงบอร์ดบริหาร ที่อยู่นิ่งและทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว

 ชมิดท์ เหมือนจะรู้ว่าแผงหลัง คือ จุดอ่อน ของทีมในซีซั่นนี้ เลยจัดการเปลี่ยนเอา ทิม เยดวาย ที่ฤดูกาลก่อนเล่นแบ็กขวา แต่ปีนี้ถูก เบนจามิน เฮนริชส์ เบียดแย่งตำแหน่งไป กลับมายืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ คู่กับ โอเมอร์ ท็อปรัค แต่แผนนี้ดูไม่เป็นผลอีกตามเคย

 เกมรุกของเสือเหลืองสะเด่าเหลือเกิน ยิงเป็นเข้าจริงๆในเกมนี้ และออกนำไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 6 นาทีจากอุสมาน เดมเบเล่ ก่อนมาได้ประตูที่ 2 จากปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยัง ในนาทที่ 26 ซึ่งเสีย 2 ประตูในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก 3 เกมติดต่อกัน ถึงแม้จะได้ประตูตีตื้นจาก เควิน โฟลลันด์ ในต้นครึ่งหลัง แต่หลังจากนั้นโศกนาฎกรรมก็เกิดขึ้น

 ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยังมาเบิ้ลลูกที่ 2 ของตัวเอง คริสเตียน พูลิซิซ อันเดร เชือร์เล่ (จุดโทษ) และราฟาเอล เกร์เรโร่ ดาหน้ากันยิงอย่างเมามันส์ ส่วนลูกทีมของชมิดท์ยิงคืนมาได้อีกเพียงลูกเดียวจากฟรีคิกสุดสวยของเวนเดลล์ แต่ทำได้แค่นั้น ท้ายสุดแพ้เละเทะ 6-2 ก่อนที่วันรุ่งขึ้น ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ประกาศปลด โรเจอร์ ชมิดท์ ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

 

โรเจอร์ ชมิดท์ เข้ามารั้งบังเหียนในถิ่นไบ อารีน่า ตั้งแต่ปี 2014 โดยถูกดึงตัวมาจาก เร้ด บูลส์ ซัลบวร์ก ยอดทีมจากออสเตรีย ผลงาน 3 ปีในการคุมทัพเลเวอร์ฯ โน้มเอียงไปทาง ยอดเยี่ยม เมื่อคุมทีมลงแข่งขันทั้งหมด 128 เกม ชนะ 62 เสมอ 29 และแพ้ 37 นัด มีค่าเฉลี่ยชนะอยู่ที่ 48.44% โดยจบอันดับที่ 4 และ 3 ตามลำดับ จนมาถึงกลางซีซั่นนี้ อันดับร่วงกราว อยู่ที่ 10 ตามหลังอันดับ 4 ตำแหน่งสุดท้ายของพื้นที่ยูซีแอล ถึง 11 คะแนน

 ล่าสุด ห้างขายยาได้กุนซือกู้สถานการณ์คนใหม่เป็นที่เรียบร้อย โดยหวยตกไปที่ ทายฟุน คอร์คุต กุนซือหนุ่มสัญชาติเติร์ก ที่มีประสบการณ์คุมทีมในบุนเดสลีกามา 3 ปี กับทีมฮันโนเวอร์96 และไกเซอร์สเลาเทิร์น ก่อนจะออกจากตำแหน่งเมื่อปลายปีที่แล้ว

 แต่สถิติการคุมทัพของกุนซือวัยเพียง 42 ปี ไม่ค่อยพิสมัยนัก เมื่อคุมฮันโนเวอร์ได้เพียงปีครึ่ง โดยพาทีมไม่ชนะใครถึง 13 เกมติดต่อกัน แถมคุมไกเซอร์ฯไปไหนเพียง 16 นัด และเก็บชัยชนะ เบายังกับปุยนุ่นแค่ 4 นัดเท่านั้น

 น่าแปลกใจไม่น้อยถ้าดูจากสถิติการคุมทัพของ คอร์คุต ในการจิ้มกุนซือหนุ่มคนนี้มาคุมทีมแทน โรเจอร์ ชมิดท์ กับเป้าหมายที่ใหญ่ในการพาทีมห้างขายยากลับไปพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้

 แต่สัญญาที่เลเวอร์คูเซ่น มอบให้ คอร์คุต จบเพียงแค่ซีซั่นนี้

 เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์ คงต้องติดตามกันว่า กุนซือคนต่อไปจะเป็นใคร หรือ ทายฟุน คอร์คุต จะทำผลงานได้ตามเป้าหมาย จนได้รับสัญญายาวในถื่นไบ อารีน่า และสร้างเซอร์ไพรส์อย่างที่ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ทำอยู่ในตอนนี้กับฮอฟเฟ่นไฮม์

 

  สาลิกา ณ เยอรมัน

 

ODD ANDERSEN / AFP
FRISO GENTSCH / DPA / AFP
FEDERICO GAMBARINI / DPA / AFP
PATRIK STOLLARZ / AFP

 

 

TOP บทความกีฬา
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ